เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา  พี่ที่ทำงาน โยนหนังสือพิมพ์ให้ฉบับหนึ่ง แล้วบอกดิฉันว่า  ถ้าเซฟ (หมายถึงชื่อคุณsamee ดิฉันค่ะ) เห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก่อน คงไม่ต้องเสียเงินซื้อดอกไม้ให้ในวันวาเลนไทม์หรอก

 

เหมือนที่เคยบอก วันนั้นที่ดิฉันได้ดอกไม้ในวันวาเลนไทม์ เป็นเพราะเรางอนกันคะ และสามีส่งดอกไม้มาง้อดิฉัน

พี่คนนี้ ชี้ให้ดิฉันอ่านบทความ ชื่อว่า

9  ขั้นตอน "ขอโทษ" คนรัก


                ดิฉันเห็นว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลาย ๆ ท่าน ไหน ๆ วันนี้ เป็นวันดี  วันมาฆะบูชา  หากคู่รักคู่ไหนที่โกรธกัน จะถือเอาวันนี้ เป็นวันกล่าวคำว่า "ขอโทษ"  ก็คงจะเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง  ไม่แพ้วันวาเลนไทม์ ได้เหมือนกันนะคะ


       มาดูกันนะคะว่า 9 ขั้นตอน ที่ว่าเนี่ย จะเริ่มจากอะไร 

       เฮ้อ จะเอ่ยคำ "ขอโทษ" สักที มันไม่ใช่ง่ายเลยนะคะ 


1. ลำดับเหตุการณ์


                บางครั้ง เพราะความสับสนไม่แน่ใจว่าตัวคุณผิดหรือเปล่านี่แหละ ที่เป็นเหตุให้คุณยังไม่สามารถทำใจยอมรับว่าตัวเองควรจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปขอโทษ


                       การลำดับเหตุการณ์ในขณะที่คุณอารมณ์เย็นลงแล้ว ผนวกกับความรักที่คุณยังคงมีต่อเขาหรือเธอ จะทำให้คุณมองเหตุการณ์อย่างเป็นธรรม คุณจะเห็นเรื่องราวชัดเจนขึ้น และรู้สึกเต็มใจที่จะเอ่ยคำ "ขอโทษ"

 

2. บันทึกประเด็นที่คุณผิด

<p>
             การจดบันทึกนอกจากจะช่วยให้การลำดับเหตุการณ์ของคุณมีความแม่นยำขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณดึงจุดที่เป็นความผิดพลาดของคุณออกมาเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเตรียมคำพูดที่จะใช้ในการกล่าวขอโทษได้ตรงประเด็นอีกด้วย</p><p>
               ที่สำคัญในระหว่างนี้คุณจะมีโอกาสในการเรียบเรียงความคิด และระงับความตื่นเต้น รวมทั้งความกลัวต่าง ๆ ได้</p><p> </p><p>3. เตรียมตัวให้พร้อม</p><p>
                 หากคุณรู้สึกตื่นเต้นมาก คุณอาจซ้อมพูดดูก่อนก็ได้ โดยพูดให้ได้ตามประเด็นที่ได้จดบันทึกไว้ การฝึกซ้อมบ่อยๆ  จะทำให้คุณสามารถควบคุมสถานการณ์จริงได้ไม่ยากนัก</p><p>                 แต่ถ้าคุณไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาหรือเธอจริง ๆ ละก็ ลองเขียนความรู้สึกของคุณลงกระดาษแล้วยื่นให้เขา หรือเธอก่อนออกจากบ้านในตอนเช้าสิคะ นอกจากโรแมนติกแล้ว ยังเป็นการเปิดใจให้เขาหรือเธอ รับทราบด้วย</p><p></p><p>4. จี้ให้ตรงจุด</p><p>
                การยอมรับผิดที่ตรงจุดนอกจากช่วยประสานรอยร้าวได้เร็วแล้ว ยังเป็นการแสดงความยึดมั่นในความคิดที่ถูกต้องของคุณอีกด้วย</p><p>
5. อย่าแก้ตัว</p><p>
 เพราะถ้าคุณจะคิดแก้ตัว หรืออ้างโน่นอ้างนี่ คุณก็ไม่ต้องไปขอโทษเขาหรือเธอหรอก จะกลายเป็นต่อความยาว สาวความยืดเปล่า ๆ </p><p> </p><p> 6.  แลกเปลี่ยนการพูดคุย</p><p>                    ขณะที่เขาหรือเธอพูด คุณควรหยุดฟังอย่างตั้งใจ และคิดตามในสิ่งที่เขาหรือเธอพูด จะทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย และสามารถที่จะปรับความเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น</p><p></p><p>7.  ยอมรับผิดโดยดุษฎี</p><p>
                 ไม่ว่าเขาหรือเธอจะแรงมาแค่ไหน หรือมีปฏิกริยาไม่พอใจคุณอย่างไร คุณก็ต้องจำยอมรับและเป็นฝ่ายนิ่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่องไว้ในใจนะคะว่า “มาขอโทษ ไม่ได้มาหาเรื่องเพิ่ม” </p><p>
 
8.  ขอโอกาสชดเชย </p>
<p>
                         ลองถามเขาหรือเธอดูว่า มีหนทางอะไรบ้างที่คุณพอจะทำเพื่อเป็นการชดเชยให้กับเขาหรือเธอได้เท่าที่คุณจะทำให้ได้ เพื่อเป็นการประสานรอยร้าว และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกลับมาเหมือนดังเดิม</p><p>
                    อย่างน้อยที่สุด สำหรับบางคู่ที่แต่งงานแล้ว ก็ถือว่าทำเพื่อลูก และเพื่อเรา</p><p> </p><p></p><p>9.  อย่าทำผิดซ้ำในเรื่องเดิม </p><p>
           เพราะไม่มีใครที่จะอภัยให้คุณในเรื่องเดิม ๆ ได้อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ การผิดซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม ๆ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำพลาดไป แต่เป็นเรื่องที่คุณจงใจจะทำ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นอย่างนี้ รับรองว่า “คำขอโทษ” ไม่ช่วยอะไรคุณได้เลย มีหวังคงต้องเลิกรากันจริง ๆ สักวันแน่นอน</p><p>
                            ไม่ง่ายเลยใช่ไหมค่ะ กับการขอโทษใครสักคนอย่างจริงใจ แต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจจริง</p><p>                            เพราะว่า........ผิดไปแล้ว </p><p></p><p> ที่มา  :  จาก หนังสือพิมพ์ อินไซด์ มจธ. ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฉบับประจำวันที่ 1 - 28 กุมภาพันธ์ 2550  หน้า 3 ในคอภัมภ์ "ฟรีสไตล์ by kultida.tha"</p><p>
                  ดิฉันขออนุญาตตัดทอนเนื้อหาให้กระชับ เพื่อให้น่าอ่านยิ่งขึ้น</p><p>                     เพื่อน ๆ หละคะ มีวิธีขอโทษคนรักอย่างไรบ้าง</p><p></p><p></p><p>ภาพประกอบจากบทความ เห็นว่าน่ารักดี เลยนำมาฝากให้ชมกันคะ</p>