การเป็นแพทย์ ต้องพยาบาลเป็นหรือไม่?

วันก่อนคุยกับอาจารย์หญิงซึ่งเป็นอาจารย์อยู่คณะพยาบาลศาสตร์ ได้ฟังวิธีการเรียนปฏิบัติงานของพยาบาลบนหอผู้ป่วยแล้วเกิดความประหลาดใจ และแรงบันดาลใจ

  • ประหลาดใจตรงที่ เออหนอ เราพึ่งทราบความ "ต่าง" ของหลักสูตรแพทย์และพยาบาล
  • ประหลาดใจอีกทีตรงที่ เออหนอ ทำไมเราถึง "พึ่งสังเกต" รู้สึกปลงสังเวชในความ ignorance ของตนเองอย่างยิ่ง
  • และประหลาดใจจริงๆที่ "ทำไม" มันจึงได้ต่างกัน และมันควรจะต่าง หรือว่ามันต้องต่างกัน และถึงมันต้องต่างกันบ้าง เราเอามารวม มาบูรณาการกัน จะดีกว่าหรือไม่?

สำหรับในโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาลมีงานที่เชื่อมโยงใย (ยื้อยุด) กันนุงนังประสานกันอย่างหารอยตะเข็บไม่ได้ ความล้มเหลวและความสำเร็จของทั้งสองอาชีพวางอยู่บนเป้าเดียวกันคือผู้ป่วยและญาติ แต่การณ์ปรากฏว่าเราทั้งสองอาชีพมีความเข้าใจในงานของกันและกันน้อยมาก (มีครั้งหนึ่งเคยมีคนมาประเมิน chart ที่ ward แล้วบอกว่าใช้ไม่ได้เพราะไม่ได้ประเมิน holistic ซึ่งผมก็งงมาก เพราะได้เขียนไปตั้งเยอะแยะ พอไปสอบถามปรากฏว่าเขา "ไม่นับ" ที่หมอเขียนครับ เพราะเขากำลังประเมิน "ของพยาบาล" !!??!!? งงไหมครับ) ตกลงหมอกับพยาบาลซักประเมินคนไข้รายเดียวกันต้องแยกกันทำ เรือ่งเดียวกันต้องทำสอง copies

อันนี้ไม่ได้พูดเล่นๆ แต่เกิดขึ้นจริงๆแล้ว มีคนไข้อยู่รายนึงเป็น cancer ด้วยความที ม.อ. เรามี palliative แข็งแรง ก็มีคนประเมิน และ precounseling ไปจนถึงสมมติการณ์เรื่องการตาย ว่าจะตายอย่างไร จะเอาใส่ endotracheal tube ช่วยหายใจไหม ฯลฯ ทำที่ ward ทีนึง ลงไปฉายแสงก็ทำอีกทีนึง ขึ้น ward มีอาจารย์หน่วยปวดมาดูก็ถามอีกทีนึง อาจารย์หน่วยชีวันตาภิบาลมาราวน์ก็ถามอีกทีนึง คนไข้เริ่มใจไม่ดี ถามพยาบาลว่า "เขากำลังจะตายแล้วรึเปล่าเนี่ย มีคนถามว่าจะตายยังไงมาสี่รอบแล้ววันนี้!!! "

กลับมาเรื่องเรียนกันต่อ ทั้งนักศึกษาพยาบาลและนักศึกษาแพทย์เวชปฏิบัติ ต่างก็ต้องฝึกทำงานบนหอผู้ป่วย ต้องฝึกทำแผล ต้องฝึกซักประวัติพูดคุยกับผู้ป่วย และในความเป็นจริงก็คือทั้งสองฝ่ายต้องทำงานร่วมกันในอนาคต เราก็จัดการเรียนการสอนที่แยกกันอย่างกับน้ำและน้ำมัน ทำยังกับว่าเรียนด้วยกันแล้วไฟมันจะ short-circuit กันเปรี๊ยะปร๊ะ เปรี้ยงปร้าง ยังไงยังงั้น ผลก็คือเราต่างคนต่างทำงาน เธอมี record ของเธอ หมอมี record ของหมอ เธอส่งเวรของเธอ หมอส่งเวรของหมอ อ้าวแล้วใครส่งเวรระหว่างหมอกับพยาบาล? เกิดปัญหาจะทำกันตอนไหนดี เพราะลำพังส่งกันของตัวเองก็หมดเวลาไปเยอะแล้ว ถ้าเพิ่มส่งระหว่างทีมอีก เดี๋ยวก็หมดเวลาลงเวรกันพอดี

ในยุคสมัยที่คนไม่เคยพอ งานมีแต่จะมากกว่าคนทำ การทำงานซ้ำซ้อนน่าจะเป็นบาปขั้นอุกฤติและวิกฤติ

บางที บางทีนะครับ ถ้าเราเอา map มากาง ทำ tracer ทำ root-cause analysis ตามเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นในการดูแลผู้ป่วย ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตาม learning objectives ของทั้งแพทย์ทั้งพยาบาล เราอาจจะได้ integrated doctor-nurse curriculum ทีนี้เราจะได้แหวกม่านประเพณีอันลึกลับเสียทีหมอจะได้รู้ว่าน้องพยาบาลเรียนอะไรกันจ๊ะ ถึงได้คุยกับคนไข้เป็น พูดกับคนไข้รู้เรื่อง พยาบาลจะได้รู้ว่าทำไมพี่หมอจึงต้องเร่งโน่นเร่งนี่ขออะไรต้องได้เดี๋ยวนั้นไปซะทุกอย่าง ทีนี้ "ทีม" มันอาจจะเป็นทีมมากขึ้นก็ได้

บางที บางทีเท่านั้นครับ