สวัสดีครับ
ตอนที่ผ่านมาก็ได้นำเสนอพายุจันจูไปแล้วซึ่งเกิดเมื่อ พ.ค. ปีที่แล้ว (2006) แต่พายุลูกนั้นมาเจอความกดอากาศสูงที่เวียดผลักกลับไปสลาย ตายดับที่แถบทางใต้ของจีน วันนี้มาดูอีกลูกครับ ลูกนี้ชื่อว่า ช้างสาร XANGSANE
มาดูตัวภาพเคลื่อนไหวของพายุช้างสารกันเลยครับ ว่าเข้าไทยตรงไหน เข้าทางไหน ตายตรงไหน ทำไมน้ำท่วม

ท่านดูซิครับ พายุมันมาพร้อมกับน้ำที่หอบมาจากในอ่างกระทะ มหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งนั่นหล่ะคือแหล่งก่อตัวพายุเลย
เส้นทางของพายุดังภาพต่อไปนี้นะครับ
http://weather.unisys.com/hurricane/w_pacific/2006/XANGSANE/track.gif

แหล่งที่กำเนิดของพายุที่เกิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่เกิดที่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ครับ แล้วเคลื่อนตัวพัดผ่านเข้ามาทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ แล้วจึงจะเข้าบริเวณบ้านเราครับ

รู้สึกใกล้ตัวเราเข้ามายังครับ แล้วลองคิดดูว่า หากน้ำเหล่านั้นมันไปตกบนยอดเขาหัวโล้น มันจะเกิดการหลากพังทลายของหน้าดิน หรืออะไรต่อไร อย่างไร ไหลบ่าอย่างไร เข้าบ้านใครบ้าง ใครไปขโมยตัดไม้ซุงไว้ ก็ได้กวาดหมู่บ้านไปแล้วอย่างที่พี่น้องกะทูนที่นครศรีธรรมราช เคยเจอกันมา จินตนาการครับ กลางคืนฝนตก ท่อนซุงวิ่งมาพร้อมน้ำป่า ก็คือน้ำจากพายุนั่นหล่ะครับ เหมือนเอามือไปตักน้ำมารดหัวล้านเด็กๆ เลยครับ แทนที่น้ำจะไหลซึมผ่านผมไปช้า อันนี้น้ำก็ไหลหลากผ่านหัวเกรียนของเด็ก พรวดเดียวเลย
แล้วหากมีป่าที่สมบูรณ์หล่ะครับ แล้วหากไม่มีป่าหล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น
ปีที่แล้วเท่าที่เช็คเหมือนว่าไม่มีพายุลูกใดวิ่งผ่านทางใต้ของไทยเลย มีแต่วิ่งตัดเวียดนาม ลาว แล้วไปเข้าไทย ไปตายในแผ่นดินไทยกันหลายลูกเหมือนกัน พร้อมเอาน้ำไปให้ชาวอีสานและพี่น้องทางภาคเหนือกันอย่างเหลือเฟือ แล้วเราจะจัดการน้ำนั้นอย่างไรหรือครับ ให้มันไหลพรวดหรือว่าไหลช้าๆ หรือว่าให้มันสร้างแหล่งเพาะพันธุ์ชีวิตต่อไปให้เป็นป่าดีครับ
มีความเห็นเหมือนต่าง เสริมเพิ่ม เติมแต่งได้เลยครับผม
กราบขอบพระคุณมากครับ
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
พายุส่วนใหญ่แถบนี้มักเกิดขึ้นแถวๆ ฟิลิปปินส์ ใช่มั้ยค่ะ….อยากให้คุณเม้งเล่าถึงการเคลื่อนไหวของพายุ ว่าการที่เค้าจะเคลื่อนไปทางไหน ตัวอะไรเป็นตัวกำหนด การสลายตัวของพายุ ทำไมสลายตัว การที่หอบน้ำจากทะเลมา น้ำเค็มมั้ย มีผลต่อพืชรึปล่าว….ขอบคุณค่ะ
อาจารย์เม้ง… ปีแล้ว ปักษ์ใต้บ้านเรา ไม่มีฤดูฝน นะ ผ่านไปเฉยๆ เจริญพร
เพลงไพเราะอีกแล้วครับ ดูพายุหมุนเหมือนงวงช้างจริงๆๆครับ
สวัสดีครับ พี่แป๋ว(ใช่ไหมครับ โทหรือจัตวาครับ)
กราบนมัสการหลวงพี่ครับ
ขอบคุณพี่ขจิตครับผม
ดูภาพนะครับ ว่าแปซิฟิกใหญ่ขนาดไหนครับ แหล่งกำเนิดพายุครับผม
ช้างสารคือลูกสุดท้ายที่ผ่านดงหลวงครับ
แต่เขาผ่านเลยไปทิ้งปลายฝนลงซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการปลูกข้างนาปี ชาวบ้านที่บ้านพังแดงของผม ต้องใช้น้ำจากระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าใส่นาข้าวนาปี ทั้งๆที่ระบบโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเอาน้ำเข้านาข้าว แต่สำหรับพืชผักเท่านั้น แต่ชาวบ้านยอมเสียเงินค่ากระแสไฟฟ้าเพื่อข้าวบริโภค
แต่สำหรับชาวบ้านที่มีที่นานอกพื้นที่โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าได้ข้าวเพียง 20-50 % พี่น้องไทโซ่รู้ตัวแล้วว่าข้าวปีนี้ไม่พอกิน ต้องเตรียมหาทางแก้ปัญหา…
ตรงข้าม “ช้างสาร” ข้ามดงหลวงสู่กาฬสินธุ์ อุดรฯ เลย เข้าภาคเหนือเต็มๆ ผมพบนายช่างชลประทานเขื่อนลำปาวที่กาฬสินธุ์ เขื่อนอุบลรัตน์ที่ขอนแก่น เขาบอกว่า ช้างสารมาเติมน้ำเต็มอ่างพอดี และท่วมมากเกินไปในภาคเหนือ จนส่งผลกระทบต่อพี่น้องผมที่อ่างทอง ร้องให้ไม่หยุดแม้ถึงวันนี้ เพราะต้องช่วยชาวกรุงเทพฯฯฯฯฯฯฯ
ขอบคุณพี่ไพศาลมากครับ
น้องเม้ง ว่างๆลองเข้า Point Asia ที่ “กรอบบนขวา” ที่ Lat:16.87326 Lon:104.53716 และที่ “กรอบล่างซ้ายที่ Lat:16.76592 Lon:104.12332
ตางกลางภาพ ที่ลำห้วยคล้ายตัว Z หากซูมเข้าไปจะเห็นถังเก็บน้ำ ของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พื้นที่ขวามือทั้งหมดตลอดลำห้วยนั้นคือพื้นที่รับน้ำของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 1500 ไร่ งบประมาณทั้งหมด 44 ล้าน
ที่นี่คือศูนย์กลางพื้นที่ที่พี่รับผิดชอบอยู่ เห็นหลังคาบ้านพักของ Staff พี่เลยนะครับ
สวัสดีครับ คุณนนทลี
เพื่อนร่วมทาง ที่บาร์ตัวอักษรสีเขียวจะบอกเวลาทุกชั่วโมงของภาพดาวเทียมคร่าวๆ นะครับ
เพราะว่าภาพดาวเทียมที่ได้จากการบริการของญี่ปุ่น จะมีเป็นรายชั่วโมงครับ แต่เห็นภาพรวมละชัดดีครับ
งานในเชิงพวกนี้ แฟ้มมันใหญ่ครับ นั่นหล่ะครับ ทำให้ฮาร์ดดิสก์ผมเต็มไปแล้วสี่ก้อนใหญ่ๆ ครับ มีอะไรถามไว้ได้ครับ จะตอบเท่าที่ตอบได้ครับ ผมก็ต้องศึกษาเพิ่มครับ
ผมอยากจะให้เห็นความสำคัญของพื้นที่ป่าในการช่วยเรื่องน้ำท่วม เรื่องตัวรับและชะลอการไหลของน้ำครับและสร้างความชุ่มชื้นให้ชุมชนนะครับ
บางคนคิดว่าเรื่องปลูกป่าเป็นเรื่องไกลตัว ปลูกกันตามสมัยนิยม มองอีกทางการปลูกป่าก็เหมือนการวางแผนกินอาหารของเราครับ มันจะไม่ได้มีผลทันทีทันใดในบางเรื่อง จะส่งผลในระยะยาวด้วย นอกจากระยะสั้นที่กินแล้วถ่ายแล้ว ต้นไม้ก็เช่นกัน
สวัสดีค่ะ ติดใจภาพพายุ.. เร้าใจดีค่ะ ยิ่งดูก็ยิ่งเกิดความชัดเจนในใจว่า…ในทุกก้าวของการทำงานกับชุมชน..จะเป็น FACILITATOR ให้เกิดกระบวนทัศน์ที่เป็นทุนทางปัญญาของชุมชนให้ได้ เพราะคนไทยไม่ได้ขาดดิน ขาดน้ำ ขาดแดด แต่ขาดทุนทางปัญญา จะพยายามทำให้เกิด “ การระเบิดจากข้างใน “ เหมือนที่ในหลวงท่านพระราชทานไว้ให้ได้เลยค่ะ..ขอบคุณสำหรับการทำให้เกิดทิศทางที่แน่วแน่ในการทำงาน..
เรียน อ.ลูกหว้า และทุกท่านครับ
ขอบคุณคุณเบิร์ดมากๆนะครับ