ผมให้ข้อคิดเห็นไว้ในบล็อกของอาจารย์ดร.แสวง เรื่อง เปิดตำราพิชัยสงคราม ซุนวู: การวิเคราะห์ระบบ และการบูรณาการ แล้วก็มาคิดต่อถึงผลกระทบจากการเรียนมหาวิทยาลัยอีกอย่างหนึ่งครับ ผมสงสัยว่าการสอนแบบแยกส่วนทำให้เราใช้ชีวิตแบบแบ่งภาคไปด้วย ผมไม่แน่ใจว่าอะไรเกิดก่อน ระหว่างการแยกหลักสูตรการศึกษา กับการมองคนแบบแยกส่วน แต่ค่อนข้างมั่นใจว่ามันเกื้อหนุนกันและกัน เรามองคนด้วยปริญญา ด้วยทักษะ หน้าที่การงาน นักบัญชีจะละเอียด วิศวกรเก่งคำนวณ (กว่านักภาษาศาสตร์)

ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแล้ว ผมยึดถือหลักการหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต

หลักการนี้ชื่อว่า การมองอย่างมีพลัง

 

ผมได้แนวคิดจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น (ชื่ออะไรจำไม่ได้จริงๆ ครับ) เรื่องมีอยู่ว่าตัวเอกของเรื่องตื่นมาก็กลายเป็นสุนัข แต่ทุกคนก็ยังคิดกับเขาเหมือนเดิม เขายังเป็นคุณพ่อของลูก ยังเป็นพนักงานบริษัท เรื่องดำเนินไปก็ค่อยๆ คลี่คลายว่าที่ทุกคนยังยอมรับเขาเหมือนเดิมก็เพราะเขายังทำหน้าที่เดิมอยู่นั่นเอง คือยังหาเงินเข้าบ้าน ยังทำงานได้ แล้วเขาก็พูดถึงการวิจัย (ไม่ทราบว่าจริงหรือนิยาย) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเอาหุ่นขนาดเท่าคนจริงที่โชว์กล้ามเนื้อมนุษย์แบบที่ใช้สอนในโรงเรียนแพทย์ ไปวางไว้กลางถนนที่คนพลุกพล่าน จับใส่สูทถือกระเป๋า แล้วก็ดูว่าคนเดินผ่านไปมาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร สรุปว่าไม่มีใครสนใจ ทุกคนเดินผ่านหุ่นนั้นไปเหมือนไม่มีอะไรแปลกปลอม แล้วตัวเอกก็สรุปว่าที่เป็นแบบนี้ก็เหมือนที่เขาเป็น คนเราทุกวันนี้มองคนอื่นแค่มุมเดียว มองแบบแยกส่วน เห็นเขาใส่สูทผูกไท ก็คือพนักงานคนหนึ่ง

แล้วตัวเอกซึ่งยังอยู่ในร่างสุนัขก็พูดถึงการมองอย่างมีพลัง ซึ่งหมายถึงการมองคนอื่นให้รอบด้าน ทั้งชีวิต การงาน คือมองให้ลึกและกว้าง

เพื่อนร่วมงานเราชอบอะไร มีงานอดิเรกอะไร ฟังเพลงแบบไหน ชอบอ่านหนังสือของใคร รู้กันบ้างไหมครับ?