<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในการให้คำปรึกษานักศึกษาในระยะที่ผ่านมากว่า ๑ ปี ได้พบความสับสนของผู้เรียนที่เข้าใจปนกัน ระหว่างตัวหนังสือ (script) เอกสาร (document) ข้อมูล (information) ความรู้ (knowledge) และปัญญา (wisdom) ทำให้การทำงานสับสนและล่าช้า ไม่ก้าวหน้าตามแผนที่วางไว้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทั้งๆที่ทำงานด้านการจัดการความรู้ แต่ก็ไปสาละวนอยู่กับเอกสาร เสียเป็นส่วนใหญ่ ดังที่ผมเคยอธิบายไว้แล้วว่า เป็นคนละเรื่อง แต่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ จึงขอนำมาอธิบายขยายความอีกเล็กน้อยถึงความเชื่อมโยง และหน้าที่ของแต่ละส่วน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ตัวหนังสือ (script) เป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสาร ที่ต้องนำมาผสมกันให้เกิดคำที่มีความหมาย แล้วนำไปบันทึกไว้ในเอกสารแบบต่างๆ ทั้ง สิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่า และในระบบดิจิตอล มีนักศึกษาบางท่านมีระดับการเรียนอยู่ในระดับนี้ โดยอาศัยเทคนิคของระบบคอมพิวเตอร์ copy & paste โดยไม่ได้อ่าน หรือพยายามทำความเข้าใจแต่อย่างใด จึงน่าจะถือว่าเขาเรียนระดับตัวหนังสือเท่านั้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เอกสาร (document) เป็นการนำตัวหนังสือมาเรียบเรียงให้เป็นเรื่องราว เพื่อการสื่อสาร เป็นภาษาต่างๆมากมาย มีบางคนสามารถอ่านได้ หรืออ่านไม่ได้ก็ได้ แล้วแต่ความสามารถในการอ่าน เมื่ออ่านได้และเข้าใจก็จะเป็นข้อมูล แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจก็เป็นแค่ระดับเอกสาร ไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อมูล (information) เป็นความเข้าใจในระบบการสื่อสารกันโดยวิธีต่างๆ ทั้งในรูปเอกสาร และที่ไม่ใช่เอกสาร ที่เป็นการตีความจากประสาทสัมผัสต่างๆของเรา เมื่อเข้าใจแล้วก็สามารถนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคิด ให้เกิดเป็น “ความรู้” ต่างๆขึ้นมาได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความรู้ (knowledge) คือผลจากระบบคิดที่มีข้อมูลต่างๆเข้ามาเป็นวัตถุดิบ ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ที่เรียกว่า “การจัดการความรู้” จนตกผลึกเป็นความรู้ในระดับต่างๆ ตั้งแต่ความรู้ขั้นต้น ที่แทบจะคล้ายกับข้อมูล จนถึงความรู้ขั้นสูง ที่สามารถนำไปใช้งานต่างๆได้จริง ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม ในสถานการณ์ต่างๆที่มีอยู่</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปัญญา (wisdom) คือความสามารถที่ตกผลึก และเกิดจาก “ผลการใช้ความรู้” ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น การจัดการตัวหนังสือ การจัดการเอกสาร การจัดการข้อมูล การจัดการความรู้ และการพัฒนาปัญญาจึงเป็นคนละเรื่องกัน แต่เกี่ยวเนื่องกันครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หวังว่าคงพอจะเป็นแนวทางในการทำงานและลดความสับสน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานวิจัยด้านการวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการความรู้ (KM research)</p> นี่เป็นการถอดความจากความเข้าใจของผมเอง และผมใช้เป็นแนวทางในการทำงานจัดการความรู้มาหลายปี ถ้าใครเห็นต่างไป หรือจะต่อเติมส่วนไหนก็เชิญนะครับ
ความ “รู้” เกิดใน “ระบบคิด” (ไม่เกิดในเอกสาร)
ทั้งๆที่ทำงานด้านการจัดการความรู้ แต่ก็ไปสาละวนอยู่กับเอกสาร เสียเป็นส่วนใหญ่
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ณรินทร์ เจ. · 13 มี.ค. 2550
นาย มานิตย์ อาษานอก · 13 มี.ค. 2550
rucha · 13 มี.ค. 2550
ธรรมาวุธ · 13 มี.ค. 2550
มุทิตา พ้นภัยพาล · 13 มี.ค. 2550
Phoenix · 13 มี.ค. 2550
บางทราย · 13 มี.ค. 2550
ต่อตรงที่อยากจะอ่านเพิ่มเติมอีก
ในประเด็นวิธีขยับความรู้ กระแซะความรู้ ให้ออกจากสุ่ม
สวัสดีค่ะท่าน..ดร.แสวง
เข้าใจแล้วค่ะ..ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับอาจารย์
จะต้องทำความเข้า เข้าใจ และนำไปใช้ในการทำงานให้มากขึ้น
จะตระหนักเสมอว่าตนเองกำลังคิดอะไร ทำอะไร และมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร
และต่อไปจะทำอะไรให้บังเกิดผลในการเรียน หรือการทำงานจะต้องทำบนพื้นฐานความเข้าใจ และทำงานอย่างมีเป้าหมายครับ
Data --> Processing --->Information แต่ตัว Knowledge คงต้องสุกในสมองหรือผ่านกระบวนการเช่น
Information ---> Artificial Intelligent, Machine Learning ---> Knowledge
ในกลุ่มกลางเหล่านี้ หากเทียบได้กับความรู้ที่ผ่านการคิดในหัวคนแล้วออกมาเป็นความรู้ใหม่ครับ
ขอบคุณครับพันธมิตรที่เข้ามาต่อยอด ให้ได้ประเด็นที่จะไปขยายผล และต่อยอดครับ
ผมชอบบันทึกนี้มากครับ
นศ. ควรตีประเด็นในบันทึกนี้ให้แตก
วิจารณ์
ท่านอาจารย์หมอครับ
เป็นพระคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณอาจารย์ครับ...สำหรับบันทึกดีๆ
--เข้ามาทักทายครับ--
เพื่อว่าจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกัน.........
ขอบคุณครับ คงได้เป็นพันธมิตรกันนะครับ
ผมแขวน link บันทึกนี้ไว้ที่หน้า web kmi ด้วยครับ
คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนักศึกษา และอาจารย์ที่กำลังเรียนรู้ในเรื่องนี้ครับ
ขออนุญาตเข้าถึงความหมาย
เมื่อได้อ่านบันทึกนี้ ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า ที่ผ่านมานุชไม่ได้ใช้ความรู้จากตัวหนังสือ เอกสาร ข้อมูล ฯดังที่อาจารย์กล่าว
คือ นุชก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าจะจัดการความรู้ในหัวสมองได้หรือเปล่า
นุชอ่านแล้วสับสนตัวเองมากๆเลยคะ
ทำให้นุชคิดว่าไม่สามารถเข้าถึงความหมาย อาทิ ที่อาจารย์บอกว่า copy & paste โดยไม่ได้อ่าน หรือพยายามทำความเข้าใจแต่อย่างใด จึงน่าจะถือว่าเขาเรียนระดับตัวหนังสือเท่านั้น
ขอคำแนะนำได้ไหมคะ
สวัสดีตอนเที่ยงครับอาจารย์ ผมขอต่อยอด( ต่อติดหรือเปล่าไม่รู้ ) ดังนี้
ในส่วนความรู้ หรือการจัดการความรู้ นั้นนะจะเป็นรูปธรรม จากการประยุกต์ หรือนามธรรม จากการจัดเก็บและวิธีเข้าถึงก็ตาม (ได้ทั้งสองกรณี )
หลังจากความรู้ในส่วนที่เจริญไปสู่"ปัญญา "ไม่น่าเป็นรูปธรรมแล้ว ไม่น่าจะอธิบายได้ด้วยสมการ แผนภูมิ โฮโลแกรม หรือภาษาบัญญัติผ่านประสาททั้งห้าแล้วครับ เพราะถ้ายังอยู่ในกรอบของภาษาบัญญัติ หรือประสาททั้งห้า ยังไปได้เพียงแค่ความรู้หรือการจัดการความรู้ ไปไม่ถึงปัญญาครับ
ทำไมยังไปไม่ถึงปัญญา? การเข้าถึงปัญญาน่าจะเป็นนามธรรม เหนือบัญญัติ ยกตัวอย่างเช่นความรักที่แม่มีต่อลูกอย่างนี้คือปัญญา อธิบายด้วยภาษาใดใดยังไงก็ไม่ได้ และไม่ใช่รูปธรรม ,น้ำใจนักกีฬาอย่างนี้จะเขียนอธิบาย ยกตัวอย่าง เพียงรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยก็ไปไม่ถึงปัญญา(ไปได้เพียงการจัดการความรู้ )แต่ถ้าไปถึงปัญญา นักกีฬาท่านนั้นเข้าสู่"สภาวะน้ำใจนักกีฬาโดนแท้ และรู้เองในผู้นั้นว่าใช่หรือไม่ใช่ "
คือปัญญาน่าจะเป็นปัจจัตตังนะครับ
ตัวปัญญานั้นเป็นนามธรรมแน่นอน แน่ผลของปัญญาเป็นทั้งนามธรรมและรูปธรรมครับ
การทำงานจัดการความรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่องกันอย่างที่บอกครับ
ลองทำดูจะไม่สับสน ตอนแรกๆก็ธรรมดาแหละครับ
ขออนุญาตนำคำอธิบายทั้งหมดไปใช้อธิบายให้นักศึกษาฟังต่อด้วยค่ะ
อะแฮ่ม .. แบบว่าแอบเอาเข้าแพลนเน็ตไปแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาติ อ. คงไม่ว่านะคะ ชอบมากเลยประโยคที่ว่า “อ่านเข้าใจก็เป็นข้อมูล อ่านไม่เข้าใจก็เป็นแค่เอกสาร” ทึ่งในความคิด อ. จริงๆค่ะ
เห็นผลงานและความคิดของอาจารย์ แล้วเป็นสิ่งที่น่าจะสนับสนุนมากครับ เกี่ยวกับการจัดการความรู้ และผมคนหนึ่งที่ทำงานในลักษณะเดียวกับอาจารย์เหมือนกัน คือเดิมทีผมเป็นวิศวกรและได้ทำงานกับเอกชนมามากพอควร จึงเห็นว่าเราเองยังไม่ได้ให้คุณค่ากับสังคมมากเท่าที่ควร จึงได้คิดค้นหาสิ่งที่สังคมขาดแคลนและจำเป็นสำหรับการพัฒนาความรู้แก่สังคมจึงได้คิดค้นโปรแกรมชุดหนึงเรียกว่า EIMS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงหมายความว่าเป็นโปรแกรมที่จะต้องมีการบันทึกข้อมูล มีการประมวลของมูลได้ และสรุปผลข้อมูลได้ และให้การชี้แนะ หรือแนะนำจากเจ้าของวิชาได้ด้วย นี่คือการบริหารจัดการความรู้ที่ได้พยายามจัดทำขึ้นมา อย่างไรก็ขอเรียนเชิญอาจารย์แวะเข้าไปชม ที่ www.changhub.com ด้วยน่ะครับ
หนังสือ (script) เอกสาร (document) ข้อมูล (information) ความรู้ (knowledge) และปัญญา (wisdom) ทำให้การทำงานสับสนและล่าช้า ไม่ก้าวหน้าตามแผนที่วางไว้ ผมชอบมากคำอธิบายแบบนี้ อาจารย์ช่วยเขียนให้เยอะ ๆ นะครับ พอดีผมเพิ่มเข้ามาใหม่ จะพยายามแวะมาบ่อย ๆ ครับ
-ขอเรียนรู้ทำความเข้าใจนะคะ
-และอยากเรียนถามท่านอ.ว่า ชาวบ้านบางคนไม่เคยเรียนรู้ หรือมีความรู้เรื่องการจัดการองค์กร การจัดการความรู้เลย แต่ทำไมเขาทำได้ดีส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสามารถบริหารจัดการกิจการให้ประสบความสำเร็จ สามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างดีทีเดียว
-ขอบคุณค่ะ