จากบันทึกของท่านอาจารย์มาลินี  <ความลับของ dhanarun> ที่ดิฉันอ่านชื่อบันทึกแล้ว ... ต๊กกะใจ ... นึกว่าท่านอาจารย์จะนำความลับของคนครอบครัวมาเล่าให้เราฟังกัน  ... ยิ้ม ยิ้ม  ... อ่านไปจนเกือบจะจบนั่งอมยิ้มเพราะนึก (เดา) ภาพอาจารย์ออกในแต่ละความลับ  อ่านลงมาเจอชื่อตัวเอง ... โต๊กกะใจกว่า ...   เลยเกิดมาเป็นบันทึกนี้ค่ะ

1.  ซื้อใจดิฉันได้ด้วยความศรัทธา 

         ดิฉันเป็นคนดื้อมาแต่กำเนิดใครจะสั่งให้ทำอะไรแต่ละอย่างถ้าดิฉันไม่ชอบไม่อยากทำเห็นว่าไม่ถูกก็อาจจะทำให้ได้หากจำเป็นแต่ได้ไม่ดี  หรือถ้าใครห้ามอะไรในสิ่งที่ดิฉันคิดว่ามันถูกก็จะเป็นยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ (ไม่ดีนะคะเยาวชนห้ามลอกเลียนแบบ) ... คุณแม่ก็บอก  โตมาคุณครูก็บอก  พอมาทำงานเจ้านายก็ยังช่วยย้ำอีก  ... แต่ที่สำคัญที่สุดดิฉันจะมอบหัวใจและทำอะไรที่ดีดีให้อย่างสุดกำลังกายกำลังใจหากใครซื้อใจดิฉันได้ด้วยคำว่า "ศรัทธา" เพียงคำเดียวแต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลาจริงมั้ยคะ

2.  แผลเป็นที่นิ้วโป้งเท้าข้างขวา 

         แม่เล่าให้ดิฉันฟังว่าสมัยเป็นเด็ก (อนุบาล) วันหนึ่งดิฉันเดินเข้าบ้านมาด้วยเลือดที่โชกเท้าเพราะมีแผลที่หัวนิ้วโป้งเท้า  แม่ตกใจถามว่าไปโดนอะไรมาดิฉันตอบแม่ไปว่า "หมอนตกใส่" แม่เลยเลิกถามต่อแล้วทำแผลให้  จนทุกวันนี้แผลเป็นอันนั้นยังคงชัดเจนอยู่ที่หัวนิ้วโป้งเท้าของดิฉันไว้ให้แอบหลบคนมองอยู่บ่อยๆ ค่ะ  (จนวันนี้ทั้งดิฉันและแม่ก็ยังไม่ทราบว่าไปโดนอะไรมาค่ะ)

3. เป็นคนสมาธิสั้นมาก  

         ดิฉันเป็นคนนั่งทำอะไรนิ่งๆ อยู่ได้ไม่ค่อยนาน  รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนสมาธิสั้นมากถึงมากที่สุดซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของทั้งการเรียนและการทำงาน  ครั้งแรกของการลองนั่งสมาธิ คือ การเข้าร่วม UKM ที่มหิดลดิฉันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกและได้รู้จักความบกพร่องของตัวเองอีก 1 ข้อ ว่าทำไมถึงไม่สามารถนั่งสมาธิสงบๆ อย่างคนอื่นเขาไม่ได้  พบพอจบกิจกรรมประจำวันเราชาว มน. ก็มานั่งทบทวนประจำวันกันในช่วงค่ำเหมือนทุกครั้งสมาชิกชาว มน.  ท่านอื่นๆ บอกว่าบรรยากาศการทำสมาธิวันนี้ดีมากถึงกับจะกลับไปตั้งชุมชนเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน  ส่วนดิฉันได้เล่าช่วงเวลาแห่งความหงุดหงิดของการนั่งสมาธิให้ท่านอื่นๆ ฟัง  อาจารย์วิบูลย์บอกกับดิฉันว่า "เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องฝึกทำสมาธิให้ได้ถ้าไม่ได้ก็เสียชาติเกิด" แล้วดิฉันก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ  ใครมีข้อแนะนำดีดีช่วยดิฉันหน่อยนะคะ  ...

4.  รู้สึกไม่ชิน (กลัว/ไม่กล้า) กับการทำความรู้จักกับบุคคลคนใหม่ๆ 

         ท่านที่ค่อนข้างสนิทสนมกับดิฉันคงจะต้องยอมรับเลยว่าดิฉันเป็นคนพูดเก่ง (หรือเข้าขั้นพูดมาก) แต่กับหลายๆ ท่านที่ดิฉันรู้จักครั้งแรกๆ หรือยังไม่คุ้นเคย  ก็จะไม่ค่อยกล้าเข้าไปพูดคุยด้วยจนบางครั้งบางท่านเข้าใจว่าหยิ่งแต่จริงๆ ไม่ได้หยิ่งนะคะแต่อายจริงๆ ค่ะ  (ถ้าเจอกันรบกวนช่วยมาชวนหนูคุยทีนะคะแล้วหลังจากนั้นสนิทกันแล้วไม่ต้องเป็นห่วงหนูท่านจะเบื่อเสียงหนูไปเลยค่ะ)

5.  เป็นคนไม่ชอบอาบน้ำสระผม  (คืออาจจะได้ไม่ครบวันละ 2-3 ครั้ง ตามสุขอนามัยที่ดีน่ะค่ะ)  

         ที่บ้านดิฉันตอนนี้ยังตักน้ำอาบจากโอ่งและดิฉันอยู่กับแม่ 2 คน  น้ำในโอ่งจึงอยู่นิ่งเย็นอยู่อย่างนั้นทั้งวัน  อาบน้ำทีไรโดยเฉพาะหน้าหนาวหนาวจับใจทุกทีค่ะ  (ความจริงที่กล่าวมาเป็นข้ออ้างทั้งนั้นค่ะการไม่ชอบอาบน้ำเนี่ยไม่ต้องมีเหตุผลจะได้มั้ยคะ)

         ขอ (อนุญาต) Tag อีก 5 ท่านต่อหน่อยนะคะ  หัวใจเรียกร้องว่าอยากรู้จักทั้ง 5 ท่านเพิ่มมากขึ้นค่ะ

1. ท่านครูบาสุทธินันท์
2.
ท่านอาจารย์วรภัทร์ (คนไร้กรอบ)
3. พี่สมพร

4. พี่บอย  สหเวชฯ
5. อุไรวรรณ (อุ สคส.)  

วิธีการเล่นเกมส์  Blog tag  <คลิก>

         ปล.   ดีใจ้ ดีใจที่ชีวิตนี้ได้ทำความรู้จักกับ KM จึงได้มาพบมิตรภาพทั้งใน UKM และ G2K  ขอบพระคุณสำหรับมิตรภาพและประสบการณ์จากทุกท่านค่ะ