งานก็มาก นับวันยิ่งมาก นับวันยิ่งลึกล้ำ แต่ยิ่งมากกว่าและลึกล้ำกว่า คืองานของชีวิต รู้จักจับหยิบมัน ก็จะรู้ค่า และสนุกกับมันเสมอ
หลังจากที่ครูอ้อยเล่าเรื่องเพื่อนมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งท่านผู้อ่านจะอ่านทบทวนได้ในบันทึกเรื่อง เรื่องของชีวิต..ยากนักที่จะอธิบาย
เพื่อนของครูอ้อยคนนี้ ปกติแล้วเป็นคนที่จริงจังกับการทำงานมาก หมายถึง เข้มแข็งในการทำงาน ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
เธอพูดมาครั้งหนึ่งว่า " ชีวิตของคนเรา มันไม่ได้ราบเรียบนะ " เหมือนเธอรู้เรื่องของชีวิตได้ดี
แต่เช้าวันนี้เธอเหมือนหมดกำลังใจ อะไรทำให้เธอเป็นอย่างนี้ ครูอ้อยสงสัย เธอพูดอ้อมไปมาหลายครั้งโดยไม่เล่าความจริงให้ครูอ้อยฟังทั้งหมด ยิ่งฟังครูอ้อยก็ยิ่งงง
แต่ครูอ้อยก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งไว้ ยังคงคลายปมของความสงสัยได้มาข้อหนึ่ง คือ เรื่องของครอบครัว
ครอบครัวเป็นศูนย์กลางของชีวิต หากครอบครัวเป็นอย่างนี้ เธออาจจะไม่มีที่พึ่งทางใจ ทั้งๆที่เธอเป็นตัวของเธอเอง เรื่องทั้งหลายที่ผ่านมา มันเกิดจากการกระทำที่เรียกว่า " กรรม " หากทำกรรมดี ผลดีก็ตอบแทน หากทำกรรม ไม่ดี ผล ไม่ดี ก็ตอบแทนเช่นกัน
เธอยังร้องไห้เมื่อพูดถึง แม่ของเธออีก
มาแอบอ่านบันทึกครับ
สวัสดีค่ะคุณ นมินทร์ (นม.)
ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาแอบอ่าน
เมื่อวานได้คุยทักทายกับครูอ้อย…เมื่อได้ยินเสียงก็ทราบแล้วค่ะว่าทำไม เพื่อนครูอ้อยจึงขอให้ครูอ้อยช่วยเหลือ…..คุณครูอ้อยใจดี และอบอุ่นค่ะ
เป็นเช่นนี้แหละชีวิต
ลองถูกลองผิดไม่เว้นวาย
บางวันร่ำไห้ฟูมฟาย
บางวันกรีดกรายเริงร่า
เป็นเช่นนี้แหละชีวิต
บางสิ่งมืดมิดชวนค้นหา
บางอย่างสว่างกระจ่างตา
กลับไกลเกินกว่าจะเข้าใจ
เป็นเช่นนี้แหละชีวิต
เกินลิขิตนิยามใด
สักวันเจ้าจักเข้าใจ
หรืออาจไม่..เข้าใจเลย
สวัสดีค่ะคุณ paew
สวัสดีค่ะคุณ แผ่นดิน
ขอบคุณค่ะ คำประพันธ์ที่ไพเราะและมีความหมายค่ะ