การพัฒนาครูด้วยแนวคิด HRD

 

         สวัสดีครับ ผมได้รับเกียรติจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเชิญบรรยายให้กับลูกศิษย์ปริญญาเอก สาขาวิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในหัวข้อ "การพัฒนาครูด้วยแนวคิด HRD" ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ของผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมและลูกศิษย์ของผมจะได้เรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งผมต้องการให้ครูนั้นมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล มีความสนใจความรู้ในหลาย ๆ ศาสตร์ รู้ทันโลกาภิวัตน์ ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์  และผมหวังว่าครูทั้ง 19 ท่านจะได้มาร่วม share ความรู้ในเรื่อง HRD ร่วมกันและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเปิด Blog นี้จะทำให้เกิดการปะทะกันทางปัญญาและร่วมเรียนรู้ร่วมกันครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทุนมนุษย์กับดร.จีระ

คำสำคัญ (Tags)#จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หมายเลขบันทึก: 76956, เขียน: 07 Feb 2007 @ 16:28, แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 17:47, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (11)

พูนภัทรา พูลผล
IP: xxx.9.136.104
เขียนเมื่อ 07 Feb 2007 @ 19:22

ต้องกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรในครั้งนี้ รวมทั้งความกรุณาในการช่วยเปิดโลกทัศน์ของพวกเราให้กว้างขึ้น และเนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิดท่านในวันนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปค่ะ

พูนภัทรา พูลผล
IP: xxx.9.138.85
เขียนเมื่อ 10 Feb 2007 @ 21:32

ในนามของคณะนิสิตปริญญาเอก บริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ต้องขอขอบพระคุณท่าน ศ.ดร. จีระ ที่ได้พยามยามกระตุ้นต่อมความคิดและสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ตรึงผู้เรียนให้อยู่ในบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ได้เกือบ  4 ชั่วโมง คำแนะนำของท่านที่ได้ย้ำอยู่เสมอว่าเราต้องมีศรัทธา ความเชื่อมั่น ความกล้าและความบ้าคลั่ง รวมถึงกุญแจสำหรับเรื่องConcept , System และ Paradigm

สำหรับการพัฒนาครูด้วยแนวคิด HRD หลังจากการฟังการบรรยายแล้ว ทำให้คิดว่างานการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาครูเป็นเรื่องที่ท้าทายและยากยิ่ง แต่ในยุคสมัยที่การรู้กว้างและรู้ลึกในรายละเอียดเป็นเรื่องจำเป็น การมองให้เห็นภาพใหญ่และตระหนักถึงความเป็นโลกาภิวัตน์ทำให้เราไม่สามารถดำรงชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป ในการเรียนวันนี้สิ่งที่ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านอาจารย์แบ่งได้เป็นประเด็นดังนี้

1. การมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องการเรียนปริญญาเอกไปทำไม

2. การเป็น Role Model โดยเฉพาะผู้บริหารที่จำเป็นต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง

3. การคิดนอกกรอบ การมีความกล้าหาญในสิ่งที่ถูกต้อง

4. การที่ต้องมีความรู้สดใหม่เหมือนผักสดอยู่เสมอ

ยังมีต่อ โปรดอดใจรอ

พูนภัทรา พูลผล
IP: xxx.9.147.164
เขียนเมื่อ 11 Feb 2007 @ 23:30

โดยสรุปว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชั้นเรียนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นิสิตในกลุ่มนี้ต่างได้แบ่งปันความคิดดีๆ และได้รับการเติมเต็มจากท่าน อ. ดร. จีระ ดังนี้

5. ให้ตระหนักถึงและเข้าใจความแตกต่างของการเรียนปริญญาเอกเป็นอะไรระหว่าง consumption หรือ investment ถ้ามองเป็นทุนแล้ว เราจะใช้ทุนนั้นได้อย่างไร คิดให้ขบระหว่าง "ปริญญากับปัญญา"

6. ความเชื่อมั่น + ความกล้าหาญ เกิดพลังเกินร้อย และต้องดำเนินชีวิตอย่างมีวิสัยทัศน์ และทิศทาง

7. ความสุขที่ยั่งยืน = ความสุข + การพัฒนาที่ยั่งยืน

8. การแลกเปลียนเรียนรู้ + แนวคิด Listen First and lLearn Later

9. การมีความรู้รอบงาน มีความรู้รอบตัว มีความรู้ในบริบทสังคม บริบทโลก นำไปสูการมีทุนทางสังคมและการสร้างเครือข่าย

10. การอ่านหนังสือ และการจับประเด็น พยายามทำให้ได้ทุกวัน ให้ได้วันละประเด็น ปีนึงมี 365 วัน ก็ได้แล้วเป็นร้อยๆ ประเด็น การจัดให้มีมุมอ่านหนังสือ และห้องสมุด (ถ้าทำได้)

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ

 

 

ปิยวัฒน์ แก้วกัณฑรัตน์
IP: xxx.131.212.68
เขียนเมื่อ 13 Feb 2007 @ 16:44

สารภาพครับว่าวันที่ท่าน อ.ดร.จีระ ได้กรุณามาบรรยายให้ฟัง ค่อนข้างตื่นเต้น และสติกระเจิง

ที่จริงอยากจะถามเพื่อแลกเปลี่ยนคุยกันหลายข้อเหมือนกันครับ แต่ไม่มีเวลา ...

งั้นจะขอมาถามท่าน อาจารย์ใน blog นี้เรื่อยๆ เพื่อเป็นการปะทะกันทางปัญญา ...ครับ

ผมเป็นนักรัฐศาสตร์ ที่เข้ามาเรียนครุศาสตร์  บางครั้งก็เลยชอบมอง คิด แบบนักรัฐศาสตร์ ...

ผมเห็นว่าการศึกษาบ้านเราที่พยายามเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  พยายามกระจายอำนาจให้โรงเรียน ...แต่ในความเป็นไทยของเรา ...ถูกสั่งสอนให้อ่อนน้อมถ่อมตน ...ยอมต่ออำนาจผู้ใหญ่ ...โดยเฉพาะศักดินาในระบบราชการ ...ซึ่งเป็นอุปสรรคปิดกั้นต่อการเรียนรู้ของบุคคลากรในวงการศึกษา...ครู...ของเรา ...และทำให้แนวคิดเรื่องการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ...การกระจายอำนาจ ...ไม่ work ...เพราะเมื่อครูถูกกระทำแบบนี้ ก็ย่อมจะกระทำต่อศิษย์เหมือนกัน ...โดยไม่รู้ตัว

ผมคิดว่าปัจจัยด้านวัฒนธรรมอันนี้คืออุปสรรคที่สำคัญมากในการปลดปล่อยศักยภาพของการเรียนรู้ การคิดสร้างสรรค์ การคิดเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่พยายามทำกันอยู่ ...

ความกลัวที่จะพูด ความเกรงใจที่จะแสดงความคิดเห็น ความชอบแสดงอำนาจของผู้ใหญ่  ...เป็นรูปแบบของตะวันออกที่ต้องบริหารจัดการแตกต่างไปจากแนวคิดตะวันตก  เหมือนที่ท่านอาจารย์พยายามเน้นว่าอย่าไปคิดและทำตามตะวันตก แต่ให้มองความจริงจากฐานของเรา

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนความคิดเบื้องต้นแค่นี้ก่อนนะครับ

ขอบคุณครับ

ปิยวัฒน์

www.thaihrm.com

 

นางสาวสุทธนา ฮั่นเกียรติพงษ์
IP: xxx.181.206.246
เขียนเมื่อ 13 Feb 2007 @ 17:44

หลังจากได้ฟังท่านอ.ดร.จิระ บรรยายพิเศษในห้องสัมมนาของนิสิตปริญญาเอกบริหารการศึกษาจุฬา

ดิฉันก็ได้ไอเดียที่จะสร้างตัว R เพื่อมาเพิ่มเติมจาก 2 R ของท่านอาจารย์ เพื่อให้เป็น 8 R เผื่อว่าจะติดโผ ได้มีโอกาสขึ้นหน้าปกบ้าง ก็ขอเพื่อนๆช่วยแสดงความคิดเห็นนะคะ ซึ่ง 6 R ที่จะนำเสนอมีดังนี้ค่ะ

Re-structure ปรับโครงสร้างองค์การใหม่เพื่อให้มีลักษณะแนวราบ และเป็นเครือข่ายมากขึ้น มีการกระจายอำนาจ

Revolution ปฏิวัติจิตสำนึกใหม่ ให้มีความตระหนักในหน้าที่ และมีจิตวิญญาณของความเป็นครูที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อเด็ก และมีคุณธรรม จริยธรรม

Reform ปฏิรูปการศึกษา เร่งรัดให้เกิดผลอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

Re-knowledge ทบทวนความรู้เดิม บูรณาการความรู้ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมให้เหมาะ และทันกับเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

Re อีก 2 ขออุบไว้ก่อนนะคะ เอาไว้ต่อคราวหน้า เผื่อจะได้มีคนติดตาม สนใจ อยากรู้ต่อ และท่านอาจารย์เองก็ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ดิฉันอีก 1 R ในชั้นเรียนด้วย ซึ่งต้องกราบขอบพรคุณท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ก็ไว้บอกพร้อมๆกันในคราวหน้าค่ะ

ขอบคุณค่ะ

พูนภัทรา พูลผล
IP: xxx.9.154.56
เขียนเมื่อ 13 Feb 2007 @ 21:56

ขอเพิ่มเติมเรื่องการเรียนรู้ด้วย Blog ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มักจะเข้า ลป.รร. (แลกเปลี่ยนเรียนรู้) ใน Blog ของสคส. และเห็นความสำคัญของการพัฒนาความรู้ด้วยวิธีนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะในสภาพการณ์ปัจจุบันที่บริบทการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การคิดต่างจากวิถีที่เคยปฏิบัติมา อาจทำให้เราได้พบวิธีการทำงานใหม่ที่เหมาะสมกับบริบทมากขึ้น

ดิฉันเป็นแฟนรายการประจำคลื่นวิทยุ 96.5 และมักจะได้ข้อคิดดีๆ จากการฟัง ซึ่งต้องยอมรับการฟังแบบ Attentive Listening ที่เคยได้อ่านของ Blog ของ ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด ว่าด้วย "หวนคืนสู่พื้นฐาน" - การฟังอย่างตั้งใจ vs. การฟังอย่างลึกซึ้ง http://gotoknow.org/blog/beyondkm/49735 ทำให้ตระหนักว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนืองตลอดชีวิต และเมื่อผนวกกับข้อคิดดีๆ จาก อ. ดร. จิระ เรื่อง Listen First and Learn Later ทำให้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องฝึกและพัฒนาทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะแรกของการเรียนภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน) กันใหม่เสียที

IP: xxx.47.30.18
เขียนเมื่อ 14 Feb 2007 @ 12:50
บรรยากาศการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ ผมคิดว่าการเรียนการสอนแบบให้ feedback เป็นสิ่งที่ดีและน่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ในที่ทำงาน ขอบคุณท่านอาจารย์ ดร. จิระที่ได้กระตุ้นความรู้ให้แก่พวกเรา
สุทธนา ฮั่นเกียรติพงษ์
IP: xxx.200.255.162
เขียนเมื่อ 18 Feb 2007 @ 09:31

ค่ะ วันนี้ดิฉันตื่นแต่เช้า อาบน้ำเย็นแล้วเพื่อให้สมองตื่นอย่างสดชื่น ทำอะไรต่ออะไรไปมากมาย ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลามาต่อเรื่องของ 6 R ที่คิดไว้ตั้งแต่ในชั้นเรียน ให้จบซะทีนะคะ

ครั้งที่แล้วได้พูดไปแล้วถึง 4R คือ Re-structure Reform  Revolution  และ Re-knowledge แล้วนะคะ

วันนี้จะเพิ่มในเรื่อง

Respect คือการยอมรับในตัวผู้อื่น ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาก็ต้องเชื่อในความรู้ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกซึ่งความรู้ความสามารถของเขา ( มีคนเป็นจำนวนมากที่ชอบดูถูกดูแคลนผู้อื่น ไม่เปิดใจให้กว้างในการรับฟัง มองคนอื่นต่ำต้อยกว่าตน ) โดยเฉพาะในยุคสังคมแห่งความรู้นี้ เราสามารถดึงเอาความรู้ในลักษณะที่เรียกว่า Tacit ของคนแต่ละคน ให้ออกมาเป็น Explicit ได้ เพื่อประโยชน์ของหน่วยงาน

Reward ใครทำดี มีความชอบ ต้องตอบแทน นั่นคือการให้รางวัลตามความเหมาะสม ตั้งแต่ด้วยวาจา คำพูด การชมเชย ไปจนกระทั่งเป็นตัวเงิน ไม่ใช่ทำแทบตาย นายไม่เคยเห็น หรือ ทำแล้วนายฉกฉวยไปเป็นผลงานของตัวซะอีก ( ผู้บริหารสไตล์นี้ก็มีเยอะ )

และหลังจากที่ดิฉันได้นำเสนอความคิด 6R นี้ไปแล้ว ท่านอาจารย์จิระก็ได้กรุณาเพิ่มให้มาอีกตัว คือ

Re-brand ค่ะ ส่วนความหมายในความคิดของท่านอาจารย์จิระ ก็คงต้องให้ท่านอาจารย์เป็นผู้ขยายเองนะคะ ดิฉันมิบังอาจอธิบายแทนท่านค่ะโดยเฉพาะที่ท่านกล่าวว่าจุฬาเองก็ต้องทำ Re-brand ด้วยเหมือนกัน

สุทธนา ฮั่นเกียรติพงษ์
IP: xxx.200.255.162
เขียนเมื่อ 18 Feb 2007 @ 10:02

ไหนๆก็กล่าวถึง 6R ที่กลายเป็น 7R ไปแล้ว ดิฉันก็เลยคิดว่า ก็เพิ่มเป็น 8R ละกัน ( ที่จากเดิมคิด 6R เพื่อไปต่อของท่านอาจารย์จิระ 2R ให้รวมเป็น 8R แต่เมื่อท่านเพิ่มให้มาอีก1 ก็เป็น 7R เหลืออีก 1R )เอาไว้ให้เพื่อนๆมาช่วยกันต่อดีไหมคะ ว่าใครคิดว่าควรจะเป็นอะไรดี จะได้ครบ 8R ( เผื่ออาจารย์จะเอาไปลงหนังสือของท่านบ้าง )หรือบางทีช่วยกันต่อแล้วอาจจะเป็น 10 R ที่มีคุณค่าต่อไปในวันข้างหน้าก็ได้นะคะ

อาจารย์สอนว่าเราต้องคิดอะไรเอง ไม่ใช่ไปเชื่อหรือไปลอกของเขามาหมด โดยเฉพาะตะวันตก เรามีสิ่งที่ดีๆของทางตะวันออกมากมาย ดิฉันเห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง แต่ปัญหาคือเรายังไม่มีบารมีมากพอที่ใครจะมาเชื่อถือ เสียงของเรายังไม่ดังพอค่ะและอีกอย่างถ้าเราไม่อ้างอิงงานเขียน ตำรา งานวิจัย ของตะวันตก เราก็ขาดการยอมรับจากคนอื่น โดยเฉพาะในขณะที่เรียน ก็มีตำราฝรั่งมากมายที่เราใช้ และตำราไทยน้อยมาก ส่วนใหญ่ใครๆก็ไม่ยอมรับ

ไม่ทราบว่านี่เป็นจุดด้อยของประเทศเราหรือไม่ เรามีคนเก่งๆเยอะ แต่เรามักไม่ยอมรับกันเอง (ชอบเป็นเมืองขึ้น ตามฝรั่งเพราะมีวัฒนธรรมที่ดีกว่า) เราชอบไปเรียนต่างประเทศ เพราะกลับมาแล้วจะมีคนยอมรับเราเยอะ กลับมามีงานดีๆทำ มีตำแหน่งสูงๆ ( ทำได้ดีจริงหรือไม่จริงไม่รู้ ) เราชอบเชิญกูรูตะวันตกมาให้ความรู้กับคนไทย บริษัทไทย และข้าราชการไทย ด้วยค่าตัวที่แพงๆ หลายล้านบาท เพราะเชื่อว่าเขาจะมาพูด 2 ชัวโมง หรือ 1 วัน แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆในประเทศที่คาราคาซัง ที่เป็นอยู่ได้ (ทั้งๆที่เรามีผู้บริหารเก่งๆระดับสูงๆของไทยหลายคนที่จบต่างประเทศ) แต่ลืมไปว่าในบริบทของความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย และนิสัยแบบไทยๆบางอย่างแก้ยากค่ะ คงต้องใช้เวลาและต้องใช้คนไทยด้วยกันเอง เพียงแต่เราจะยอมรับกันสักนิด

 

 

สุทธนา ฮั่นเกียรติพงษ์
IP: xxx.200.255.162
เขียนเมื่อ 18 Feb 2007 @ 10:48

ตอนนี้ดิฉันขอเสนอ 7Re- ของจริงค่ะ จากต่างประเทศ ที่พวกเรากำลังจะไปเยี่ยมชมและสัมมนากัน

คือ " ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนใจคน " ( Changing Minds )ของศาสตราจารย์ ดร.ฮาวเวิร์ด การ์ดเนอร์ ศาสตราจารย์ภาควิชากระบวนการรับรู้และด้านการศึกษา สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ( เจ้าของทฤษฎี Multiple Intelligence ที่นักการศึกษาบ้านเรานำมาใช้กันนั่นแหละค่ะ )

7Re- หรือ ยุทธศาสตร์เปลี่ยนใจคน ประกอบไปด้วย

Reason คือการใช้เหตุผลที่ถูกต้อง เพื่อชี้แจง หรือโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจมาในเรื่องที่ต้องการ

Research คือการนำเสนอข้อเท็จจริง ที่ได้รับการยืนยันหรือพิสูจน์แล้ว

Resonance คือการเข้าถึงจิตใจ ความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น

Representational หรือ Re-descriptions คือความสามารถในการเสนอแนวความคิดแบเดิมๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย

Resources and Rewards คือการให้คุณให้โทษ เพื่อเป็นการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมตามที่ต้องการ

Real world events คือการใช้เหตุการณ์จริงมาสนับสนุน

Resistances คือการต่อต้านความเชื่อที่แตกต่าง ซึ่งจะต้องพิจารณานำไปใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มคน ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีความแตกต่างกันออกไป

ซึ่งจริงๆแล้วดิฉันว่ามันก็ไม่ยากเกินไปกว่าที่เราจะคิดได้ใช่ไหมคะ ใครหลายคนในบ้านเราคงเคยคิดแบบนี้ หรือใช้กันมาบ้างแล้ว แต่เราไม่เสียงดังพอที่ใครจะเชื่อหรือนำความคิดของเราไปใช้ต่อ

 และศาสตราจารย์ ดร.ฮาวเวิร์ด การ์ดเนอร์ ( Howard Gardner ) คนเดียวกันนี้เองที่เคยถูกบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ทรู คอร์ปอเรชั่น ของเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ เชิญมาพูดเรื่อง " ภาวะผู้นำและจริยธรรม ความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อสังคม " ให้ผู้บริหารในเครือฟัง ซึ่งเนื้อหาได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์การสู่ความสำเร็จ คือ ความสามารถของผู้นำ และผู้นำที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะของความชาญฉลาดที่สำคัญ 3 ประการคือ

ด้านการใช้ภาษา ( Linguistic Intelligence ) คือสามารถสร้างสรรค์ สื่อสาร และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านความเข้าใจในตัวผู้อื่น ( Interpersonal Intelligence ) สามารถเข้าถึง รับฟัง ผลักดัน และตอบสนองความปรารถนาของผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

ความสามารถในการชักจูง ( Existential Intelligence ) หรือรวมพลังของคน โดยเฉพาะบุคลากรในองค์การ ให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน

เป็นไงบ้างคะ เพื่อนๆลองมาสำรวจตัวเราเองดีไหมคะว่า เราจะสามารถเป็นผู้นำที่มีประสิธิภาพได้ไหม จาก 3 ประการนี้

อ้อ! อย่าลืมเรื่อง จิตสำนึกในเรื่องของการดำเนินธุรกิจ(โรงเรียน) อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีจริยธรรมนะคะ ( Corporate Social Responsibilities )

อยากฝากให้เพื่อนๆประยุกต์ในเรื่องของแนวทางการบริหารจัดการโดยการน้อมนำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามาใช้ในการบริหารจัดการโรงเรียน ครู และ นักเรียน ด้วยน่ะค่ะ ช่วยกันปลูกฝังตั้งแต่เนิ่นๆนะคะ

สุทธนา ฮั่นเกียรติพงษ์
IP: xxx.25.63.61
เขียนเมื่อ 19 Feb 2007 @ 20:55

วันนี้มีโอกาส เลยแวะเข้ามาดูเพื่อทักทายกันหน่อยค่ะ

ไม่มีใครต่ออะไรเลย สงสัยว่างานคงเยอะ ก็ต้องเข้าใจกันล่ะนะคะ ( สงสัยมีแต่ดิฉันที่รู้สึกว่าจะว่างงานกว่าเพื่อนๆแฮะ )

ไหนๆก็ไหน ต่อให้จบซะเลย คงไม่ว่ากันนะคะ คือตัว R ที่ว่าเหลือให้เพื่อนๆต่ออีก 1R น่ะค่ะ จะได้เป็นการคิดเองที่ครบ 8R ซะที

ขอเสนอ Responsibility ค่ะ ก็ความหมายรู้ๆกันอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นนักบริหาร หรือผู้นำ ทำอะไรต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งต่องานที่ทำ ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม สิ่งแวดล้อม

คงไม่มีใครตำหนิว่าเอาเหล้าเก่ามาใส่ในขวดใหม่นะคะ คิดซะว่าเรามาทบทวนภาระหน้าที่ของเราก็แล้วกันค่ะ

พบกันคราวหน้านะคะ หวังว่าจะเจอพวกเราที่นี่กันบ้างนอกเหนือจากเมล์ปกติ