ผมได้ส่งเมล์แก่ทุกท่านเพื่อฝึกหัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบล๊อก แต่ยังไม่มีใครเข้ามาเพิ่มบันทึก ผมยังคงเข้ามาเช็คบล๊อกนี้ทุกๆวันเพื่อดูวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ
ก่อนอื่น ผมขอแนะนำตัวคนแรกและตอบโจทย์แรก (ถ้าท่านอ่านจากบันทึกที่หนึ่งเมื่อวานนี้) ครับ
ผมชื่ออาจารย์ศุภลักษณ์ เข็มทอง เพิ่งกลับมาจากการเรียนปริญญาโทเอกสาขากิจกรรมบำบัดทางจิตสังคม เน้นการจัดการความล้าและการใช้เวลาว่าง จากประเทศออสเตรเลีย ด้วยทุนรัฐบาล ก.พ. บุคคลทั่วไป ปี ๒๕๔๕ ครับ ปัจจุบันกำลังทำหน้าที่ใช้ทุนรัฐบาลเป็นเวลา ๓,๐๐๐ วันในการสร้างระบบหลักสูตรและคลินิกกิจกรรมบำบัดของคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ มหิดล
ประสบการณ์ในเด็กพิเศษที่ผ่านมา ผมเคยสนใจการให้โปรแกรม Sensory Integrative (SI) Therapy ในเด็กเล็กที่พิการทางการมองเห็น และได้ศึกษา Psychomotor adaptation from high fitness training ในเด็กวัยรุ่นสามกลุ่ม (ไม่พิการ พิการทางการมองเห็น และพิการทางการได้ยิน) เคยฝึกนักเรียนที่มีความบกพร่องทางจิตสังคมร่วมกับครูการศึกษาพิเศษจากต่างประเทศ และได้เรียน Clinical reasoning skill training & Behavioral modelling in special education รวมถึง Conceptualized evaluation and clinical programming ณ ประเทศออสเตรเลีย
ลปรร เพิ่มเติม เนื่องจากก่อนที่ผมจะกลับมาเมืองไทย กลุ่มอาจารย์กิจกรรมบำบัดได้พยายามจัดกิจกรรบำบัดกลุ่มในเด็กเล็กและเด็กวัยรุ่นที่มีความต้องการการศึกษาพิเศษ และมองเห็นความสำคัญของการสร้างโปรแกรมเพื่อนำร่องไปสู่การจัดการเพิ่มทักษะการดำเนินชีวิตของเด็กไทยกลุ่มนี้ร่วมกับวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆ ครับ
ยินดีต้อนรับค่ะ :)
อาจารย์ศุภลักษณ์ครับ
นอกจาก sense ทางกายภาพแล้ว (ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี) sense อีกแนวหนึ่ง (หรืออาจจะเป็นอันเดียวกันกับท่อาจารย์ทำอยู่) ผมขออนุญาตตั้งเอาเองนะครับ
อันแรก sense ในการรับรู้ คือมีความสามารถพอที่รับรู้สัมผัสทั้งหมดที่มนุษย์ปกติพึงมี
อันที่สอง sense ในการเรียนรู้ หมายถึงต้องมีความสามารถสูงกว่าอันแรก คือรับรู้ + สังเคราะห์ (ประมวลผล) sense อันนี้ต้องฝึก จึงจะมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น
ผมตีความเอาเองนะครับ กลไกการศึกษา ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ก็เพื่อเป็นที่ฝึกอันที่สองนี่แหละ แต่สภาพปัจจุบันที่เราเห็น การศึกษายังตอบเป้าการพัฒนาอันที่สองนี้ไม่ค่อยได้เลยครับ
อยากเรียนรู้เรื่องนี้อยู่พอดี เห็น blog อาจารย์เลยเข้ามา ลปรร ครับ
ดีใจที่ได้ทักทายอาจารย์จันทวรรณและอาจารย์ธวัชครับ
ผมจะลองฝึกดูกับงานประชุมครั้งที่ ได้ผลอย่างไรจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้อาจารย์ทราบต่อไปครับ
ขอบคุณครับ
ดีใจค่ะที่ได้รับการตอบรับเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ เพราะตนเองมิได้จบด้านกิจกรรมบำบัด แต่ททำงานกับเด็กพิเศษ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดด้าน Sensory Integration Approach ซึ่งได้นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการเด็กพิเศษและเด็กปกติในโรงเรียน นอกจากนี้ที่โรงเรียนมีน้องที่เป็นนักกิจกรรมบำบัดมาประจำ และประเมินเพื่อจัดโปรแกรมให้กับเด็กๆ ด้วย การอบรมครั้งนี้จึงคิดว่าจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำกลับมาใช้ในหน้างานที่โรงเรียน นอกจากนั้นดีใจมากที่จะได้พบกับทีมสหวิทยาการที่มีความเชฃี่ยวชชาญในแต่ละด้าน และหลากหลายประสบการณ์ การเรียนรู้ร่วมกันในการอบรม 3 วัน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับคุณครูดวงเพ็ญ
การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างหลายๆวิชาชีพเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ
หากมีอะไรให้ช่วยเหลือในแง่การสร้างระบบโปรแกรมที่โรงเรียน ผมยินดีครับ