ท่านอาจารย์ดอกเตอร์กฤติณี ณัฏฐวุฒิเขียนเรื่อง "อ่านตลาดจากแนวการศึกษายุคใหม่" ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2550 ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ...

ท่านไปชมนิทรรศการโรงเรียนนานาชาติพบว่า โรงเรียนนานาขาติหลายแห่งมีแนวโน้มจะสอนให้เป็นคนกล้าเสี่ยง (risk taker) มากขึ้น เป็นคนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk averse) น้อยลง

  Lightbulb Idea          

ขณะเดียวกันก็เน้นให้มีการพิจารณาปัจจัยเสี่ยง พร้อมทั้งข้อมูลที่สมเหตุสมผลก่อนตัดสินใจ ซึ่งเรียกว่า ‘calculated risk’ หรือบวก ลบ คูณ หารข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

อาจารย์กฤติณีเล่าถึงงานวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะเลือกสินค้า หรือบริการที่มีราคากลางๆ ไว้ก่อน เช่น ถ้ามีสินค้า 3 อย่าง 3 ราคา ฯลฯ ผู้บริโภคมักจะเลือกสินค้าที่มีราคาอยู่ตรงกลาง

              

เนื่องจากคิดว่า ถ้าถูกไปอาจได้ของไม่ดี ถ้าแพงไปอาจเสียค่าโง่ เลือกตรงกลางไว้ก่อนปลอดภัยกว่า

ทีนี้ถ้าเป็นของใช้พื้นๆ เช่น กระดาษชำระ ฯลฯ ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะบวก ลบ คูณ หารข้อมูลรอบด้าน... ทั้งคุณภาพ ปริมาณ และราคา ไม่ใช่นำเฉพาะระดับราคามาคิด

            

ชีวิตจริงก็เหมือนกันคือ ยิ่งเก่งยิ่งไวในการแสวงหาข้อมูลเท่าไร การตัดสินใจก็จะสมเหตุสมผลมากขึ้นตามไปด้วย

แนวคิดอีกอย่างหนึ่งที่โรงเรียนนานาชาติมักจะนำมาเป็นจุดขายคือ การส่งเสริมให้เด็ก หรือคนรุ่นใหม่มีแรงจูงใจจากภายใน (self-motivated)

            

คนรุ่นใหม่น่าจะมีเป้าหมายแห่งความสำเร็จ มีความเป็นตัวของตัวเอง หรือความใฝ่ฝันจากภายใน ไม่ไหลไปไหลมาตามกระแสสังคม แฟชั่น หรือโฆษณา

ตัวอย่างหนึ่งของคนที่เป็นตัวของตัวเอง เช่น เหล้ายี่ห้อหนึ่งทำโฆษณาเป็นรูปคนเดิน ฯลฯ โฆษณาไปในทำนองว่า อย่ายอมแพ้

            

ทว่า... เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปก็เกิดอุบัติเหตุ บ้านแตกสาแหรกขาด ทะเลาะวิวาทกันอย่างมากมาย

คนที่เดินตามกระแส หรือแห่ไปตามโฆษณาคือ คนที่ดื่มเหล้าตามโฆษณา หรือตามกระแสนิยม ซึ่งจะเรียกว่า เป็นปลาอ่อนแรงที่ไหลไปตามน้ำก็ได้

            

ส่วนคนที่มีแรงจูงใจจากภายในน่าจะจัดเป็นปลาแข็งแรงที่พร้อมจะว่ายทวนน้ำได้... ถ้ามีเหตุผล ข้อมูล และประสบการณ์ประกอบการตัดสินใจ

ตัวอย่างเช่น โครงการ RED (Responsibility Experience Defensive) ทำเป็นโฆษณารูปเหล้ายี่ห้อหนึ่ง มีคนนั่งบนรถเข็น พร้อมข้อความว่า...

            

‘Johny walked’ คือ จอห์นนีครั้งหนึ่งเคยเดินได้ ตอนนี้เดินไม่ได้เสียแล้ว เพราะเมาขับรถ เลยเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว

อาจารย์กฤตินีท่านแนะนำว่า การศึกษาสมัยใหม่ควรทำให้คนเรามีความสมดุลระหว่าง IQ (intelligence quotient / ความฉลาด) กับ EQ (emotional quotient / วุฒิภาวะ-สุขภาพจิต-ทักษะทางสังคม)

            

ท่านบอกว่า คนเก่งอย่างเดียวอาจไม่มีความสุข อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ไม่ดี หรือมีสุขภาพจิตไม่ดี... ซึ่งอาจนำไปสู่การทำร้ายตนเอง หรือสังคมได้ เช่น เล่นการพนัน ติดเหล้า กินบ้านกินเมือง ฯลฯ

ตัวอย่างหนึ่งของคนที่น่าจะมี EQ ดีคือ คนที่กล้า "ขอโทษ" เมื่อทำอะไรผิด หรือทำอะไรพลาดไป นี่เป็นเรื่องของคนกล้าที่พร้อมจะยอมรับความจริง และปรับเปลี่ยนแก้ไข เพื่อให้อะไรๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

            

คนขี้ขลาดมักจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง หลบเลี่ยง บ่ายเบี่ยงปัญหา…

ส่วนคนกล้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริง… คนกล้าเท่านั้นที่รู้จักยอมรับผิด และกล้าขอโทษ

             

ถึงตรงนี้ขออนุโมทนากับท่านผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเป็นนิสิต นักศึกษา นักเรียนที่ดี...

การทำหน้าที่ของท่านให้ดีก็มีส่วนช่วยชาติ ช่วยบ้านเมืองให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วครับ… สาธุ สาธุ สาธุ

    แนะนำให้อ่าน:

   ข่าวประกาศ:

  • หากไม่มีความผิดพลาดทางเทคนิค...
  • ผู้เขียนจะเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน (อินเดีย +/- เนปาล) ในระหว่างวันที่ 18-25 มีนาคม 2550
  • ช่วงเวลาดังกล่าวคงจะไม่มีโอกาสเขียนบันทึก หรือตอบข้อคิดเห็น / คำถามท่านผู้อ่านครับ...

    แหล่งที่มา:

  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > อาจารย์ดอกเตอร์กฤติณี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์. Marketing weapon: อ่านตลาดจากแนวการศึกษายุคใหม่. กรุงเทพธุรกิจ BizWeek. 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2550. หน้า C6.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > ๓ มีนาคม ๒๕๕๐.

    เชิญอ่าน:

  • บ้านสุขภาพ > http://gotoknow.org/blog/health2you
  • อ่านบันทึกย้อนหลังบน Gotoknow ย้อนหลังได้... โดยเลือกจากปฏิทินกิจกรรมด้านขวามือของบล็อก หรือเลือกอ่านจากป้าย (คำหลัก) ทางขวามือของบล็อก > เลือก "มีต่อ" และเลือกคลิกป้าย (คำหลัก) ที่สนใจ