บันทึกนี้มีความรู้สึกดีๆ ที่อยากนำมาแบ่งปันครับ

เมื่อวานนี้ พนักงานจัดการทำบุญบริษัทครบรอบสิบสองปี คราวนี้เขาจัดทำพหุสื่อสำหรับดูกันเองภายในบริษัท เป็นหนังสั้นห้านาทีกว่า ไม่ยาว ไม่สั้นจนเกินไป บอกเล่าเรื่องราวชีวิตการงานของเขา ตลอดจนความรู้สึกหลากหลายด้าน

กลุ่มที่ทำพหุสื่อนี้ เมื่อสองปีก่อนผมเคย challenge ไว้ว่าจะเป็น production house ไหม วันนั้นมองตาเขาเห็นแต่เครื่องหมายคำถามกับความไม่แน่ใจ ส่วนวันนี้มีทั้งความมั่นใจ ความตั้งใจ และคุณภาพ; ทีมนี้เก่งด้วยตัวเอง เพียงแต่กระตุ้นให้กล้าคิดออกนอกกรอบเดิมๆ นิดหน่อย เขาก็เดินได้เอง

สี่ปีก่อน พนักงานจัดทำเอกสารบางอย่าง และพูดถึงนาย ว่าเป็นครู -- คำคำเดียว เล่นเอาปลื้มไปนาน พ่อ-แม่ก็ปลื้ม (เคยเขียนไว้ที่ไหนใน G2k ก็ไม่รู้ ว่าคำว่าครู-อาจารย์ มีความหมายพิเศษสำหรับผมเสมอ); วันนี้เค้าบอกว่านาย เป็นคนดี -- คนเรามีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี แต่หากสิ่งที่เราพยายามทำ มีคนสังเกตเห็นบ้าง ก็เป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก; ถ้าตัวเรารู้สึกอย่างนี้ ลูกน้องก็มีรู้สึกเช่นเดียวกัน ดังนั้นคนเป็นนาย ควรจะเตือนตัวเองให้เห็นหัวคนอื่นบ้าง

การเป็นนายคน คือความรับผิดชอบ เมื่อมีลูกน้องแล้ว ก็ต้องเข้าใจว่ามีคนฝากผีฝากไข้ไว้กับตัวเรา ความสำเร็จของหน่วยงาน เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกคน

งานของนายจึงไม่ใช่เรื่องของตัวคนเดียวอีกต่อไป ความคิดของนาย กระทบต่อคนอื่นโดยนัยอันนี้ ตำแหน่งงานกับความเป็นนาย ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

คนเป็นนาย มีอะไรที่ต้องทำอีกมากมาย นอกเหนือจากการสั่งการ

คุณภาพ-คุณค่าของคนเป็นนายนั้น มักจะวัดจากเรื่องที่ทำให้แก่คนอื่นเป็นหลัก เช่นความก้าวหน้าขององค์กร หน่วยงาน หรือลูกน้อง เมื่อไหร่ที่นายสนใจแต่เรื่องของตัวเอง นายนั้นก็หมดสภาพและศักดิ์ศรีของความเป็นนายไปในทันที

แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือพนักงานของเราได้เติบโตเป็นคนที่มีค่า รู้จริง-รู้ลึก เผชิญความจริงอย่างกล้าหาญ ไม่หลอกตัวเอง กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกลายเป็นคนที่มีค่าต่อสังคมรอบตัวเขา (ไม่ว่าเขาจะอยู่ในบริษัทต่อไปหรือไม่) หากเขาดีกว่าเรา เก่งกว่าเรา ก็จะยิ่งน่าภูมิใจ และงานของนาย ก็จะเรียกได้ว่าบรรลุเป้าหมายไปส่วนหนึ่ง

เมื่อคิดจะให้อะไรแล้ว ก็ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนรอบตัวดีกว่าครับ ให้ด้วยสาระ ไม่เน้นการให้ตามรูปแบบ เชื่อในคนของเราว่าใฝ่ดี-เรียนรู้ได้ และให้โอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง ในการให้แบบนี้ ตัวเราไม่ได้เสียอะไรไป ในบริบทของการจัดการ หากลูกน้องดีขึ้น เก่งขึ้น องค์กรก็ได้ด้วย และหากเขาไปอยู่ที่อื่น และเป็นคนที่มีค่าสำหรับที่ทำงานแห่งใหม่ สังคมของเราก็จะดีขึ้น เก่งขึ้น องค์กรของเราก็ได้ เราก็ได้ด้วย

เรื่องของคนมีค่าใช้จ่ายตามรูปบัญชี แต่ควรจะคิดเหมือนเป็นการลงทุนครับ ไม่มีเหนื่อยฟรี เพียงแต่ผลตอบแทน ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินเสมอไป