เรื่อง “วิธีคิด” ได้รับการเสนอขึ้นมาเนื่องจากว่า เกิดจากปัญหาที่เป็นจริงอันหนึ่งคือ เวลาที่มีปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งเราจะต้องแก้ปัญหา เรามักจะมีทางออก หรือมีการถกเถียงต่อปัญหาอันนั้นแตกต่างกันหลายประเด็น แน่นอนอันนี้เป็นเพราะว่า มันเกิดขึ้นมาจากกรอบความคิดของแต่ละคน ซึ่งตั้งต้นมาไม่เหมือนกัน ได้มีนักคิดคนหนึ่งได้สรุปว่า วิธีคิดของมนุษย์นั้นถ้าหากจัดหมวดหมู่แล้วจะแบ่งออกได้ 5 วิธีคิดด้วยกัน คือ 1.วิธีคิดแบบนักอุดมคติ, 2.วิธีคิดแบบนักสัจนิยม, 3.วิธีคิดแบบนักสังเคราะห์, 4.วิธีคิดแบบนักวิเคราะห์, และ 5.วิธีคิดของนักปฏิบัตินิยม

                1. วิธีคิดแบบนักอุดมคติ : ส่วนใหญ่แล้ว นักอุดมคติมักจะมองปัญหาในลักษณะที่เป็นเรื่องของสิ่งสุดยอดมีความสมบูรณ์ เล็งผลเลิศไปที่เป้าหมายสูงสุดหรืออุดมการณ์. พวกนี้จะขัดแย้งหรือตรงข้ามกันกับนักปฏิบัตินิยม

                2. นักปฏิบัตินิยม พวกนี้มักจะมองปัญหาต่างๆ จากการปฏิบัติการ หรือ proceed ของสิ่งที่จะทำว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด คนพวกนี้จะไม่เห็นความสำคัญของนักอุดมคติ และค่อนข้างที่จะเป็น objective ในขณะที่นักอุดมคติจะเป็นพวก subjective

                3. วิธีคิดแบบนักสัจนิยม : คนกลุ่มนี้เวลาเสนออะไรมักจะมีคนซึ่งค่อนข้างเห็นด้วยสูง ทั้งนี้เพราะพวกนี้ยึดถือความเป็นจริงเป็นหลัก ความจริงที่ยึดถือนั้นเป็น objective และทุกคนสามารถร่วมคิดกับเขาได้

                4. วิธีคิดแบบนักวิเคราะห์ : นักวิเคราะห์จะมองปัญหาแบบแยกส่วน จำแนกออกเป็นเรื่องๆ มีการแยกแยะอย่างละเอียด จนกระทั่งอาจจะมองไม่เห็นภาพรวม ซึ่งถือเป็นข้อด้อยของนักวิเคราะห์

                5. วิธีคิดแบบนักสังเคราะห์ : พวกนี้จะมองประเด็นปัญหาต่างๆ ในที่ประชุม แล้วนำเอาความคิดที่เสนอกันอย่างหลากหลายมารวบรวมหรือสังเคราะห์กัน เพื่อที่จะมองปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่ง

     จาก : อ.สมเกียรติ ตั้งนโม ณ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.geocities.com/fineartcmu/newpage1.htm