จุลสารป่งใบถือได้ว่าเป็น “หนังสือทำมือ” ขนานแท้ .. เปิดกว้างในเรื่องเนื้อหาแนวคิดและบรรยากาศอันหลากหลาย มีทั้ง “บู้ – บู๋น” อย่างครบครัน

ยังคงพอจำกันได้ใช่ไหมครับ (กาลครั้งหนึ่ง)  ผมเคยได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับสายธารการก่อเกิดหนังสือทำมือ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ในยุคที่ยังคงมีสถานะภาพเป็น มศว  มหาสารคาม  โดยเสนอความเคลื่อนไหวของ ชมรมวรรณศิลป์  ไปแล้วที่หนังสือทำมือ (1) : ชมรมวรรณศิลป์อีกกลุ่มวรรณกรรมแรกเริ่มของหนังสือทำมือในรั้ว มมส

กลุ่มวรรณกรรมป่งใบ  ก่อตัวและผลิบานขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคามเมื่อกลางปี 2536  (ครั้งนั้นยังเป็น มศว มหาสารคาม)  เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่พิสมัยในงานวรรณกรรม  ส่วนหนึ่งแจ้งเกิดเป็นนักเขียนในบรรณพิภพไปแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น  คำผา  เพลงพิณ (สรุพงษ์  จังหาร)  ทัศนาวดี  (สุทัศน์  วงษ์กระบากถาวร)   อณูทิพย์  ธารทอง  สุขุมพจน์  คำสุขุม (สุขุม  คำภูอ่อน)  นอกจากนั้นเป็นนักเขียนมือใหม่ที่หลงใหลในวรรณกรรมอย่างถึงขั้วหัวใจ  อาทิ  สว่าง  ไชยสงค์  วิสัย   สมประสงค์  สาคร  สารคาม  (ธนสาร   บัลลังก์ปัทมา)  จากนั้นก็เป็นนักเขียนหน้าใหม่ มือใหม่ที่วนเวียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองบรรณาธิการเป็นระยะ ๆ  รวมถึงข้าพเจ้าฯ  บ้างในบางโอกาส

ปรากฏการณ์รวมตัวของ ป่งใบ  (ป่งใบ  เป็นอาการผลิใบของใบไม้..เสมอเสมือนการผลิใบและแตกหน่อ - ก่อตัวของวรรณกรรมกลุ่มใหม่ของสังคม)  กลายเป็นปรากฏการณ์แรกเริ่มของกลุ่มคนที่รวมตัวเป็นกลุ่มวรรณกรรมกลุ่มแรกอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยในยุคนั้น  แต่ละท่านล้วนเป็นนิสิตปริญญาโท สาขาภาษาไทย  โดยมี คำผา  เพลงพิณ   เป็นพี่ใหญ่และทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการของจุลสารป่งใบ  และยิ่งได้ อาจารย์ไพฑูรย์  ธัญญา  (ผศ.ธัญญา  สังขพันธานนท์ :  นักเขียนซีไรต์  ปี  2530  จากรวมเรื่องสั้นชุด ก่อกองทราย)  มาเป็นที่ปรึกษา  คอยดูแลรดน้ำพรวนดิน  ยิ่งช่วยให้ ป่งใบ  ได้ ผลิใบ  ทายท้าฤดูกาลอย่างสง่างาม 

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การรวมตัวของกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ,  เท่าที่ผมสังเกตและมักคุ้นมักจะไม่เน้นการเสวนาพาทีและแลกเปลี่ยนเรื่องวรรณกรรมเท่าใดนัก   หากแต่ดูเหมือนจะให้ความสำคัญต่อการผลิตจุลสารวรรณกรรมที่ใช้ชื่อว่า ป่งใบ  (รายเดือน)  ออกมาเผยแพร่เป็นสำคัญ  โดยระยะแรกเริ่มแต่ละคนก็ช่วยกันเขียนเรื่องสั้น  บทกวี  บทความ เรื่องเล่าต่าง ๆ  มาลงพิมพ์ในจุลสาร  บางคนใช้นามแฝงไม่น้อยกว่า  3 – 4  ชื่อเลยก็มี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ลักษณะของจุลสารป่งใบต้องถือได้ว่าเป็น หนังสือทำมือ  ขนานแท้  ขนาดรูปเล่มเป็นกระดาษ A 4  พับครึ่ง  ,  ปกใช้กระดาษชาร์ดสี   เนื้อหาและเรื่องราวอันเป็นตัวอักษรเกิดจากการ จิ้มดีด (เครื่องพิมพ์ดีด)  ส่วนหัวเรื่องที่ต้องทำเป็นตัวหนังสือขนาดใหญ่ต้องใช้วิธีตัดแปะจากแบบตัวอักษรอื่น ๆ  แทนการพิมพ์ดีด  จากนั้นก็เย็บด้วย แม็ก  (เย็บกระดาษ)  นำไปถ่ายเอกสารตามจำนวนที่พึงปรารถนา -  จำหน่ายจ่ายแจก  หรือซื้อขายเป็น แรงใจ  ในราคาไม่เกิน 10 – 15  บาท (ประมาณนี้,  ถ้าจำไม่ผิด)  แต่ส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะแจกซะมากกว่าจำหน่าย</p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ต้องยอมรับว่าในห้วงเวลานั้น  กลุ่มวรรณกรรมป่งใบเป็นที่รู้จักแพร่หลายในแวดวงวรรณกรรม  นักเขียนจากสารทิศสัญจรมาเยี่ยมเยียนพบปะอย่างต่อเนื่อง  บ้างก็ถูกเชิญไปร่วมเวทีใหญ่ ๆ ตามโอกาสต่าง ๆ  รวมถึงการมีผลงานตีพิมพ์ลงในสื่อสิ่งพิมพ์อย่างต่อเนื่อง  และยังได้รับแรงเชียร์จากหนังสือพิมพ์บางฉบับด้วยการเขียนสกุ๊ปถึงอย่างน่าภาคภูมิใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ในด้านเนื้อหานั้น  ต้องยอมรับว่ากลุ่มวรรณกรรมป่งใบได้สร้างจุลสารป่งใบที่เปิดกว้างในเรื่องเนื้อหาแนวคิดและบรรยากาศอันหลากหลาย  มีทั้ง บู้ บู๋น  อย่างครบครัน  บางเรื่องสะท้อนแนวคิดการเมือง สังคม  การศึกษา  ตีแผ่ภาพชีวิตชาวมหาวิทยาลัย ไม่เว้นแม้แต่กลอนหวานและเรื่องรักหักสวาท    เรียกได้ว่าใครถนัดสไตล์ใดก็รังสรรค์ได้อย่างเต็มที่  แถมยังมีคอลัมน์ กองสอดแนม  ทำหน้าที่สอดส่องตระเวนข่าว  นำเสนอความเคลื่อนไหวในแวดวงวรรณกรรมได้อย่างทั่วถึง -  ทั่วถึงทั้งเนื้อหาและยุคสมัย !    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมมีโอกาสได้ท่องแวะอยู่กับกลุ่มนี้อย่างสนิทแน่น  พี่ ๆ บางคนเมากลับหอพักไม่ถูกก็แวะวนมาค้างพักที่ห้องผม  ยิ่งระยะหลังผมย้ายไปพักที่หอพักของพี่คำผา  เพลงพิณ  ยิ่งทำให้ผมได้มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับกลุ่มนี้อย่างแนบแน่น   เพราะหอพักเดียวกันนั้นก็มีทั้งพี่อณูทิพย์  (นักเลงกลอนหวานรัก,  พี่ฟิวส์ ทัศนวดี  นักเขียนเบ็ดเตล็ด)  ก็ยิ่งพัดพาผมเข้า ๆ ออก ๆ  สัมผัสบรรยากาศการทำงานของกลุ่มป่งใบอยู่เป็นครั้งคราว  รวมถึงบางฉบับผมยังได้รับมอบหมายให้เขียนปก ทั้งตัวหนังสือและตัวเลข   สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง  แต่หากไม่คิดว่าเข้าข้างตัวเองนัก  ลายมือของผมก็น่าจะดูดีกว่าลายมือของพี่ ๆ  ทุกคน  เลยก็ว่าได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">   </p><p>ผมไม่แน่ใจว่าป่งใบรวมกลุ่มกันอยู่นานแค่ไหน   หรือจุลสารป่งใบท่องโลกวรรณกรรมได้กี่ฉบับกันแน่  แต่ที่ชัดเจนคือจุลสารป่งใบมีอายุยาวนานเกิน 1  ปีอย่างแน่นอน  เพราะผมมีฉบับครบรอบ 1 ปีป่งใบอยู่กับตัวเอง  (โดยขณะนี้ก็กำลังติดตามข้อมูลและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างหนัก)     </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปัจจุบันแม่ทัพใหญ่ของกลุ่มวรรณกรรมป่งใบ คือ  พี่คำผา  เพลงพิณ  ได้เสียชีวิตไปแล้ว  , ทัศนวดี  เป็นอาจารย์สอนที่ มรภ. พระนคร  มีเรื่องสั้นเผยแพร่ไปแล้ว 3 - 4  ชุด  พี่สุขุมพจน์  คำสุขุม  รับราชการครู  มีผลงานเผยแพร่ต่อเนื่องและได้รับรางวัลประดับเกียรติทางวรรณกรรมอยู่ไม่น้อย  ซึ่งเคยผงาดเข้ารอบ 5 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ประเภทบทกวีมาแล้ว  พี่สว่าง  ไชยสงค์   นาน ๆ ทีมีผลงานตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์  ส่วนสาคร สารคามและอณูทิพย์  ธารทอง  ดูเหมือนจะหายเงียบและวางมือไปจากแวดวงวรรณกรรม (ก็เป็นได้)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>นี่คือ…ส่วนหนึ่งของบทกวีที่พี่คำผา  เพลงพิณ  ได้นำมาบันทึกไว้ในจุลสารป่งใบ (ปีที่ 1  ฉบับที่ 3  พฤศจิกายน  2536)  เป็นบทกวีที่ผมชื่นชอบและท่องจำอยู่จนบัดนี้ … และบทกวีบทนี้มีชื่อว่า  โศกนาฏกรรมแห่งหมู่บ้าน    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ข้างข้างคือกล่องข้าว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ซึ่งว่างเปล่ามาเกือบปี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เมล็ดข้าวที่เคยมี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">บ่เหลือเม็ดพอเฮ็ดคำ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">หวด, มวยและหม้อนึ่ง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ต่างบูดบึ้งเหมือนอึ้งอำ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">กระเบียนฮ้าง ว่างประจำ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ก็ด่างดำอยู่เดียวดาย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เคียวแหว่งก็ว้าเหว่</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">เหน็บฝาเพเหมือนแพ้พ่าย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">งอบขาด  กราดกระจาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p align="center"> ผ้าแพรลายเริ่มโรยรา  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">….</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">เหนือสิ่งอื่นใด  ชมรมวรรณศิลป์  อาจเป็นแรงขับหรือมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนหนังสือทำมือในกลุ่มวรรณกรรมของ มมส  ก็จริง,  แต่ก็อยากจะสรุปให้ชัดว่าในวิถีวรรณกรรม หรือ บรรณพิภพนั้น  เราต้องยอมรับว่า “ป่งใบ”  คือกลุ่มวรรณกรรมกลุ่มแรกของมหาวิทยาลัยที่ปรากฏชัดว่ามีการจับกลุ่มแสดงตนอย่างเป็นทางการ  และยังเป็นกลุ่มวรรณกรรมแรกเริ่มที่ผลิตหนังสือทำมือ หรือ วรรณกรรมทำมือบุกเบิกขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็ว่าได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุกวันนี้ผมคิดถึงป่งใบในมุมของคนคุ้นเคยที่มีห้วงชีวิตเคยอยู่ด้วยกัน  เคยได้เสพบรรยากาศแห่งวรรณกรรม (อย่างผิวเผย)  ร่วมกับพี่ ๆ  … และคิดถึงป่งใบในสถานะของกลุ่มคนที่เป็น ปฐมบทของกลุ่มวรรณกรรมแรกเริ่มของชาว มมส  ที่บุกเบิกหนังสือทำมือไว้อย่างมีชีวิตชีวา</p>

(ขอบคุณ ป่งใบ ... ที่แตกใบ ได้อย่างมีคุณค่า....คิดถึง,  และขอบคุณครับ !)

 

 

</span>