ความยุติธรรมทางอาญากับการลงโทษบุคคลซ้ำ

  สภาพปัญหา                 การที่พลเมืองของประเทศต่างๆ สามารถที่จะเดินทางไปมาในต่างประเทศได้และอาจมีบางคนอาจกระทำผิดอาญาในประเทศหนึ่ง และผลแห่งการกระทำนั้นอาจพาดพิงหลายประเทศ และการที่แต่ละประเทศต่างมีอำนาจอธิปไตยเหนืออาณาเขตของรัฐ ซึ่งทำให้รัฐต่างๆนั้นสามารถที่จะกระทำการใดๆในรัฐหรือดินแดนของตนได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐออกกฎหมายมาเพื่อบังคับการกระทำที่เกิดขึ้นในรัฐทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงว่าบุคคลนั้นจะมีสัญชาติใด จะมีสัญชาติไทยหรือไม่ เพียงแค่บุคคลดังกล่าวนี้ได้กระทำความผิดในรัฐที่มีกฎหมายกำหนดว่าเป็นความผิดตามที่คนคนนั้นได้อาศัยอยู่ และกฎหมายดังกล่าวนั้นยังใช้บังคับคนที่มีสัญชาติของรัฐนั้นด้วย และเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น รัฐนั้นๆสามารถที่จะลงโทษผู้ที่กระทำความผิดในรัฐนั้นได้ด้วย นอกจากนั้นรัฐยังต้องให้ความคุ้มครองแก่บุคคลในรัฐไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีสัญชาติใดก็ตาม ทั้งยังต้องให้สิทธิต่างๆ แก่คนเหล่านั้นและปฏิบัติกับคนต่างชาติเหล่านั้นต้องปฏิบัติอย่างคนที่มีสัญชาติของตนเอง                

 ในกรณีที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในรัฐและผลการกระทำพาดพิงไปหลายประเทศ เช่นคนไทยขึ้นเครื่องบินการบินไทยที่ประเทศจีนเพื่อไปปักกิ่ง ในขณะที่เครื่องบินจอดอยู่ที่สนามบินเมืองปักกิ่งนั้น เกิดโดนผู้ร้ายทำร้ายร่างกายหรือมีการลักทรัพย์กันขึ้น เช่นนี้เป็นการกระทำที่เป็นความผิดซึ่งเกิดขึ้นในประเทศจีน (นอกราชอาณาจักรไทย) และตามกฎหมายอาญาไทยให้ถือว่าการกระทำเช่นนี้ได้เกิดในราชอาณาจักรไทยเนื่องจากเกิดขึ้นที่อากาศยานของไทย คือเครื่องบินของไทย ดังนี้ เมื่อความผิดเกิดขึ้นในหลายรัฐ ทำให้มีกฎหมายหลายกฎหมายของรัฐมาเกี่ยวข้องกันซึ่งในแต่ละรัฐนั้นมีกฎหมายที่ต่างกันออกไป รัฐต่างๆเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ต้องการที่จะลงโทษผู้กระทำผิดซึ่งเป็นไปตามหลักอำนาจอธิปไตยของรัฐ และในแต่ละรัฐก็มีอำนาจในการลงโทษทั้งสิ้น ซึ่งหากมีการลงโทษ ทำให้เป็นปัญหาว่าเมื่อรัฐหนึ่งใช้อำนาจในการลงโทษผู้กระทำความผิดไปแล้ว รัฐอื่นที่มีเขตอำนาจเช่นกันนั้นจะลงโทษการกระทำผิดนั้นอีกได้หรือไม่ จึงเกิดปัญหาขึ้นหากมีการลงโทษ                 ในกรณีของประเทศไทยนั้น ศาลใช้หลักการใช้ดุลพินิจของศาลในการตัดสินคดีว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดนั้นอีกหรือไม่ และหากมีการลงโทษอีกครั้งหนึ่งจะกลายเป็นการลงโทษซ้ำหรือไม่