รักลูกให้ตี วันนี้แว๊บคิดเรื่องความรักกับอำนาจขึ้นมา รักลูกให้ตี..บ้านเราตกลงกันจะไม่ตีลูกไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามต้องคุยกันดีๆ..พ่อบ้านก็ไม่เห็นด้วยกับดิฉั้นแต่ก็ไม่พูดอะไรมากอาจเป็นเพราะดิฉั้นใช้อำนาจความเป็นผู้หญิงกับเขาเรียบร้อยไปแล้ว(ฮา....ฮา....)ย้อนไปเมื่อเด็กมีเพื่อนบ้าน....ตีลูกให้เห็นเป็นประจำเธอระบายอารมณ์โกรธกับลูกจนลูกกลัวเธอให้เหตผลว่าตีเพราะเด็กดื้อก็ต้องตีให้หายดื้อ...เปล่าเลยยิ่งตีดูเหมือนลูกของเธอจะยิ่งดื้อกว่าปกติเทียบกับลูกบ้านอื่นๆ....การตีลูกเป็นเพียงการใช้อำนาจอย่างหนึ่งของแม่โดยแม่ไม่รู้ตัว...ข่มขู่ให้คนตัวเล็กยอมทำตามสิ่งที่เราคิด....หรือแม้แต่อยากให้ลูกอยู่ใต้อำนาจ...ระบายความโกรธที่ตัวเองควบคุมไม่ได้ไปสู่เด็กระหว่างตีลูกพ่อแม่จะพร่ำบ่นว่า....ทำไมจะตีไม่ได้อยากให้ได้ดี....ดื้อนักต้องสั่งสอนให้เจ็บ..จะได้จำ...ดิฉั้นเห็นทุกรายตีกันหายโมโหก็ต้องมานั่งทายา...ขอโทษกัน....หลายคนมาเล่าสู่กันสารภาพผิดว่าตีไปแล้วเพราะโมโห...สงสารลูกจัง...
        ถูกตีก็ดื้อ....ไม่ถูกตีก็ดื้อ....การดื้อของเด็กเป็นการแสดงออกว่าแกมีความคิดเป็นของตัวเอง...เป็นเหตุผลเป็นความนึกคิดของเด็กที่ไม่ตรงกับเราหรือเพราะเป็นวัยที่ซุกซนอยากเรียนรู้ธรรมชาติของเด็กแล้วจะเลือกวิธีตีให้ลูกเจ็บทำไม...สู้พูดกันดีๆให้เข้าใจ
รักลูกให้ตีคือการพร่ำสอน...ให้เด็กรู้จักเหตุจักผลการพร่ำสอนเป็นการทบทวนตัวเองให้เย็นลงด้วยอีกทาง....ไม่ใช่ไม่ฟังก็รตีให้เจ็บตัวเมื่อเพราะเจ็บจึงยอมละเลิกทำตามที่ตัวเองคิด.....เด็กอาจไม่กล้าคิดอีกต่อไปเพราะกลัวคิดไม่เหมือนแม่จะถูกหาว่าดื้อ  แม่มักเอาความรักมาอ้าง...ลูกอย่าดื้อซิรู้มั๊ยว่าแม่รักหนูนะ...ถ้าหนูดื้อ...แม่ก็จะโกรธแล้วตี...หนูก็จะเจ็บ ถ้าอยากอยู่กันอย่างสงบสุขอย่าดื้ออย่าซน...(ขัดกับธรรมชาติของเด็กโดยแท้)   
     เด็กๆของ ดิฉันจะ งง...เวลามีใครมาดุโดยการขึ้นเสียงหรือตี...แกจะมองหน้าไม่เข้าใจ...เพราะบ้านนี้ไม่เคยตีลูก...ลูกดิฉันไม่ดื้อเพราะดิฉันไม่เคยบังคับให้ทำอะไรตามใจเรา...ให้คิดให้แกทำตามที่แกต้องการ...หากขัดหูขัดตานักก็แค่ถาม...ทำไมหนูทำแบบนี้...ถ้าอธิบายได้ก็ยิ้มๆ...ยอมๆกันไป...เหรอคะเอาหล่ะเข้าใจแล้ว...หากไม่เข้าใจกันขณะนั้นก็เพียงพูดทิ้งท้าย...หนูลองดูแล้วกันแม่ไม่ว่า...เป็นความเชื่อเป็นพื้นฐานของชีวิตที่ต้องตกลงกันระหว่างคนในบ้าน...ให้เห็นต้องตรงกันในการเลี้ยงดูลูก...การมีชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้าน...