วันนี้ของฉัน มีคนสอนฉัน มีคนติงฉัน มีคนนึกถึงฉัน ฉันมีเพื่อน ฉันมีสิ่งต่างๆมากมาย
บันทึกประจำวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550
ก่อนที่จะได้มานั่งเขียนบันทึกนี้ เป็นเวลารุ่งสางของอีกวันเข้าไปแล้ว เพราะฉันยังไม่ได้นอนเลย .
เพราะอะไรละ อืม ก็เพราะว่ามีเพื่อนของฉันคนหนึ่งชวนฉันออกไปพบในเวลาตอนตี 1นะสิ ........
เป็นเพื่อนที่ฉันไม่ได้คิดว่าจะมีโอกาสได้พบและพูดคุยกันได้ในลักษณะแบบธรรมชาติ...อืม …และเพราะเราไม่ได้คุยกันอย่างนี้มากว่า 6-7 ปีด้วย ฉันทนการขยั้นขยอของเพื่อนไม่ได้ และฉันก็ไปพบ
และมันทำฉันให้รู้สึกว่าดีจัง...ที่ได้ออกมาทำให้รู้สึกว่าได้พักความคิด ในช่วงหนึ่งของห้วงแห่งเวลา ถึงแม้จะทำให้ฉันอดนอนในคืนนี้ก็ตาม จนเวลาผ่านเลยจนกระทั่ง 04.49 น.
ฉันคิดว่าฉันจะกลับมานอน แต่ก็ต้องขอจดบันทึกก่อน เพราะความจำของฉันมันสั้นนัก และด้วยเหตุผลอีกอย่างของฉันคือ ฉันจะเสียดายจริงๆถ้าฉันไม่ได้จดบันทึกของวันนี้เอาไว้.....
เพราะวันนี้ของฉัน มีคนสอนฉัน มีคนติงฉัน มีคนนึกถึงฉัน ฉันมีเพื่อน ฉันมีสิ่งต่างๆมากมาย
• พี่หนอน คุณสุรพงษ์ กองจันทึก
พี่หนอนได้แวะเข้ามาหาเราที่ สนค. เราจึงได้สนทนากันในเรื่องของ “จอบิ” เรารับฟัแต่โดยดี และเราพยายามสื่อสารสิ่งที่คิดกับพี่เขา เราได้ข้อคิดหลายประเด็น (แต่ไม่สามารถบันทึกได้ ณ ตอนนี้ ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญมากมาย และฉันก็ง่วงด้วย)
ในเรื่องของจอบิ นุชคิดในใจสั้นได้แต่เพียงว่า นุชอยากลงไปเจอตัวจริงๆของจอบิ และกับผู้นำชนเผ่าในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน ณ บัดเดี๋ยวนี้เลย ......(อยู่ในความนึกคิดของฉัน)
• น้องแมว ...เจ้าหน้าที่อำเภอแก่งกระจาน
หลังจากที่นุชได้สนทนากับพี่หนอน นุชคิดว่าลองโทรไปถามความคืบหน้าเรื่องจอบิ กับน้องคนนี้ดูหน่อยสักนิด ว่าสถานการณ์ ณ วันนี้ใครคิดเห็นอย่างไรแบบคร่าวๆบ้าง......
ในความที่คุ้นเคยกันกับน้องแมว เราก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องงานต่างๆ และในเรื่องส่วนตัว น้องเขาก็ปรึกษาเรื่องของพี่อีกคนหนึ่ง ถึงการให้นุชช่วยเหลือน้องเขาในการสื่อสารประเด็นเงินๆๆทองๆที่มีคนเอาตังค์ไปแล้วไม่ได้คืน ประมาณนั้น ..... (อันนี้ก็น่าสนใจอยากเขียน แต่คงไม่ได้เขียนวันนี้)
• โทรศัพท์ไปหาผิดคน
คุณๆเคยไหมนะ ที่เราจะโทรศัพท์หาคนหนึ่งแต่ไปติดกับอีกคนหนึ่ง เพียงเพราะความเกียจคร้านของเราในขณะที่เราบันทึกชื่อลงในโทรศัพท์ และเพราะชื่อของคนที่เราติดต่อนั้น เป็นชื่อเดียวกันที่เหมือนกัน ................. แต่ก็ทำให้การสื่อสารของการที่เราไม่ได้ติดต่อกันมานาน เป็นความคุ้นเคยถึงอดีตที่เราพบกันจนทำให้เราคุ้นเคยและสนุกกับเวลานั้นอีกครั้งไปด้วยจนวันนี้ และทำให้ได้ประโยชน์แห่งการคุยกันเป็นผลประโยชน์เพื่อส่วนรวมต่อๆไปได้อีกด้วย
• รับช่วงต่อปริ้นงานจากเตือน : แต่ติดปัญหาที่ระบบของคอมพิวเตอร์ เตือนฝากให้นุชช่วยดูงานสรุปวิจัยที่ได้สั่งปริ้นทิ้งไว้ ประมาณ 2 ร้อยกว่าหน้า อืม........อยากรู้เทคนิคแก้ปัญหาไอทีจัง ทำให้คิดว่าการที่ได้เรียนรู้มาจากตอนทำงานที่มูลนิธิกระจกเงา ทำไมนะ เราไม่เรียนรู้ให้มันชัดเจนมากกว่านี้จะได้แก้ปัญหากับมันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา ....... วันนี้ต้องไม่สายเกินไป
• มูลนิธิโตโยต้า : ฉันได้ตัดสินใจ อย่างที่คิดเอาเองคนเดียวว่าต้องทดลองส่ง งานโครงการฯไปเพื่อขอรับบริจาครถกระบะยานยนต์ ที่ใช้งานแล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่ ในโครงการฯ ....และอีกสัก 2 วันฉันจะต้องโทรไปติดตามดู ..... หวั่นเกรงนิดๆว่าจะได้รับการตอบรับที่ปฏิเสธหรืออื่นใดๆ คิดเอาเองคนเดียว เพราะอะไรนะรึ ก็ฉันไม่เคยรู้จักกับใครเลยที่มูลนิธินะสิ อืม................ช่วยเป็นกำลังใจคอยลุ้นให้ฉันด้วยนะ
• แสกนรูป : หลังจากที่ได้มีการทดลองใช้ไอทีในการทำงาน โดยผ่านเครื่องพิมพ์ในสำนักงาน FACE ที่ไม่เป็นผลสำเร็จสำหรับเครื่องที่ฉันใช้งานอยู่ จนเตือนเข้ามา จึงได้ใช้โน้ทบุคของน้องเตือนในการต่อเชื่อมกับเครื่องพิมพ์เครื่องนั้น ผลปรากฏก็ใช้งานได้ปกติ .....และฉันก็ได้แสกนภาพลงเก็บไว้อย่างเรียบร้อย แต่ติดแค่ตรงเสียเวลาต่อรูปประมาณ 1รูป: 45 วินาที เพราะฉันต้องแสกนกว่า 100 ภาพทีเดียว
• พี่ตุ๊ก สุดารัตน์
วันนี้ได้รับคำแนะนำ ตักเตือน จากพี่ตุ๊กเพื่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองอีกครั้งในการทำงานและการประสานงานสื่อสารกับคนอื่น จักต้องชัดเจนเป็นระบบคิดอย่างไร อืม......เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้เหมือนกัน แต่ทุกครั้งฉันก็ได้คำสอนเพื่อแก้ไขสิ่งนั้นได้ทุกทีเสียน่า.............
ช่วยแรง จัดสำนักงาน พี่ตุ๊กเกิดไอเดีย นุชก็ได้มีส่วนช่วยแรงกายยก และเคลื่อนที่สิ่งของต่างๆภายในสำนักงาน …………..และแล้วสิ่งของที่คิดว่าไม่น่าจะลงตัว ก็ลงตัวได้ อย่างเป็นระเบียบ
• ประสานงานทีมงาน
กับณรงค์ ถึงเรื่องให้ช่วยประสานกับพี่แหม่มอีกที เพียงเพราะตังค์ในโทรศัพท์ของเราโทรออกไม่ได้แล้ว พี่แหม่มก็บอกว่าได้อ่านงานโครงการฯที่ได้เสนอไปแล้ว จะต้องหาเวลาคุยกับแม่แอ๋วอีกครั้งหนึ่ง ........รอ รอ ณรงค์ นาพัว รายงาน
• พี่น้อย มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (จำชื่อจริงพี่เขาไม่ได้ หุหุ)
ฉันกับพี่น้อย จะว่าไปเกือบทุกครั้งที่ฉันได้คุยกับพี่เขา จะต้องพูดคุยเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเลยทีเดียวก็ว่าได้ ............. และเป็นสิ่งที่ฉันคิดได้ว่า ก็เพราะพี่น้อยเป็นผู้รับฟังที่ดี และฉันเองก็ช่างที่จะถนัดเล่าเรื่องราวของฉันให้กับพี่น้อยรับฟัง มากมายเสียเหลือเกิน สิน่า ; และพี่น้อยก็ตบท้ายทุกครั้งกับฉันว่า เป็นแรงใจให้ และเมื่อเราขอให้ช่วยลุ้น สิ่งที่เราเสนอไป พี่น้อยก็ไม่เคยปฏิเสธน้ำใจจากฉันเลยสักครั้งเดียว
• เอี๋ยง เพื่อนกลุ่มอนุรักษ์รามคำแหง รุ่น 41 : จากที่ได้เอ่ยบันทึกในย่อหน้าที่หนึ่ง ฉันจะลงบันทึกอีกครั้งแน่นอน เพราะมีเรื่องของเอี๋ยงที่เขาเขียน เรื่องสั้นของเขาที่ชวนติดตามตัวตนของเพื่อนคนนี้จริงๆ