วันนี้เรื่องเบาๆครับ เพราะนั่งเขียนตอบ นั่งอ่าน G2K มาตั้งแต่เช้าแล้ว

ไปตัดผมมา ร้านประจำ (Hair Creative ตัดกับคุณสุ) มาตั้งแต่เป็นแพทย์ใช้ทุน ทั้งคนตัดและช่างลงพุงด้วยกันทั้งคู่ เกิดความคิด (สุนทรียทิฏฐิ !!!) ว่า อืม... ตัดผมนี่มันสบายจริงๆ

เกิดความคิดต่อว่า อ้อ.. ที่เราชอบตัดผมกับคุณสุนี่ เพราะแกตัด "นาน" จริงๆครับ ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงจะเสร็จ รู้สึกคุ้มมากๆ มีคนมาเล่นหัวเรากุ๊กกิ๊กๆอยู่เป็นชั่วโมง สระผมให้ นวดผมให้ นั่งอ่านหนังสือ (ยิ่งถ้ามีทำสีด้วยก็จะประมาณ 2 ชั่วโมงเต็ม อ่านหนังสือได้อีกเล่มนึง) ถ้าแกไม่ว่าง ก็จะไม่เลือกตัดกับคุณวัฒน์คนน้อง เพราะนั่นตัดเร็วมาก แป๊บเดียวเสร็จ น้ำลายยังไม่ทันยืดจากมุมปากเลย ไม่มันๆ

ตอนอยู่ที่บ้าน มี favourite game กับลูกๆสองคน คือ body paint ครับ ใครเคยเล่นยไหมครับ เอาปากกามาเขียนตัวกัน (เลือกเอา water-soluble นะครับ) โฮ้ย เล่นกันแทบทุกวัน บางทีนั่งนอน paint เป็นงูกินหาง พ่อ กับ ลูกสองคน นอนเป็นวงกลม paint ไปเรือยๆ เอา felt-tip pen สีๆมาละเลง จักกระจี้ดีจริงๆ บางทีก็เพลินลืม paint ลูกต้องสะกิดบอกอย่าหยุดสิพ่อ แหม มันกำลังมีความสุขอย่างแรง

ตอนเด้กๆก็เล่นเขียนฝ่าเท้ากับพี่ๆ เอาปากกาหมีกแห้งเลย เขียน 1 ถึง 100 เลยได้ความรู้ว่าฝ่าเท้าเรามี sensory neurone อยู่เยอะมาก ยอมลงทุนเขียนกันเลอะเต็มฝ่าเท้า ต้องมานั่งฟอกสบู่ล้างออกเป็นวันๆ

ผมว่ามนุษย์เรามีการชอบถูกสัมผัสและได้สัมผัสมาแต่ไหนแต่ไร เคยอ่านพบว่าเซลลแมนบางคนที่ประสบความสำเร็จ มีเคล็ดอยู่ที่การได้สัมผัส (อย่างแนบเนียน) ตัวลูกค้า เป็นคล้ายๆน้ำมันพราย effect เกิดเคลิบเคลิ้มแล้วก็ซื้อสินค้าไปโดยเผลอไผล

ในการทำ palliative care การ touch ก็สำคัญมากเช่นกัน บางทีเราจะแนะนำให้ญาติที่มาเยี่ยม ถ้าไม่รู้จะทำอะไรหรือพูดอะไร ก็อาจจะเอา hand cream มานวด ทามือ ทาเท้าคนไข้ เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องพูด ต้องจาอะไร สบายๆ และได้รู้สึกว่ามีอะไรทำ แต่ผมว่าทั้งสองคนรู้สึกอะไรๆที่มากไปกว่านั้น