ป้าเจี๊ยบได้รับข้อคิดเห็นจาก คุณหมอมาโนช ในบันทึกหนึ่งมีใจความว่าอย่างนี้ค่ะ "ป้าเจี๊ยบเปิดอีกบล็อกเรื่องภาษาอังกฤษดีไหมครับ เป็นแบบไม่ใช่สอน แต่เป็นข้อสังเกตหรือการใช้ศัพท์ในสถานการณ์ต่างๆ ที่ละเอียดอ่อน ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้ในหนังสือไม่มีสอนครับ ต้องเป็นสิ่งที่เจอจากประสบการณ์ตรงครับ ผมอยากให้ป้าเจี๊ยบเขียนเล่าสบายๆ เหมือนกับเล่าเรื่องชวนชิมนี่ล่ะครับ"  ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์โน่น  และก็ตอบไปว่าจะพยายามค่ะ

วันนี้ความพยายามก็เป็นรูปร่างขึ้นมา เพราะทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วพบว่ามีหลายเรื่องให้เขียนได้ และรู้สึกว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างที่คุณหมอมาโนชบอก

อย่างไรก็ตาม ป้าเจี๊ยบต้องขอบอกไว้ตั้งแต่เริ่มแรกนะคะ ว่ามิบังอาจตั้งตัวเป็นเกจิทางภาษาอังกฤษแต่อย่างใด เพราะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษช้ากว่าเพื่อน คือเมื่อ ป.4 และล้มลุกคลุกคลานกับภาษาอังกฤษมาโดยตลอด แม้กระทั่งเมื่อไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาใหม่ๆ

ที่ผ่านมาก็อาศัยมาดดีตั้งแต่เด็กค่ะ ใครๆมองแล้วนึกว่าเจ๋งภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่เวลานั่งเรียนกลัวถูกครูเรียกตอบแทบตาย และเวลาเจอฝรั่งก็มือไม้เย็นไปหมด  อยู่มหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนวิชาเอกที่หลีกหนีภาษาอังกฤษซะด้วย

เพิ่งถึงจุดที่ฝันเป็นภาษาอังกฤษได้ก็เมื่อเรียนเมืองนอกไปแล้ว 2 ปีค่ะ  หลังจากถูกบังคับให้เรียนภาษาอังกฤษหนึ่งภาคเรียนเต็มๆ เพราะสอบภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยไม่ผ่าน  ก็เลยใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ปลอดภาษาไทยไปเรื่อยๆ จากการดูหนังดูทีวีและมีมิตรสหายต่างชาติ หลายๆชาติเพื่อจะได้คุ้นกับสำเนียงภาษาอังกฤษปนภาษาแม่ จนกลายเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเวลาเข้าร่วมประชุมนานาชาติ

กลับมาเมืองไทยยี่สิบกว่าปีแล้วก็ไม่ได้ทิ้งภาษาอังกฤษเลยค่ะ กลัวลืม เพราะมีบทเรียนจากภาษาฝรั่งเศสที่เรียนตั้งแต่ ป.7 จนสื่อสารได้ดีเมื่อตอนมัธยมปลาย ตอนนี้พูดและฟังแทบไม่รู้เรื่อง

วิธีที่ใช้บ่อยแทบทุกวันก็คือ การพูดกับตัวเองเป็นภาษาอังกฤษเวลาที่ขับรถ เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวที่ป้าเจี๊ยบรู้ว่าการพูดคนเดียวจะไม่ถูกมองว่าบ้าๆบอ เนื่องจากนั่งคนเดียวในรถ ใครเห็นก็จะนึกว่าร้องเพลงตามวิทยุ พอสมัยนี้ก็คงนึกว่าป้าเจี๊ยบพูดโทรศัพท์แบบไร้สาย เวลาพูดก็จะได้ยินเสียงของตนเอง สามารถดัดจริตทำสำเนียงอย่างโน้นอย่างนี้เล่นได้ ส่วนจะพูดเรื่องอะไรน่ะหรือ ก็ว่าไปเรื่อย บ่นได้สารพัด แปลป้ายโฆษณา บรรยายสภาพการจราจร ถนนหนทาง บ้านเมือง ฯลฯ

ภาษาอังกฤษแบบป้าเจี๊ยบจึงไม่ใช่แบบอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษหรือผู้ที่เรียนมาทางด้านภาษาอังกฤษนะคะ  บันทึกที่จะเขียนต่อไปก็จะเป็น "อังกิด" คือคำหรือข้อความภาษาอังกฤษที่มีผู้นำไปใช้โดยที่ป้าเจี๊ยบคิดว่าไม่ถูกต้อง โดยจะเสนอความคิดเห็นในส่วนของตัวเองใส่ลงไป ซึ่งก็อาจจะไม่ตรงกับนักวิชาการด้านภาษาอังกฤษทั้งหลาย   ถ้าใครมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมหรือพบว่าผิดพลาดอย่างไรจะช่วยแก้ไขให้ก็ยินดีค่ะ

บันทึกอังกิดเรื่องแรกของป้าเจี๊ยบจะเริ่มด้วยเรื่อง "I've done my time." ค่ะ