โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้ (KM)เรื่อง การพัฒนาครูที่สอนด้วยกระบวนการวิจัย
ความเป็นมา
โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน เมื่อปี 2545 – 2547 โดยใช้นวัตกรรม “การสอนด้วยกระบวนการวิจัย” ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้พัฒนาครูให้มีความสามารถ มีศักยภาพในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะการคิด การแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ แต่ยังพบจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขหลายประการ ดังต่อไปนี้ (อ้างอิงจากรายงานการวิจัยและพัฒนาเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน : การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยกระบวนการวิจัย กรณีศึกษา โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์) ประการที่ 1 การให้ครูใช้วิธีการสอนด้วยกระบวนการวิจัยตามความพร้อมและความสมัครใจ ส่งผลให้ผู้เรียนบางห้องเรียนไม่มีโอกาสเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างไม่เป็นระบบและไม่ ต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับความพร้อมของครูเป็นสำคัญ ผู้เรียนบางคน บางห้องเรียนมีความสนใจใคร่รู้ เมื่อเห็นเพื่อนต่างห้องทำวิจัย และมักจะถามครูเสมอว่า “เมื่อไหร่จะได้เรียนแบบนั้นบ้าง” แสดงว่าผู้เรียนต้องการมีประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย ดังนั้น การใช้วิธีการยืดหยุ่นให้ครูสอน เมื่อมีความพร้อมกลับส่งผลเสียไปที่ ผู้เรียน จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขวิธีการดังกล่าว ประการที่ 2 จากผลการประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานตามโครงการพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจในการทำวิจัยน้อย ซึ่งเกี่ยวโยงกับความรู้ความสามารถในเรื่องการวิจัยของครูด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีการเสริมความรู้เกี่ยวกับการวิจัยให้แก่ครูที่ยังไม่มีพื้นฐาน เพื่อจะได้ที่ปรึกษางานวิจัยของผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ ประการที่ 3 การเพิ่มจำนวนพี่เลี้ยงวิจัยและคณะนักวิจัยหลักของโรงเรียน เนื่องจากจำนวนครูของ โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์มีจำนวนมาก และเปิดสอนตั้งแต่ก่อนประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จึงจำเป็นต้องใช้พี่เลี้ยงหรือบุคลากรที่จะเป็นที่ปรึกษาของครูในเรื่องการทำวิจัยเพิ่มมากขึ้น จำนวนที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้ครูไม่ได้รับการชี้แนะอย่างทั่วถึง เกิดการผิดพลาดในการทำงานและบางครั้งก็เลิกทำงานกลางคัน เพราะไม่สามารถทำต่อไปได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนก็ยังเป็นสิ่งที่ครูมีความวิตกกังวลอยู่มาก ถ้าพี่เลี้ยงช่วยให้คำปรึกษาแนะนำก็อาจจะมีกำลังใจในการทำให้สำเร็จมากขึ้น ประการที่ 4 การสอนด้วยกระบวนการวิจัยในระดับก่อนประถมศึกษาและในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ครูบางส่วนคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับเด็กเล็ก ประกอบกับต้องประสานความร่วมมือกับ ผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด แต่ผู้ปกครองบางคนก็ไม่มีเวลา ทำให้การเรียนรู้ของเด็กเกิดปัญหาอุปสรรค ซึ่งในเรื่องนี้คงต้องร่วมกันแก้ไขทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แหล่งข้อมูลโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรทางการศึกษาด้วยการจัดการความรู้ (KM) เรื่อง การพัฒนาครูที่สอนด้วยกระบวนการวิจัย
อาจารย์คะ จะเป็น ปชส.ของโรงเรียนไหมคะ ถ้าอาจารย์จะเป็นจะได้นำบล็อกนี้เข้า planet erkm อันใหม่ที่เป็นที่ชุมนุมพบปะกันในระหว่าง 95 องค์กรที่อยู่ในโครงการวิจัยค่ะ
อาจารย์อาจจะมีบันทึกไว้ยาวๆ แต่แยกมาลงทีละตอนสั้นๆก็ได้ค่ะ
ดิฉันจะขอมากับทีมวิจัยด้วยเพื่อคุยกันเรื่องบล็อกค่ะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะทุกประการค่ะ
ช่วงปิดเทอมนี้ทางโรงเรียนได้เชิญครูบัณทูรจากโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญมาให้ความรู้เรื่อง บล็อกกับคณะครูค่ะ
ครูคะรร.เรามีวิจัยในชั้นเรียนเรื่องศิลปะบ้างปะคะ