ใจร้อน...เรียนแกะสลักผักและผลไม้...ได้จริงหรือ?

หักดิบความใจร้อนกับ KM     ความใจร้อน ใครๆก็รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี มีแต่โทษ แต่มันก็ยังอยู่คู่กับคนเสมอ ฉันก็เหมือนกัน พยายามหาวิธีต่างๆมาทดลอง แต่มันใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น มาตอนหลังนี้ได้ค้นพบวิธีหักดิบความใจร้อน ได้ผลดีและส่งผลระยะยาวกลายเป็นคนใหม่

  • พยายามค้นหาความรู้ ที่จะทำให้เป็นคนใจเย็น เหมือนมีหยินก็ต้องมีหยาง จนค้นพบว่าการทำอะไรที่เร็วๆ  ต้องเบรคด้วยการทำอะไรที่ช้าๆ ก็เลยค้นพบว่าจะไปเรียนแกะสสลักผักและผลไม้ซึ่งขัดกับบุคลิกอย่างมากๆ ซึ่งอาจจะเริ่มมีคนไม่เห็นด้วย
  • แสวงหาความรู้  เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยไปหาที่เรียนวิทยาลัยในวัง โดยมีการสอนวิธีแกะสลัก ความรู้เริ่มจากศูนย์ไม่มีความรู้เลยเป็นการยากมาก ที่จะหักดิบความใจร้อนได้ แต่ก็พยายาม
  • เมื่อมีการเข้าถึงความรู้ได้ ก็เริ่มเห็นว่าเราก็สามารถทำใจนิ่งอยู่กับสิ่งตรงหน้า การใช้มีดซึ่งมีความคมมาก ในการแกะสลักผักและผลไม้ ต้องใช้ความระมัดระวังสูง ดังนั้นทำให้เราต้องจดจ่อกับงานรู้จักปรับใจให้มีความเย็นลงได้อย่างเหลือเชื่อ
  • เมื่อสามารถทำได้ มันมีความภาคภูมิใจ  กลั่นป็นความรู้สะสมอยู่ในตัวเรา เหลือแต่ฝึกทำให้เกิดความชำนาญ ซึ่งถึงตอนนี้น่าแปลกมากว่าความใจร้อนหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่
  • การแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันก็เริ่มขึ้นในสาขานี้ ในผู้ที่มีความสนใจเรื่องเดียวกันใครมีแบบใหม่ๆสวยๆกก็มาแชร์กัน เริ่มมีชมรมแกะสลักผักและผลไม้ มีการทำกิจกรรมร่วมกันใน
  • การเรียนรู้ไม่หยุดนิ่ง หาวิธีการใหม่ๆมาทดลองทำและได้มีการนำความรู้ไปใช้ในวันสำคัญต่างๆเช่น งานทำบุญขึ้นปีใหม่ งานกิจกรรมของวิทยาลัยในวังและวันทำบุญต่างๆ ของหน่วยงานได้นำผักผลไม้แกะสลักไปร่วมงาน เพื่ออนุรักษ์ความเป็นไทย ทำให้เกิดสีสรรค์ของงาน
  • ไม่น่าเชื่อว่าแค่อยากเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของตัวเอง สามารถทำให้เกิดความรู้ใหม่และนำไปใช้ประโยชน์ได้ จากการทำอารมณ์ให้ตรงข้ามกับสิ่งที่ไม่ต้องการและไม่เคยทำ ใครจะเชื่อว่าการแกะสลักผักและผลไม้ซึ่งต้องใช้ความละเอียดอ่อน และจดจ่อกับการแกะสลักซึ่งใช้ของมีคมจะสามารถระงับความใจร้อนได้ เกิดสมาธิจากการทำงานด้วย
  • เมื่อมีโอกาสก็ได้ชวนเพื่อนๆมาเรียนหลายคนแล้ว ปรากฏว่าได้ผลจริงๆ  เมื่อมาเรียน KM จึงได้รู้ว่าขั้นตอนที่ตนเองค้นหานั้นก็คือ KMในด้านจิตใจนั่นเอง.