วิธีเล่น ก็คือ 

  1. ให้ท่านบอกเคล็ดลับส่วนตัวของท่าน เรื่องอะไรก็ได้    โดยทริคดังกล่าว ต้องเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ท่านค้นพบมาเอง หรืออาจจะไปอ่านเจอที่ไหน แล้วนำมาใช้พบว่าบังเกิดผล กล่าวคือ เป็นเคล็ดลับส่วนตัวที่ผ่านการพิสูจน์โดยตัวท่านเองมาแล้ว  โดยให้บอกมา  2- 5  trick

   2.  ให้ tag ส่งต่อไปยังเพื่อน หรือคนรู้จัก  2 - 5  คน  โดยให้ copy ข้อความวิธีการเล่น (ซึ่งพิมพ์ด้วยข้อความสีแดงนี้) ทั้งหมด ส่งไปให้กับคนที่ท่าน Tag ไปด้วย   มาเล่นกันเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
ขอบคุณค่ะ ^__^
..

................ 

เพิ่งกลับจากไปดูแลนิสิตปฏิบัติธรรม กลับมาก็เจอ trick tag ของ อาจารย์ขจิต รออยู่... นึกๆ ดู ปัจจุบันนี้รู้สึกว่าเคล็ดลับประจำตัว หรือสิ่งที่ตัวเองเคยคิดว่าเป็นกลเม็ตส่วนตัวก็ไม่มีแล้ว ก็ขอเล่าเรื่องเก่าๆ ที่เคยเป็นเคล็ดลับในการเรียนหนังสือในอดีตมาเล่าสู่กันอ่านก็แล้วกัน

๑. ตอนเรียนบาลี ประโยค ๒-๔ ผู้เขียนจะแบ่งเป็นโครงการ คือ

โครงการหลัก คือ แปลบาลีให้ได้วันละ ๕ หน้า หรือ ๑๐ หน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับความยากง่าย โดยนำจำนวนหน้าทั้งหมดมาหารด้วยจำนวนวัน แล้วก็จะกำหนดได้ว่าต้องแปลวันละเท่าไหร่และกิ่วันหมด... ผู้เขียนเรียนบาลีมาอย่างนี้ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็ได้จำนวนหน้าและเสร็จตามกำหนดวันที่วางไว้

โครงการรอง คือ ทวนไวยากรณ์ ผู้เขียนจะทบทวนไวยากรณ์เป็นเล่มๆ หรือเป็นเรื่องๆ โดยไม่กำหนดวันแน่นอน แต่จะทวนทุกวัน ทวนไปทวนมา ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเหมือนกัน

โครงการอดิเรก คือ ผู้เขียนจะมีหนังสืออธิบายบาลีชั้นสูงกว่าที่เรียนบางเล่มที่สนใจตั้งไว้ใกล้ที่นอน ว่างเมื่อไหร่ก็หยิบมาอ่าน ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็อ่านหมดไปหลายๆ เล่ม

โครงการฉุกเฉิน คือ เมื่อพบหนังสือเล่มไหนที่น่าสนใจ เช่น นิยายจีน หนังสือแปล หรือหนังสือธรรมะของเกจิบางท่าน.... ผู้เขียนก็จะเร่งอ่านจนจบ แล้วก็ทิ้งเข้าไปสู่โครงการข้างต้น ตามปรกติ...

เมื่อก่อนชอบเล่าเรื่องโครงการเหล่านี้ให้น้องๆ หรือลูกศิษย์ฟัง แต่สิบกว่าปีมานี้ เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ก็เลยมาเล่าอีกครั้ง ....

๒. ใครบอกว่าอ่านหนังสือแล้วง่วงนอน สำหรับผู้เขียนพออ่านหนังสือแล้วก็จะหายง่วง ตาแข็ง .... ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฝืน นั่นคือ แรกๆ ก็ง่วง ก็ฝืน โดยการอ่านออกเสียงดังๆ บ้าง ยืนอ่านบ้าง... ถ้าไม่รู้เรื่องก็อ่านซ้ำข้อความเดิมให้รู้เรื่อง เมื่อได้สมาธิก็จะหายง่วง... ต่อมาก็กลายเป็นนิสัยใหม่ คือ พอรู้สึกง่วงๆ ถ้าผู้เขียนจับหนังสือมาอ่านได้สัก๑-๒ หน้า ความง่วงก็หายไป ....ผู้เขียนฝึกนิสัยนี้ได้ตอนเรียนบาลี (แต่ปัจจุบัน สายตาเปลี่ยนไป จึงไม่ค่อยอ่านหนังสือ เวลาอ่านก็มักจะใส่แว่น)

๓. พอเรียนสูงขึ้น โดยเฉพาะปรัชญาป.โท หรือช่วงเขียนวิทยานิพนธ์ ความยากของเนื้อหาทำให้ผู้เขียนนอนมาก นั่นคือ อ่านหนังสือ ๑-๒ ชั่วโมง แต่นอนพักวันสองวัน แล้วก็ค่อยมาอ่านซ้ำ เพราะอ่านมากก็ไม่รู้เรื่อง  แล้วก็จะเครียดนอนไม่หลับ จึง อ่านน้อยๆ พักผ่อนเพื่อจัดระบบความคิดเยอะ ..ประมาณนี้

แค่นี้พอนะ อาจารย์ขจิต จะ trick tag ไปยัง

๑. นายขำ 

ณิชนันทน์

๓. ดร. ไสว เลี่ยมแก้ว