วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ไปอบรมโปรแกรม SPSS ที่จัดโดยคณะที่ผมทำงานอยู่เป็นการจัดอบรมที่ทำให้ผมเข้าใจการถ่ายทอด Tacit knowledge มากยิ่งขึ้นพอๆกับการได้ความรู้เรื่อง computer สิ่งที่วิทยากรมอบให้ผมไม่ใช่ความรู้ที่อยู่ในตำราแต่เป็นการใช้งานและการแก้ปัญหาที่ท่านวิทยากรประสบมา ผมว่าอันนี้แหละคือข้อดีของการมีวิทยากรภายในที่มาแบ่งปันความรู้ในเรื่องนั้นให้กับคนอื่นๆ ตอนนี้ผม Key ข้อมูล และ Analyze ข้อมูลได้แล้ว ...ดีนะครับอย่างน้อยก็ทำให้ผมประหยัดเวลามากขึ้นคือ ไม่ต้องเดินไปหน่วยวิจัยและหน่วยระบาดวิทยาบ่อยครั้ง...!เค้าจะได้ไม่เบื่อหน้าผมเสียก่อน.. มาว่ากันเรื่อง KM ต่อดีกว่าผมว่า...................
การที่เรามีวิทยากรภายในก็จะทำให้เกิดระบบการถ่ายทอดความรู้ เช่น การจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานรุ่นใหม่ๆ ก็จะเป็นการถ่ายทอดความรู้ประเภท Tacit ที่วิทยากรมี ไปเป็น Tacit ของผู้เรียนอีกหลายๆคน หรือ หากวิทยากรผู้นั้นบันทึกลำดับการสอนและตัวอย่างต่างๆ โดยจัดทำเป็นแผนการสอน หรือคู่มือผู้สอน ก็จะถือเป็นการถ่ายทอดความรู้ประเภท Tacit ให้เป็น Explicit และหากในอนาคตพนักงานรุ่นใหม่ๆที่มีทักษะการเป็นวิทยากร ได้ศึกษาคู่มือผู้สอนที่จัดทำไว้ ก็จะถือเป็นการถ่ายทอดความรู้จาก Explicit ไปเป็น Tacit และวงจรนี้ก็จะต่อเนื่องไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตามแนวคิด Knowledge Spiral หรือ SECI Model
ผมว่าการจัดวิทยากรจากเจ้าหน้าที่กันเองแบบนี้นอกจากได้ Tacit knowledge แล้ว ยังได้ประโยชน์หลายอย่างนะ เช่น ทุกคนจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องเรียนและนำไปใช้จริงในองค์กรเรา เคยมีนะเอาอาจารย์คณะวิศวะจบ คอม. มาสอนโปรแกรมให้ แต่กลับไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เพราะสิ่งที่ถ่ายทอดวันนั้นเท่าที่ผมไปฟัง มีแต่ตำรา (Explicit) ทั้งนั้น. อีกอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกคือคุณค่าของคนในองค์กร เพราะคนที่เป็นวิทยากรท่านนั้นเป็นแค่เจ้าหน้าที่ธุรการแต่สามารถถ่ายทอดและสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่บุคลากรของเรากว่าครึ่งห้องประชุมที่นั่งอยู่และได้ชื่อว่าเป็นตัวเอกขององค์กร.....บอกตามตรงทำให้ชื่นชมคนในที่ทำงานมากขึ้นอีกเยอะเลยโดยเฉพาะคนที่เราไม่เคยคาดคิด! ขณะนี้เราได้ใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีความเห็น