ผมได้รับทราบข้อมูลที่ยังคลำหาข้อเท็จจริงๆได้ไม่ชัดเจนนัก รวมถึงอยากศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ของคนจีนกลุ่มหนึ่งคือตระกูล "ล่ำซำ" ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมได้รับฟังผ่านการเล่าเรื่องของคนหลายต่อหลายคนในบ้านบางแก้ว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง และเชื่อมโยงไปจนถึงว่าเกี่ยวข้องกับ ธนาคารกสิกรไทย ในปัจจุบัน จึงขอฝากประเด็นไว้ที่นี่ก่อน ที่จะพยายามสืบค้น หรือค้นคว้าให้จนได้คำตอบที่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวนี้ให้แจ่มชัดขึ้น คิดว่าจะต้องทำให้ได้ ในเร็ววันนี้

     โดยเรื่องเล่านี้ได้พยายามอธิบายว่าคนในต้นตระกูลนี้ ได้เคยเข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านบางแก้ว แล้วค่อย ๆ ออกไป เพราะถูกรบกวน ถูกเกล้ง ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ได้รับรู้ว่ายังมีที่ดินบางส่วนเป็นกรรมสิทธิของคนในตระกูลนี้อยู่ในบริเวณตลาดบางแก้วด้วย ลองดูตามประวัติที่ผมพอจะได้สรุปไว้บ้างแล้ว ในขณะที่เป็นนักวิชาการสาธารณสุขของ สสอ.บางแก้ว ในเอกสารสรปุผลงานประจำปี 2543 โดยขอเอามาตอนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ดังนี้ครับ

     • เดิมพื้นที่อำเภอบางแก้วมีชื่อเรียกว่า “โคกแต้ว” หรือ “เกาะแต้ว” ตามชื่อต้นไม้แต้ว ซึ่งขึ้นอยู่มากมาย และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บางแก้ว” ตามชื่อคลองสายใหญ่ที่ไหลผ่าน วัดตะเขียนบางแก้ว (ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเขาชัยสน ในปัจจุบัน)

     • บ้านบางแก้ว  ตั้งอยู่ในหมู่ที่   1  และหมู่ที่   6  ตำบล  ท่ามะเดื่อ  อำเภอเขาชัยสน   จังหวัดพัทลุง  ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นสุขาภิบาล  เมื่อปี  พ.ศ. 2499   โดยเอาชื่อของตำบลท่ามะเดื่อเป็นชื่อของสุขาภิบาล  เดิมบริเวณนี้เป็นที่ทุ่งกว้างใหญ่ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่เลย  นายดิษฐ์  คชวงศ์   เป็นผู้ครอบครองที่ดินไว้เพื่อเลี้ยงวัว   ควาย  สภาพพื้นที่เป็นเนินโคกเล็กน้อยมีต้นไม้แต้วขึ้นอยู่เต็ม   ไม้แต้วเป็นไม้ยืนต้น  เนื้อแข็ง  คล้ายไม้ตะแบกแต่ใบและลำต้นเล็กกว่า  โคนต้นมีหนามเล็กน้อยจากการที่มีต้นไม้แต้วขึ้นอยู่มากนี้เอง  ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า   “โคกแต้ว”

     • เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2541  ทางการรถไฟได้ทำรางรถไฟสายใต้ต่อจากชุมทางหาดใหญ่ผ่านโคกแต้ว  ไปทางทิศเหนือเมื่อ  สร้างทางรถไฟเสร็จแล้วได้จัดสร้างสถานีรถไฟขึ้น  ใช้ชื่อว่า “สถานีรถไฟโคกแต้ว” โดยเอาชื่อโคกแต้วมาเป็นชื่อสถานีรถไฟห่างจากสถานีโคกแต้วไปทางทิศเหนือประมาณ  1.5  กิโลเมตร  มีลำคลองสายใต้ต้นกำเนินจากเทือกเขาบรรทัดทางทิศเหนือเขตอำเภอตะโหมดในปัจจุบันไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ   ผ่านวัดตะเขียนบางแก้ว  ตั้งอยู่ตำบลจองถนน  อำเภอเขาชัยสน  เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดพัทลุง  ต่อมาทางการรถไฟได้ทำการปรับปรุง   สถานีรถไฟโคกแต้วขึ้นใหม่  โดยนิมิตรหมายเอาคลองสายดังกล่าวมาเป็นชื่อของสถานีตั้งแต่  นั้นมาชาวบ้านเรียกสถานีแห่งนี้ว่า  “บางแก้ว”  และในที่สุด  ชื่อโคกแต้วก็เลือนหายไป

     • ปี  พ.ศ.   2471   นายปักจิ่น  แซ่ฉิ่น   เป็นคนอำเภอติ่งอาน มณฑลกวางตุ้ง  ประเทศจีน ได้อพยพครอบครัว และพรรคพวกมาตั้งรกรากอยู่ที่บางแก้วโดยครั้งแรกลี้ภัยการเมืองมาอยู่ที่เกาะปีนังประเทศมาเลเซีย   เนื่องจากการเกิดปฏิวัติขึ้นในประเทศจีนต่อมาได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยตั้งหลักแหล่งอยู่ที่บ้านดินลานปัจจุบันอยู่ในอำเภอบางกล่ำ  จังหวัดสงขลา  ได้มาเห็นสภาพของพื้นที่บางแก้ว  และนาปะขอเหมาะแก่การทำนา  และเพาะปลูกจึงได้ชักชวนญาติ ๆ และเพื่อนฝูงจากเมืองจีนมาอยู่ที่บางแก้วหลายสิบครอบครัวซึ่งทำให้บางแก้วเกิดเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้น

     • ปี พ.ศ. 2479   ชาวจีนบางแก้วได้จัดทำผังเมืองขึ้น   มีถนนสายหลัก  3  สาย  แต่ละสายกว้าง 66  ฟุต มี  6  ซอย  แต่ละซอยกว้าง  50  ฟุต  ที่ดินสำหรับปลูกบ้าน  แต่ละห้องกว้าง  18  ฟุต  ยาว  90 ฟุต  มีโรงพยาบาล  เปิดโรงเรียนจีนให้เด็กได้เรียนหนังสือและคนจีนรุ่นนี้ได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างถนนสายบางแก้ว – หาดไข่เต่าซึ่งเป็นถนนสายหลักมีการสร้างโรงสีขนาดใหญ่ที่หน้าสถานีรถไฟบางแก้ว  ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวหัวนาหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าข้าวพันธุ์บางแก้ว  ซึ่งทำชื่อเสียงให้กับบางแก้วเป็นอย่างมากมีการส่งจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ   นายปักจิ่นจึงได้ขอจดทะเบียน  ตั้งบริษัทเพื่อการค้าข้าว  แต่ต่อมาก็ขายให้กับบุคคลอื่นไป  ของดีที่มีชื่ออีกอย่างในสมัยนั้นคือ  การเลี้ยงไก่พื้นเมืองจนเป็นไก่มันเนื้อนุ่ม  อร่อยถูกปากส่งไปขายถึงหาดใหญ่  ยะลา มาปัจจุบันการเลี้ยงแม้จะไม่แพร่หลายอย่างในอดีต  แต่ก็ยังมีผู้สืบทอดอาชีพนี้อยู่บ้าง

     • “บ้านบางแก้ว” เป็นชุมชนที่มีความเจริญ รุ่งเรืองมาก่อนในยุคที่ประชาชนใช้เส้นทางรถไฟ ในการคมนาคมเป็นหลัก ปรากฎหลักฐานว่าเคยมีโรงสีข้าวขนาดใหญ่ถึง 3 โรง ผลิตข้าวส่งจำหน่ายทั่วไปในภาคใต้จนมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของประชาชนในนามของ “ข้าวบางแก้ว”   และชุมชนก็ได้ขยายขึ้นเรื่อยๆโดยมีการอพยพมาจากบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะ จากบริเวณวัดตะเขียนบางแก้ว และรอบๆ และเริ่มมีตลาดสดตลาดบางแก้ว ซึ่งจะมีวันนัด 2 วัน (วันที่แม่ค้าจะมาชุมนุมกัน โดยนำสินค้ามาขายมากเป็นพิเศษ) คือวันพุธ และวันเสาร์ของทุกสัปดาห์จนถึงทุกวันนี้

     • ต่อมาสภาพเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่สอง   ได้เปลี่ยนแปลงไป  ชาวจีนที่อาศัยอยู่เดิมได้แยกย้ายกันไปทำมาค้าขายในจังหวัดใกล้เคียงและที่กรุงเทพมหานคร   กอปรกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  41  สายเพชรเกษมตัดผ่านในพื้นที่ตำบลโคกสัก  ซึ่งมีระยะห่างจากตลาดบางแก้ว  ออกไปประมาณ  10 กิโลเมตร  ประชาชนเปลี่ยนความนิยมจากการเดินทางโดยรถไฟมาใช้บริการรถยนต์มากขึ้นจึงทำให้  สภาพการเปลี่ยนแปลงไป  ตลาดบางแก้วจึงได้เหลือเพียงร่องรอย  ให้เห็นสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน