สแกนหาข้อดี แล้วดาวน์โหลดสู่สมองและหัวใจของเรา นำมาใช้ คิดพัฒนาให้เหมาะสมกับเรา พัฒนาเป็น version ใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ส่วนสิ่งที่ไม่ดีนั้น ก็คงต้อง Delete ทิ้ง ละครับ
ประมาณเกือบ 20-21 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสพบและรู้จักกับนักศึกษาสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง เธอแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อ “มิโฮะ”เธอเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนมาเรียน“ภาษามลายู” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี (มอ.ปัตตานี)
จะว่าไปแล้วเธอพูดภาษามลายูได้ดีมาก มากเท่าๆกับภาษาไทยเลยทีเดียว เธอมักจะแวะเวียนมาคุยด้วยเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จาก มอ. ปัตตานีมายะลา 40 กว่ากิโลฯ ตอนนั้นผมเริ่มเข้าทำงานใหม่ๆที่โรงเรียนอนุบาลศานติธรรมเป็นโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดยะลา และดูแลห้องสมุดของกลุ่ม ย.ม.ย. (ยุวมุสลิมยะลา) อยู่ด้วย เราคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม หรือแม้แต่เรื่องเครื่องไม้เครื่องมือเล็กๆน้อยๆ ที่ชาวบ้านใช้ในการปอกสิ่งต่างๆ ตั้งแต่มะพร้าว หมาก ทุเรียน ฯลฯ และเรื่องอื่นๆ ที่เธอสนใจ อยากรู้ บางเรื่องเราทั้งคู่เห็นพ้องไม่ต้องกัน (คือมองกันคนละแง่คิดกันคนละมุม) ก็มีเหตุให้ได้ถกได้เถียงกันพอสมควร แต่เธอก็ยังคงแวะเวียนมาเสมอตลอดช่วงที่เธอมาศึกษาที่ปัตตานี
อยู่มาวันหนึ่งผมเอ่ยถามเธอว่า “คุณมิโฮะครับ ผมถามจริงๆอะไรคือคุณสมบัติที่ดีที่สุดที่ชาวญี่ปุ่นมีและดีเด่นกว่าคนชาติอื่นๆ” คำตอบของเธอผมยังคงจดจำมาจนถึงทุกวันนี้
เธอบอกว่า “เรา ชาวญี่ปุ่นถูกสอนและฝึกให้มองหาข้อดีของคน (ชาติ) อื่นๆ แล้วนำมาปรับ นำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับวิถีของชาวญี่ปุ่นแล้วคิดพัฒนาต่อยอดจากสิ่งดีๆนั้นให้ดีขึ้นอีก ทำเช่นนี้ต่อๆไป เรา (ชาวญี่ปุ่น) ก็ได้รับสิ่งดีๆมากมายจากทั่วทุกมุมโลก”
และผมถามเธอต่ออีกเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดีต่างๆที่เธอพบเห็น เธอตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ นั้น มันเหมือนกับขยะ เธอหยุดชั่วขณะหนึ่ง มองผม (คงจะชั่งใจนะ-ผมคิดเอาเองนะครับ) แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าว่า
“นี่ อ.อาลัม คุณเก็บสะสมขยะไว้หรือเปล่า คุณทิ้งมันลงถัง เพื่อให้รถขยะนำไปทิ้งไม่ใช่หรือ หรือคุณเก็บมันสะสมไว้ในบ้าน ในสำนักงานของคุณ ในสมอง หรือในใจคุณ”
แล้วเธอก็เอามือปิดที่ปากและจมูก พร้อมกับพูดว่า
“คงบูสุ๊น่าดูนะค่ะ” (คำว่า“บูสุ๊” ในภาษามลายูแปลว่า “เหม็น”ครับ)
คำตอบของคุณ “มิโฮะ” แม้จะเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ ที่ดูธรรมดา แต่ก็แฝงไว้ด้วย ข้อคิดที่ค่าของมันเทียบได้กับ “ทองคำ”เลยทีเดียว ความเจริญก้าวหน้าของญี่ปุ่นในปัจจุบันได้ยืนยันคำพูดดังกล่าวเป็นอย่างดี
สแกนหาข้อดี แล้วดาวน์โหลดสู่สมองและหัวใจของเรา นำมาใช้ คิดพัฒนาให้เหมาะสมกับเรา พัฒนาเป็น version ใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ส่วนสิ่งที่ไม่ดีนั้น ก็คงต้อง Delete ทิ้ง ละครับ... อ.อาลัม