ฉะนั้นเมื่อได้รับข้อท้วงติงดังกล่าว ต่อไปนี้สถานศึกษาในสังกัดแต่ละแห่งจะต้องหันมามองตนเอง วิเคราะห์งานหน้างานตนเองแล้วลงมือปฏิบัติทำตัวเป็นเครื่องมือที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมโครงการแก้จนฯ เพื่อจะได้นำหลักฐานและร่องรอยที่เกิดขึ้นมาเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้หรือพัฒนาคุณลักษณะต่างๆหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นให้แก่คนจนที่เข้าร่วมโครงการควบคู่ไปด้วย

วันนี้ 13 ก.พ.มีประชุมเครือข่ายการพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า ที่ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมงานใหญ่วันที่ 26 ก.พ มีผู้คนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ผมลืมไปสนิทเลย มารู้เอาว่ามีประชุมเมื่อน้องพัชนี หรือน้องพัช จาก พอช.โทร.มาตามจึงได้รีบรุดไป เพราะที่ประชุมกับที่ทำงานผมอยู่ไม่ไกลกัน

ผลการประชุมมีความคืบหน้ามากมาย แต่คงจะไม่กล่าวในบันทึกนี้ บันทึกนี้จะกล่าวถึงแต่เรื่องงานของ กศน.ว่าหน้างานของ กศน.คืออะไรเป็นหลัก เพราะอาจารย์ภีม ภคเมธาวี จาก มวล. นั่งติดกับผมกระซิบถามนอกเรื่องประชุมว่า ยังไม่ชัดเจนว่าหน้างาน กศน.ในโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนครคืออะไร ในขณะที่งานของ เกษตร พช. เห็นชัดแล้ว เห็นชัดแล้วว่าเขาจะเป็นเป็นเครื่องมือให้คนจนหรือผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้ในเรื่องอะไร

ผมเองก็ตอบอาจารย์ภีมไปไม่ค่อยครบถ้วนเท่าไหร่ในขณะนั้น จึงมาค้นเอกสาร พบว่าหน้างานของ กศน.ที่จะต้องทำในปี 2550 ที่สำคัญๆ เช่น 

1.โครงการยกระดับการศึกษาให้กับประชากรวัยแรงงาน

2.โครงการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง

3.โครงการห้องสมุดประชาชนมีชีวิตและแหล่งการเรียนรู้

4.โครงการพัฒนาระบบการเทียบโอน

-การประเมินเทียบระดับการศึกษา                                   

-การประเมินความรู้และประสบการณ์  

-การสะสมความรู้และประสบการณ์  (Credit Bank System)

-ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ(Advice Center)

5.โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

6.โครงการพัฒนากระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์

7.โครงการคาราวานเสริมสร้างความอบอุ่นและความเข้มแข็งให้กับ

    ครอบครัวและเยาวชนนอกโรงเรียน

8.โครงการ กศน. เสริมสร้างคุณธรรมนำความรู้สู่ชุมชน

9.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    ฯลฯ

สำหรับกลยุทธ์การทำงาน ประกอบด้วย  1.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและทั่วถึง 2.ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3.พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและภูมิปัญญาให้เป็นฐานความรู้ของชุมชน 4.ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายให้มีส่วนร่วมจัดการศึกษา และ 5 เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

ส่วนวิสัยทัศน์นั้น ระบุว่า กศน. จะเป็นองค์กรในการส่งเสริมและพัฒนาประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เป็นบุคคลใฝ่รู้ใฝ่เรียนและแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองตามความต้องการอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

งานที่เป็นหน้างานของ กศน.ดังกล่าวคือสิ่งที่ผสมหรือบูรณาการหรือซ่อนอยู่ในโครงการKM แก้จนนี้ ขณะนี้อาจจะยังแผ่วไปหน่อย คิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคงจะได้หยิบยกมาพูดกันอย่างจริงจังในไม่ช้านี้ ผอ.วิมล วัฒนา ผอ.กศน.จังหวัดประกาศแล้วและย้ำอยู่เสมอว่าจะต้องทำงานสไตล์ KM ทั้งสองส่วนนี้ไปอย่างควบคู่กัน

ฉะนั้นเมื่อได้รับข้อท้วงติงดังกล่าว ต่อไปนี้สถานศึกษาในสังกัดแต่ละแห่งจะต้องหันมามองตนเอง วิเคราะห์งานหน้างานตนเองแล้วลงมือปฏิบัติทำตัวเป็นเครื่องมือที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมโครงการแก้จนฯ เพื่อจะได้นำหลักฐานและร่องรอยที่เกิดขึ้นมาเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้หรือพัฒนาคุณลักษณะต่างๆหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นให้แก่คนจนที่เข้าร่วมโครงการควบคู่ไปด้วย

บันทึกมาเพื่อ ชาว กศน.นครฯ เรา  จะได้ร่วมกันทำงานหน้างานของพวกเรา ให้เข้มข้นมากขึ้น เป็นชุมชนนักปฏิบัติในแต่ละงานให้ได้

ขอบคุณอาจารย์ภีม ภคเมธาวี ที่ตั้งคำถามนี้

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="justify"></p>