ตามที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีการลงนามข้อตกลงเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย และเข้าร่วมการเสวนา ครั้งที่ 9 โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ หัวข้อในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้คือ การก่อเกิดและการดำรงอยู่ของศูนย์วิจัยเฉพาะทาง ในการเดินทางเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้มีท่านผู้บริหาร อาจารย์และพนักงานของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมจำนวน 5 ท่าน ดังนี้

1.      ดร.กีร์รัตน์  สงวนไทร            รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
2.      รศ.สมนึก  เอื้อจิระพงษ์พันธ์  อาจารย์ประจำสำนักวิชาการจัดการ
3.      ดร.วาริน  อินทนา     อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร
4.      อาจารย์ดิชิตชัย เมตตา อาจารย์ประจำสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์
5.      นางแก้วใจ  สุขสะอาด  เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สถาบันวิจัยและพัฒนา
6.      นางสาวปิติกานต์ จันทร์แย้ม เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป หน่วยพัฒนาองค์กร

กิจกรรมที่ได้โอการต่อเติมและต่อยอดในครั้งนี้คือ

1.      การร่วมเสวนา คุณ(เอื้อ) อำนวยแห่งอีสาน  วันที่ 7 กุมภาพันธ์  2550

วิทยากร  1.      ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

             2.      อ.ทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด

              3.      การบรรยยายพิเศษ การประชุม KM จากประเทศสิงค์โปร์

2        ร่วมประชุมโครงสร้างทีมงานคุณอำนวยแห่ง UKM รุ่นที่ 3  วันที่ 8 กุมภาพันธ์  2550

3        การเสวนาการจัดการความร้ะหว่างมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 9  วันที่ 9-10 กุมภาพันธ์  2550

·       ฟังการปาฐกถาพิเศษ การจัดการความรู้สู่มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย โดย ศ. นพ.วิจารณ์ พาณิช

·       ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ห้องที่ 1 Show and Share Center of Excellent ก่อกำเนิด เป้าหมายและปัจจัยสู่ความสำเร็จ

ห้องที่ 2 ติดตามผลสำเร็จของการพัฒนาต่อยอดในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ของเครือข่ายฯ

 ภายหลังการเข้าร่วมเสวนาเครือข่าย UKM ทางทีมงานได้ทบทวนบทเรียน (AAR)ครั้งนี้ ดังนี้1.      ได้เรียนรู้ Tool เพิ่มขึ้นหรือเครื่องมือพัฒนาใหม่ๆ ดังนี้·       ได้แนวคิดการเทคนิกเครื่องมือจัดการความรู้ การสร้างกระบวนการเรียนรู้จากวิทยากรจากบริษัทปูนซีเมนต์แก่งคอย เช่น การสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการดูภาพยนตร์ TL(Total Learning) Show&Share เป็นต้น2.      วิธีคิด Paradiam เราพัฒนาไปอย่างไร·       การบริหารงบประมาณด้านวิจัยที่แตกต่างกัน มหาวิทยาลัยในเครือข่ายจัดสรรงบประมาณให้กับศูนย์วิจัยแต่ละศูนย์แต่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์งบประมาณทั้งหมดอยู่ที่สถาบันวิจัยที่จะบริหารงบประมาณขึ้นอยู่กับความสามารถของนักวิจัย สำหรับตัวชี้วัดใกล้เคียงกัน   ·       มหาวิทยาลัยในเครือข่ายมีมีศักยภาพในการหาแหล่งทุนโดยศูนย์วิจัยจะมีอาจารย์ที่มีความสามารถในการประสานแหล่งทุนเพื่อของบประมาณ มีความเป็นผู้นำ มีลูกศิษย์ ทำงานมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทำวิจัยเองและกระจายให้อาจารย์ นักศึกษา·       มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีกลุ่มวิจัยขนาดเล็ก ซึ่งเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่และกลาง คิดว่าในอนาคตกับจะเติบโตจากรุ่นกลางเป็น sernior เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ ·       ปัญหาที่เริ่มจะพบเหมือนกับหน่วยวิจัยสถาบันอื่นๆ คือ การกำหนด KPI ที่ใช้เหมือนกันกับทุกหน่วยวิจัย ซึ่งมีจุดเด่นและจุดด้วยต่างกัน ทำให้การกำหนด KPI จึงต้องมีความยืดหยุ่น·     การจะทำให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยได้ต้องมีการสนับสนุนนักวิจัยให้เต็มที่·       ได้ทบทวนผลจากการเข้าร่วมเสวนาเครือข่าย UKM ที่ผ่านมาและทราบแนวทางที่จะขับเคลื่อนการจัดการความรู้ในการพัฒนาคน พัฒนางานและพัฒนาองค์กรว่าใน 1 ปีที่ผ่านมาวลัยลักษณ์นำเครื่องมือการจัดการความรู้มาใช้โดยเริ่มแรกนำมาใช้กับสายสนับสนุน 1 ปีที่ผ่านมาพนักงานที่ได้เรียนรู้และรู้จัก KM ทำให้พนักงานมีความสุข เกิดวัฒนธรรมการใฝ่รู้ เรียนรู้จากการปฏิบัติมากขึ้น สามารถจัดการความรู้สึก เห็นความสำคัญคุณค่าขององค์กความรู้ พัฒนาการทำงานของตนเองและสามารถใช้ความรู้อย่างชาญฉลาด แต่ยังไม่ได้เข้าถึงกับสายวิชาการ ซึ่งแนวทางต่อไปก็จะขยายวงไปยังสายวิชาการ พยายามลงไปที่เนื้องานมากขึ้น·       ต่อยอดทักษะการเป็นคุณอำนวยที่ดีผ่านการดูภาพยนต์·       การจะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ต้องอดทนเนื่องจากพื้นฐานความคิดของคนมีความแตกต่างกัน ไม่เท่ากันและ copy กันไม่ได้ เราต้องต่อยอดแก่นของเรา <div style="text-align: center"></div><p> </p> 3. ได้เครือข่าย·       ได้รู้จัก สานสัมพันธ์กับเครือข่ายนักวิจัยแบบ F2F มากขึ้นและสามารถติดต่อประสานงานกันได้ในอนาคต4.  เกิดความภูมิใจในสถาบันมากขึ้น สร้างทัศนคติที่ดี·     ศูนย์วิจัยที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีความพร้อมมาก แต่ละศูนย์มีนักวิจัยจำนวนมากแต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับผลงานวิจัยของวลัยลักษณ์เฉลี่ยต่อจำนวนนักวิจัยพบว่า ของวลัยลักษณ์มีศักยภาพมากเช่นกัน    <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">·       มหาวิทยาลัยในเครือข่ายรู้จักมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มากขึ้น และหลายท่านยังคิดว่ามหาวิทยาลัยยังไม่มีหน่วยวิจัยฯ ทั้งๆ ที่ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีหน่วยวิจัย และมีนักวิจัยใหม่ซึ่งอยู่เปอร์เซ็นต์ที่สูง</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สิ่งที่กลับมาดำเนินการต่อ
·       นำสิ่งที่ได้เรียนรู้นำคุยในการพบคุยกับหน่วยวิจัยต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เพื่อเล่าประสบการณ์ว่าที่อื่นมีแนวทางเช่นนี้ และเราจะเดินทางไปอย่างไร</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">·       ถ่ายทอดประสบการณ์ การร่วมเสวนากับทีมคุณอำนวยของมหาวิทยาลัยและปรึกษาหารือกับทีมคุณอำนวยของมหาวิทยาลัยเพื่อเตรียมตัวการเป็นเจ้าภาพการเสวนาในครั้งที่ 10 และร่วมค้นหาแนวทางการขับเคลื่อน KM ของมหาวิทยาลัย วันที่ 1 มีนาคม นี้คะ</p>