ผู้ที่เหมาะสมเข้าแลกเปลี่ยนคือใครบ้าง
จากการที่เราตั้งใจจะคุยกันเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เราจะเชิญใครเข้ามาร่วมบ้างดี
หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล
หัวหน้าไอซียู
หัวหน้าตึกที่มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากๆ
หัวหน้าตึกพิเศษ ซึ่งสร้างความสัมพันธ์อย่างดียิ่งกับผู้ป่วย
แล้วใครอีกดีครับ
ที่สำคัญซึ่งผมเห็นว่าจะทำให้เราได้ความคิดอะไรเยอะ คือญาติคนไข้ ครับ อาจเชิญญาติของคนไข้หลายๆ คนเช่น 8 คน คนไข้หลาย ๆ แบบ เจ้าหน้าที่เราสัก 2-3 คนก็พอ ขอความคิดเห็นเขาว่าเขาต้องการอะไร อยากให้เราทำอะไร อะไรที่เขาชอบ อะไรที่เขาไม่ชอบ อะไรที่เขาอยากให้เราปรับปรุง
ที่สำคัญคือ อย่า ปกป้องตัวเอง อย่าแก้ตัว อย่าเอาแต่ชี้แจง เราต้องการรับทราบข้อมูลครับ งานนี้เขาเป็นพระเอก เรารับฟัง เข้าใจ เรียนรู้ครับ อ้อ ต้อง อัดเทปด้วยครับ สำคัญมาก เพื่อจะได้ถอดข้อความได้ครอบถ้วน
จากนั้นค่อยถอดสิ่งที่เรียนรู้นำไปเข้าที่ประชุมของเราอีกทีหนึ่ง
ขอบคุณคุณมาโนชมากครับ
ดีใจที่มีคนคิดถึงเรื่องนี้ครับ ถ้าเป็นสมัยก่อนพวกเราเผลอมองแต่ร่างกาย สนใจแต่ vital signs และ pupils หลงลืมไปว่าผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อยู่ในความดูแลของเรานั้นยังคงมี ความรู้สึก มีจิตใจ ยังรับรู้ได้ คือยังมีวิญญาณอยู่ ถ้ายังพูดได้ ยังบอกได้ เค้าก็มีสิทธิ์จะเลือกได้ว่าเค้าอยากมีบั้นปลายชีวิตอย่างไรนะครับ ขอให้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องนี้นำไปสู่การปฏิบัติ อย่างน้อยการตายภายใต้ความสุขอันอบอุ่นอาจจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เรามีโอกาสมอบให้เค้าก็เป็นได้
กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.พุทธชินราชได้เริ่มตั้งกลุ่มการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายกันเมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2550 โดยแยกประเด็นออกเป็น สามเรื่องเพื่อให้การแลกเปลี่ยนกระชับเข้ามา ได้แก่เรื่อง การแจ้งข่าวร้าย (แก่ผู้ป่วยและญาติ) การดูแลด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมบริการของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นกิจกรรมที่เป็นการเปิดเวที ยังไม่สามารถได้เนื้อหาที่ลงลึกพอที่จะนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติ จะมีการจัดกลุ่มกันใหม่และแลกเปลี่ยนกัน เมื่อคิดว่าได้ความรู้ทมี่ดีพอที่จะนำมาใช้ ก็จะนำเสนอในคณะกรรมการบริหารกลุ่มงานเพื่อประกาศใช้ต่อไป การประเมินความรู้สึกของผู้เข้าร่วมประชุมก็พอใจกันทุกคน