การกระจายอำนาจกับไม่กระจายแตกต่างกันเพียงไร ในเมื่อระบบต่างๆในสังคมไทยไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด นโยบายที่จะอยู่ดีมีสุข การยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้นควรจะมองอดีตที่บรรพบุรุษช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมไทยมากกว่ามองเรื่องอำนาจทางการเงิน ความภาคภูมิใจที่ได้เป็นหมอแม้จะเป็นเพียงหมออนามัยก็มีเกียรติศักดิ์ศรีหากจะต้องออกไปอยู่กับกระทรวงอื่น(มหาดไทย)ก็ใช่ว่ากระจายอำนาจที่แท้จริงเพียงเปลี่ยนเจ้านายเท่านั้นอำนาจที่จะจัดการระบบสุขภาพที่อยู่ในระดับพื้นที่ก็จะได้แบบหลอกๆพอๆกัน ความรู้สึกที่อยากให้อนามัยรวมตัวกันเหมือนที่อาจารย์หาญชัยท่านสอนเรื่องKM มาช่วยกันคิดว่าจะรวมตัวกันอย่างไร ให้ประชาชนมามีส่วนร่วมอย่างไรที่จะทำให้เกิดอยู่ดีมีสุขทั้งหมออนามัยและชาวบ้านคนทำงานอยู่ไม่สุขชาวบ้านก็ได้รับบริการไม่เต็มที่เหมือนกัน รวมตัวกัน ชวนชาวบ้าน ตั้งกรรมการร่วมบริหารโดยสมัครขึ้นทะเบียนกับ สปสช.ใช้หลักการของคลินิกครอบครัวอบอุ่น ร่วมกับ หลักการของ primary care เน้นบทบาทของprimaryแยกกันให้ชัดเจนแบ่งงานกันไม่ใช่แย่งกันความสมานฉันท์ระหว่างระบบบริการสุขภาพก็จะเกิดไม่ใช่ผูกขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คิดภารกิจชัดแล้วก็จัดโครงสร้างของPCUที่สามารถจัดการได้เองเหมือนกรณีของโครงการนวัตกรรมที่สามารถให้PCUดำเนินการได้เอง จะเป็นการช่วยพัฒนาจากปัญหาของพื้นที่เอง คงจะต้องศึกษารายละเอียดกฎระเบียบ รูปแบบต่างๆที่มีอีกมากก่อนตัดสินใจโดยสอ.ร่วมกัพิจารณาควรจะมี เวทีที่จริงใจ ไม่ต้องใหญ่มากแต่ควรจะครบทุกวิชาชีพที่อยู่ในPCU