14 -16 ก.พ. ผมได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำคัญ 2 เวที คือ ผู้นำชุมชนเข้มแข็งเมืองไทยแข็งแรง จัดโดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ที่จะทำงานเชิงรุกแนวการจัดการความรู้กับหมู่บ้านต่างๆในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช 13 ตำบล 56 หมู่บ้าน และการประชุมภาคีพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชร่วมกับท่านวิชม ทองสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดซึ่งเป็นทีมคุณเอื้อจังหวัด ในประเด็นการเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชน

ผมต้องหยุดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสองประชุมข้างต้นไปก่อน เมื่อได้อ่านข่าวการศึกษาในเว็ปไซต์สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา พาดหัวข่าวว่า ศนจ.สุพรรณฯเปิดโรงเรียนชาวนา ลิ้งค์ ผมเรียนท่านที่ไม่คุ้นชื่อย่อ ศนจ. นะครับ ศนจ.ย่อมาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดครับ หรือ กศน.จังหวัดนั่นเอง

อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกดีใจจริงๆ ครับ เห็นถึงพัฒนาการของการของชาว กศน. ที่นำประสบการณ์การเรียนรู้ของมูลนิธิข้าวขวัญไปขับเคลื่อนในอำเภอต่างๆ ผมว่านี่แหละคือ กศน.แท้ๆ ไม่ใช่การศึกษานอกโรงเรียนแบบในโรงเรียนอย่างที่หลายๆท่านได้สะท้อนออกมา เป็นการศึกษาภาคประชาชนจริงๆ ความรู้ก็จะสดใหม่ใช้ประโยชน์ได้ทันที เรียนแล้วมีข้าวกิน ขายข้าวส่งลูกเรียนต่อได้ เปลื้องหนี้สินได้ ฯลฯ ไม่ต้องคอยนานว่าเรียนจบแล้วจะสมัครงานและได้ทำงานที่ไหน เรียนไปก็ได้รับประโยชน์เห็นๆ

อยากจะบอกว่าดีใจแทนชาวนาจังหวัดสุพรรณาบุรีด้วยครับ ที่ได้มี กศน.เป็นเพื่อนเรียนรู้

ดีใจกับคณะของ กศน.จังหวัดสุพรรณบุรี นำโดย ผอ. เอกชัย วาสิกศิริ ผอ.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสุพรรณบุรี ครับ ที่ทำตนเป็นเครื่องมือที่ดีให้กับชาวนนา

และสุดท้ายดีใจกับคณะของคุณจันทนา หงษา จากมูลนิธิข้าวขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี และทีมงานของ สคส. ที่มีน้อง อ้อและคณะขับเคลื่อนอยู่อย่างแข็งขัน ที่ครั้งนี้ได้มีภาคีร่วมอย่าง กศน.มาต่อเติมให้อีกแรงหนึ่ง

ดีใจจริงๆครับ