พ่ออุ่น นิกรรัมย์ ที่อยู่ 26 หมู่ 6 ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เจ้าของความคิดประยุกต์สิ่งประดิษฐ์งานช่างมาใช้กับงานเกษตร
“จากการที่เข้ามา เป็นเครือข่ายทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับประเพณีชาวบ้านเขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาทำกันอย่างไร มีมาอย่างไร เพราะเราต้องเข้าชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แง่คิดของแต่ละคนมาปรับใช้กับตนเองมากมาย การทดลองได้ทดลองเกี่ยวกับเครื่องจักรกลปรับเปลี่ยนเรียนแบบประยุกต์ใช้ ได้ทำสิ่งใหม่ ๆ มาเชื่อมกับสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นงานของเรา เพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น สามารถนำความรู้ไปช่วยประเทศชาติและช่วยตนเอง ช่วยลูกหลาน ช่วยสังคม ช่วยโลกให้แก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้”
“จากการที่เข้ามาเป็นเครือข่ายได้พัฒนาตนเอง เช่นได้ภาษาที่สละสลวย ถือเป็นงานพิเศษ เช่น คำคม ภาษิต โคลง ทำให้เกิดความสุข ความสนุกอีกรูปแบบหนึ่ง
ได้เอากิจกรรมของ KM ไปต่อยอดโดยการให้แก้ปัญหาและช่วยเหลือตนเอง ชุมชนสร้างรายได้ให้เครือข่ายได้วันละ 200 บาท
เราควรจะจัดการทุกอย่างทุกเรื่องโดยการใช้ความรู้ ไม่ยึดมั่นถือมั่นนัก อยู่อย่างพอเพียงจะมีความสุข โดยเฉพาะสิ่งที่ครูบาเป็นผู้นำในการคิดการทำ เห็นความสำคัญกับประเด็นพัฒนา”
“ครูบาสุทธินันท์ได้ถ่ายทอดให้เครือข่ายเป็นคนต้องการเรียนรู้ โดยครูบาจะเป็นคนติดต่อ เป็นตัวกลาง ประสานงาน ให้แล้วก็วางมือ ให้เครือข่ายสานงานต่อเพื่อเชื่อมความรู้ระหว่างผู้รู้ และงานของตนเอง
ความเป็นปราชญ์ของครูบา คือสละชีวิต สละทรัพย์สิน สละความสุขส่วนตัว สละความเห็นแก่ตัว เป็นการให้ เป็นการช่วยเหลือสังคม ได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนในสังคม
แนวคิดและหลักคิดที่ได้ เป็นความคิดที่นำความรู้จากการปฏิบัติจริงมาถ่ายทอดขยายต่อ ๆ กันมา เช่นแนวคิดเรื่องน้ำขุ่น น้ำที่ไม่สะอาด ถ้าน้ำตกตะกอนไม่เหม็น หรือน้ำมีกลิ่นหอมจะกลายเป็นให้ประโยชน์ทันที แต่ที่น่าคิดคือปล่อยให้น้ำเน่าไปก่อนแล้วจะเกิดการปรับสภาพสมดุล แล้วน้ำจะใส ปล่อยให้มีน้ำเน่าไปก่อน 1 ครั้ง แล้วมันจะไม่เน่าอีก มันจะปรับสภาพสมดุลได้โดยธรรมชาติ ถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำอีกโดยเปลี่ยนน้ำเก่าออกทั้งหมด ใส่น้ำใหม่เข้าไปแทน จะทำให้น้ำเน่าเสีย ปลาจะตายอีกครั้ง จึงจะเกิดการปรับสมดุลใหม่อีกครั้ง ดังนั้นบ่อนั้น ๆ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย ถ้าเปลี่ยนก็ให้คงเหลือน้ำเก่าไว้เท่า ๆ กับน้ำใหม่ที่จะใส่เข้าไป แล้วเราสามารถเลี้ยงปลาในบ่อต่อได้อีก และจะไม่มีปลาตายในรอบต่อ ๆ ไป”
ความรู้ที่ได้จากพันธมิตร พ่ออุ่นบอกว่า “คนฉลาดทำโอกาสให้เป็นทอง คนโง่โอกาสทองก็มองไม่เห็น นั่นคืออยู่ใกล้ครูบาต้องเป็นคนฉลาดทันความคิดครูบาให้ได้ หรืออย่างน้อยต้องรู้ว่าครูบาคิดเรื่องนั้นว่าอย่างไร และควรติดตามดูเครือข่ายว่าความรู้ แนวคิด ที่เราให้ไป ว่าเขานำไปใช้จริงหรือเปล่า
แต่ก่อนหาคนมาช่วยเพิ่มความรู้ หายากมาก แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเอง ถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ทุกวันนี้มีนักวิชาการที่ครูบาประสานงาน เชื่อมสัมพันธ์ไว้มากมาย เราจึงได้ความรู้จากผู้รู้โดยตรง เรานำมาต่อยอดและประยุกต์ใช้กับความรู้ที่เรามีอยู่ได้
รู้จักการจัดแจง การจัดการ การจัดการความรู้ มาจัดให้ปัจจัยมันครบทุกอย่างก็เป็นไปได้ แล้วมันจะทำให้อยู่แบบพึ่งพาตนเองได้”
แนวคิดเครือข่ายนักจัดการความรู้ระดับชุมชนบุรีรัมย์ ตอนที่ 3
ความเป็นปราชญ์ของครูบา คือสละชีวิต สละทรัพย์สิน สละความสุขส่วนตัว สละความเห็นแก่ตัว เป็นการให้ เป็นการช่วยเหลือสังคม ได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนในสังคม
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
paew · 8 ก.พ. 2550
ศิริ · 8 ก.พ. 2550
EmoTion · 8 ก.พ. 2550
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 8 ก.พ. 2550
อนงค์ศิริ · 8 ก.พ. 2550