ช่วงนี้  สคส.  เริ่มรับงานจัด workshop  ให้กับหลายหน่วยงาน และผ่านไปแล้วหลาย workshop  

ก่อนรับงาน  เราก็จะนัดหมายคณะทำงานมาคุยทำความเข้าใจ  และเตรียมการกันก่อน    เพราะเราเชื่อว่า   การทำ workshop นั้น  มีส่วนช่วยให้เกิดความสำเร็จได้เพียงส่วนน้อย   แต่การเตรียมการนั้นมีผลต่อความสำเร็จมากกว่า    และยิ่งให้มีคุณค่ามากกว่านั้น  ต้องคุยกันจนเข้าใจว่า KM  นั้น  มันทำ ครั้ง  สองครั้งนั้นไม่ค่อยเห็นผลอะไร   แต่ถ้าทำยาว  และทำให้เนียนอยู่ในเนื้องานได้ละก้อ  สุดยอดไปเลย

หลายครั้งหลายหน   ที่เวลาคุยกัน  ดูเหมือนว่าจะเข้าใจตรงกัน   แต่เวลาถึงวันจริง  กลายเป็นคนละเรื่องกับที่เราเคยคุยกันไว้   ยกตัวอย่างเหตุการที่เคยเจอมาแล้วกันครับ  อาทิ

* เราย้ำว่า  "คุณกิจ" ตัวจริงนะที่จะต้องเชิญเขาเข้ามาร่วม  ลปรร.   แต่พอวันจริง  เจอ "มวยแทน"  เสียนี่

* การเตรียม setting ของสถานที่จัด     โดยเฉพาะฝ่ายที่ดูแล HRD  ซึ่งมักจะติดกับภาพของการเชิญวิทยากรภายนอกมาบรรยาย   เลยไปนึกภาพของสภาพ setting ของสถานที่แบบที่เคยปฏิบัติมา     เราเองก็ผิดด้วย  ที่ไปคิดเอาเองว่าเขามองภาพ setting อย่างที่เราแนะนำ  เลยไม่ได้อธิบายกันแบบละเอียด

* คณะผู้จัด   ที่เข้ามาพูดคุย  ประสานงานกับเรา   เรามักคิดเอาเองว่าเขาน่าจะเล่นบท  "คุณอำนวยกลาง"  ของหน่วยงานในการขับเคลื่อน KM    และคิดต่อไปว่า   เขาจะสนใจเกาะติดกระบวนการตลอดระยะเวลาของการทำ workshop      แต่ตรงกันข้าม  หลาย workshop ที่ผ่านมา   คณะทำงาน   กลับเล่นบทบาทเพียงแค่   "จัดการงานธุรการ"  เพียงเท่านั้น   ไม่ได้เกาะติดกระบวนการเนื่อใน    แต่ไปสนใจ  หรือมัวห่วงเรื่องความสมบูรณ์ของ "พิธีกรรม"  ในระหว่างการฝึก

* ฯลฯ   ตัวอย่างอื่น   คุณอำนวย   ท่านอื่นๆ  คงน่าจะมีประสบการณ์ตรงเอามา share กันบ้างก็ไม่เลวนะครับ  จะได้เรียนรู้เพื่อป้องกันรับมือไปพร้อมๆกัน

สคส.  เรา เลยต้อง AAR  กันยกใหญ่ในเรื่องพวกนี้    ประเด็นหนึ่งที่เราเริ่มเข้าใจ   และที่ผ่านมาเราพยายามฝืน   แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  (คนพัทลุงเขาว่า  "ที่ควนดีกว่าเสมอ")

ลูกค้ากลุ่มแรก    คือ    ลูกค้า 2 วัน หรือ (2 ชั่วโมง)     หมายถึง  หน่วยงานที่ติดต่อ สคส.  เพื่อต้องการให้ สคส.  ไปช่วยเป็นวิทยากรบรรยาย   ย้ำ นะครับ   "บรรยาย"  อย่างเดียว    โดยมีเหตผลสนับสนุนว่า  ต้องการให้คนที่ไม่เข้าใจ  หรือไม่รู้จัก KM  ได้รู้จักก่อน       แต่ที่ผ่านมา  สคส.  บอกว่า  บรรยายอย่างเดียวไม่เข้าใจหรอก    KM  ต้องลงมือทำเลย     ลูกค้ากลุ่มนี้  ก็เลยต้องเปลี่ยนกลยุทธ์เล็กน้อย      workshop  ก็  workshop  ครับ         แต่ปัญหาที่เจอในขั้นดำเนินการ ก็ คือ   การเตรียมการทุกอย่าง  เพียงให้สำเร็จใน 2 วัน ของ workshop  อันนี้ยังติดอยู่ในใจของคณะทำงาน    ซึ่ง  สคส.  ก็ไม่เข้าใจ

ลูกค้ากลุ่มที่สอง   คือ  ลูกค้า 2 ปี    หมายถึงหน่วยงานที่มาติดต่อให้ สคส. ไปช่วยเรื่อง การใช้ KM ในหน่วยงานเหมือนกัน    แต่ว่า  จะวาด road map  ของตัวเองชัด  และยาวพอ  1 ปี  2 ปี      เห็นว่ากิจกรรมแต่ละอย่างที่จะทำ  อยู่ตรงไหนของแผนที่    ต้องทำอะไรบ้างในระหว่างทางสู่เป้าหมาย     และที่เยี่ยมหน่อย  ก็กำหนดบทบาทของคณะทำงาน  (กองกลาง)  ว่าตัวเองต้องเล่นบทบาทอะไร    ตัวอย่างลูกค้าประเภทนี้ที่ผ่านมาก็เจอเหมือนกันแต่น้อย   อย่างเช่น   กรมส่งเสริมการเกษตร,  กรมอนามัย, กรมสุขภาพจิต เป็นต้น   ขอยกตัวอย่างเด่นมากๆ  แค่ 3 หน่วยพอนะครับ   

พอเราเริ่มทบทวน   และทำความเข้าใจกับ  "จริต"  ของลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม     สคส.  ก็เลยต้องกำหนดกลยุทธ์รับมือกับทั้งสองแบบ    แน่นอนครับ  คงต้องหยุ่นตัว  และมีกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน    เป็นการบ้านที่ สคส.  ต้องคุยกันหนักในช่วงนี้  เพราะว่ากลยุทธ์บางอย่างก็ไม่เหมาะกับเรา  ที่มีคนรวมกันหมดแล้ว (นับทั้ง ผอ. จนถึง แม่บ้าน)  เพียง 14 คน     อีกทั้งกระสุนดินดำก็จำกัด   คงต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆเข้ามาช่วย  แบบว่า   "สายเบ็ดเล็ก  แต่จะตกปลาตัวใหญ่"  

blogger ท่านใดมีอะไรดีๆ   ก็โปรดชี้แนะด้วยครับ