เมื่อวานไปเดินUnionmall แถวๆ แยกลาดพร้าว ระหว่างรออัดภาพที่ร้านหน้าห้างเซ็นทรัลค่ะ เจอสู้โดนใจสุดๆ เป็นเสื้อสีขาวสกรีนว่า "อะไร ๆ ก็กู" เลยซื้อมาใส่ซะเลย...
ที่โดนใจอย่างแรงก็เนื่องจาก คิดถึงตัวเองตอนที่ทำงานใหม่ๆ พึ่งจะจบ ปวส. ถ้าได้รับงานหรือเรื่องอะไรที่มันไม่เหมาะกับตัวเอง แล้วรู้สึกเบื่อมากค่ะ รู้สึกว่าจะงานราษฎร์งานหลวงเรารับทั้งนั้น เพราะเป็นเด็กที่สุด รับผิด-รับชอบ อยู่คนเดียว ตอนนั้นคิดอยู่ในใจเหมือนกันแหละว่า "อะไรๆ ก็กู"
แต่ทุกวันนี้ อะไรๆ ก็กู เปลี่ยนไปแล้วค่ะ ทุกวันนี้มีความสุขกับการทำงาน มีความสุขที่ได้รับมอบหมายงานแปลกๆ ใหม่ๆ ท้าทาย รู้สึกว่าการได้รับมอบหมายงานแต่ละครั้งยิ่งใหญ่ มีความหมายว่าเราได้รับความไว้เนื้อเชื่อว่า ว่าจะสามารถทำงานนั้นๆ ได้ ไม่รู้ว่าทัศนคติมันเปลี่ยนไปได้ยังไง เปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันค่ะ หรือว่าเป็นเพราะอายุมากขึ้น (แก่ขึ้น) เลยคิดดีขึ้นก็ได้นะ....

คำว่ากู ถ้าชี้เข้าหาตนเอง หมายถึงอัตตา ถ้าชี้ออกนอกตัว คือการออกจากอัตตาคือว่างจากตัวตน ถ้าคนเราชี้กูออกจากตัวปัญหาจะลดน้อยลงเยอะ บ้านเมืองเราคงไม่มีสภาพดั่งปัจจุบัน คนต้องพึ่งหมอศรีธัญญาก็เพราะชี้คำว่ากูเข้าหาตัวบ่อยไป ถ้าคนเราไม่เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง ตัวกูจะเยอะ กูเกิดได้หลายปัจจัย การศึกษาสูงกว่าเขา ก็มีกูเยอะ ตำแหน่งสูงกว่าเขา ก็มีกูเยอะ ฐานะดีกว่าเขา ก็กูเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะไม่เข้าใจธรรมชาติ ไม่เข้าใจว่าธรรมชาติของมันย่อมเป็นอย่างนั้น ที่พูดนี้ไม่ใช่ว่าคนพูดไม่มีกูนะ ฟังเขามา ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ