โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์             การปฏิบัติตามระบบกิจกรรมของโรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์นั้น  โรงเรียนมีกิจกรรมทั้งในรายวิชาและนอกรายวิชาเรียน  ทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติมากถึง 165  กิจกรรม  ซึ่งในแต่ละกิจกรรมก็มีกระบวนการดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ (PDCA) คล้าย ๆ กัน  ถ้าจะมีแตกต่างกันบ้างก็อาจจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น กระบวนการจัดกลุ่ม  กระบวนการวัดและประเมินผล เป็นต้น  ดังนั้น  ในที่นี้จึงจะขอกล่าวถึงกิจกรรม 3 กิจกรรมเพื่อเป็นตัวอย่างในการดำเนินงานตามระบบกิจกรรม 1.        กิจกรรมทำความสะอาด การจัดกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณโรงเรียนภายใต้โครงการ โรงเรียนสวยด้วยมือเรา  ของโรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์นั้น  มีเป้าหมายให้นักเรียนขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  เสียสละ  มีความอดทน  พากเพียร  เกิดนิสัยรักสะอาด  มีการวางแผนร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างครูกับนักเรียน  ฝึกความรับผิดชอบต่อหน้าที่เกิดความรัก  ความสามัคคีในหมู่คณะ  รักและหวงแหนโรงเรียนของตน  ครูที่ปรึกษามีโอกาสคลุกคลีกับนักเรียนทุกวันก่อนการเข้าห้องเรียน  ส่วนผลทางกายภาพ  โรงเรียนมีความสะอาด   ร่มรื่น  สวยงาม  เป็นระเบียบ  ลดภาระงานของนักการภารโรง กิจกรรมนี้โรงเรียนกำหนดไว้ในแผนกลยุทธ์ทั้งระยะยาว  ระยะปานกลาง  และระยะสั้น  กำหนดผู้รับผิดชอบอยู่ในกลุ่มงานบริการ  งานอาคารสถานที่  ร่วมกับกลุ่มกิจกรรมนักเรียน  คณะกรรมนักเรียนของแต่ละปีการศึกษา  ตลอดทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน  ฝ่ายบริการโดยงานอาคารสถานที่  มีหน้าที่จัดหาและเตรียมวัสดุ  อุปกรณ์  การทำความสะอาด  เช่น  ไม้กวาดทางมะพร้าว  ครามมือเสือ  รถเก็บขยะ  ให้เพียงพอกับจำนวนจุดและจำนวนนักเรียน  พร้อมกับการจัดเตรียมที่เก็บไม้กวาดไม่ให้ถูกฝน (ในฤดูฝน)  ไว้อย่างเป็นระเบียบ  ซึ่งที่โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์ได้นำเอาเศษเหล็กจากโต๊ะเก้าอี้  ที่ชำรุดมาจัดทำเป็นเรือนไม้กวาดวางไว้ตามจุดต่าง ๆ  เต็มพื้นที่โรงเรียนรวม  8  จุด นอกจากนี้งานอาคารสถานที่จะเป็นคนกำหนดเขตพื้นที่ทำความสะอาดให้ครอบคลุมบริเวณโรงเรียนให้แต่ละห้องเรียน  โดยมอบหมายให้ครูที่ปรึกษาแต่ละห้องนำไปแจ้งและร่วมกันวางแผนการทำงานในวันแรกของการเปิดภาคเรียน  มอบหมายให้นักเรียนดูแลพื้นที่ที่รับมอบหมายนั้นตลอดภาคเรียนและตลอดปีการศึกษา  (ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง) การทำกิจกรรมรักษาความสะอาดนี้  จะใช้เวลาวันละ 10 นาที  โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 – 08.10 น. ทุกวัน  เมื่อถึงเวลา 08.10  น.  แล้วนักเรียนที่อยู่ตามจุดพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายก็จะเตรียมตัวไปเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธงต่อไป การเริ่มต้นทำงานของแต่ละวัน  โรงเรียนจะให้สัญญาณจากเสียงเพลง  ซึ่งงานประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมดูแล  กล่าวคือ  เวลา  08.00 น.  จะเปิดเพลงชาติที่ถ่ายทอดวิทยุจากกรมประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่ายในโรงเรียน  นักเรียนทุกคนเมื่อได้ยินเพลงชาติแล้วจะยืนตรง  สงบ  เงียบ  หลังจากนั้นนักเรียนทุกคนจะลงพื้นที่ทำความสะอาดบริเวณที่ตนเองรับผิดชอบ  โดยมีครูที่ปรึกษาแต่ละห้องจะลงดูแลร่วมกับนักเรียน การที่ครูที่ปรึกษาลงไปร่วมกิจกรรมทำความสะอาดกับนักเรียนนี้  ครูที่ปรึกษาได้ทำภารกิจหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน  เช่น  ได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนในที่ปรึกษา  ได้รู้ว่าใครมา  ไม่มาโรงเรียนในวันนั้น  ถามข่าวคราวทุกข์สุขประจำวัน  ถามเรื่องเรียน  การทำการบ้าน  การช่วยงานบ้าน ถามถึงปัญหาของนักเรียนเท่าที่จะถามได้  และได้สังเกตพฤติกรรมนักเรียน  ด้านความขยัน  ความเสียสละ  ความอดทน  ความรับผิดชอบ  ความเป็นระเบียบเรียบร้อย  การทำงานไม่สะอาด  เก็บไม้กวาดไม่เป็นระเบียบ  ไม่ลงทำงานตามกำหนดเวลาหรือหนีเพื่อนขณะทำงาน  ครูที่ปรึกษาจะรีบแก้ไขตามเทคนิคของแต่ละคนทันที  ครูที่ปรึกษาจะคอยให้กำลังใจ  เอาใจใส่นักเรียนได้ใกล้ชิด  ทุกสิ้นเดือนจะสรุปผลเสนอรายงานต่อผู้บริหารผ่านงานอาคารสถานที่ด้วย ขณะที่นักเรียนทำงาน  ฝ่ายประชาสัมพันธ์จะเปิดเพลงคนสร้างชาติ  งานหนักไม่เคยฆ่าคน  คนสู้ชีวิต  ให้นักเรียนฟังทุกวัน  เพื่อปลุกเร้าให้นักเรียนเกิดจิตสำนึกในด้านความขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  เสียสละเพื่อส่วนรวม รวมไปถึงการมีความมุ่งมั่น  อดทน  ในการทำงาน เพื่อเป็นคนดีของสังคม สุดท้ายตามด้วยเพลงมาร์ชโรงเรียน  ซึ่งเป็นเพลงที่ 4  เป็นการบอกให้ทุกคนรู้ว่าให้หยุดทำงาน  เก็บไม้กวาด  วัสดุ  อุปกรณ์  ให้เป็นระเบียบ  ดูพื้นที่ตนเองว่างานสำเร็จได้ผลและเรียบร้อยเพียงใด  แล้วเตรียมตัวไปเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธงต่อไป ในช่วงที่นักเรียนทุกห้องทำงานร่วมกับครูที่ปรึกษา  คณะกรรมการนักเรียนประมาณ   3 – 4  คน  จะเดินตรวจให้คะแนนการทำความสะอาดของนักเรียน  แล้วสรุปนำแจ้งผลให้ทราบในช่วงเวลาต่อมาที่หน้าเสาธง  ฝ่ายปกครองจะจัดหาเกียรติบัตรให้ห้องที่มีคะแนนทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม  และระดับรองที่ 1 – 2  ในแต่ละเดือน  ทำพิธีมอบหน้าเสาธงในช่วงเวลาทำกิจกรรมหน้าเสาธงตอนเช้า ช่วงเวลา 08.00 – 08.10 น.  ซึ่งเป็นช่วงที่นักเรียนและครูที่ปรึกษาทุกคนลงพื้นที่ทำความสะอาดนั้น  ผู้อำนวยการ (นายประยงค์  แก่นลา)  จะเดินตรวจการทำงานทั่วบริเวณทุกวัน  เพื่อให้กำลังใจและเพื่อรับทราบปัญหาและความสำเร็จของงาน  เมื่อพบปัญหาจะรีบแก้ไขทันที  ทั้งแก้ตรงจุดที่เป็นปัญหาและแก้ทั้งระบบ  เมื่อพบว่าปัญหาเกิดขึ้นในวงกว้าง  เช่น  ปัญหาเฉพาะจุด  อาจจะเป็นเพราะไม้กวาดไม่เพียงพอในจุดนั้น ๆ  หรือการควบคุมดูแลเสียงเพลงของฝ่ายประชาสัมพันธ์  ปัญหาในวงกว้างเช่น  ครูและนักเรียนดูแลพื้นที่ไม่ทั่วถึง  ไม่ครอบคลุมพื้นที่  การทำงานที่ขาดความกระตือรือร้นขาดความรับผิดชอบ  การวางแผนและจัดระบบการทำงานของแต่ละห้องไม่ชัดเจน  เป็นต้น 2.        กิจกรรมคาบสมาธิ โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์  จัดกิจกรรมคาบสมาธิ   ต่อเนื่องมาตั้งแต่ตั้งโรงเรียนในปี พ.ศ.2539  เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำควบคู่กับกิจกรรมทำความสะอาด  เป้าหมายเพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมก่อนเรียนในภาคบ่าย  กิจกรรมคาบสมาธิใช้เวลา 3 นาที โดยเริ่มจากฝ่ายประชาสัมพันธ์    โรงเรียนจะเปิดเพลงมาร์ชโรงเรียน ในช่วงเวลา  12.50   เพื่อเป็นสัญญาณให้นักเรียนและครูทราบว่าหมดเวลาพัก  เมื่อจบเพลงสัญญาณกริ่งจะดังครั้งที่ 1  เพื่อให้นักเรียนและครูที่สอนในคาบแรกของช่วงบ่าย  เข้าชั้นเรียน  นักเรียนทุกคนจะนั่งประจำที่ รอฟังสัญญาณครั้งที่ 2  เมื่อสัญญาณครั้งที่ 2 ดัง  นักเรียนและครูทุกคนจะเงียบสงบเป็นเวลา  3 นาที  และเมื่อสัญญาณครั้งที่ 3  ดังจึงเริ่มเรียนในภาคบ่าย  ในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถไม่ถึงชั้นเรียนในระยะเวลาของเพลงมาร์ชจบ  นักเรียนจะนั่งสงบเงียบในบริเวณที่ตนเองอยู่  ช่วงดังกล่าว  โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์จะอยู่ในภาวะที่เงียบสงบมาก  ถ้ามีบุคคลภายนอกเข้าโรงเรียนในช่วงนั้น  จะคิดว่าโรงเรียนปิดทำการเรียนการสอน  กิจกรรมคาบสมาธิ  โรงเรียนได้ปรับเปลี่ยนระยะเวลาของการนั่งสมาธิ จากเดิม 5 นาที  เป็น 3 นาที  เพราะการนั่งนาน  หรือช่วงที่อากาศร้อนจะเกิดความวุ่นวาย  นักเรียนจะรู้สึกอึดอัด การปรับเปลี่ยนระยะเวลานี้ นักเรียน  ครู  เป็นผู้ให้ความคิดเห็น  และนำเสนอในที่ประชุม  สำหรับครูที่ดูแลรับผิดชอบได้แก่ครูฝ่ายปกครอง  ซึ่งจะแบ่งหน้าที่กันดูแลนักเรียนในแต่ละอาคารเรียน  ต้องไปรอและถึงก่อนครู นักเรียนในอาคารนั้น    ผู้บริหาร หรือผู้ช่วยฝ่ายที่ได้รับมอบหมาย  จะเดินสำรวจความเรียบร้อยของกิจกรรมอีกครั้ง  ถ้าจบจุดใดไม่เรียบร้อยจะรีบดำเนินการแก้ไขทันที    ผลของการดำเนินกิจกรรมนอกจากเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนตรงต่อเวลา  มีระเบียบวินัย  และมีความพร้อมก่อนเรียนแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนเกิดสมาธิ  มีความตั้งใจในภาคบ่ายเพิ่มมากขึ้น จะเห็นว่ากิจกรรมนี้  เป็นกิจกรรมที่ทุกคนทำพร้อมทั้งโรงเรียน  เช่นเดียวกับกิจกรรมทำความสะอาด  ทำทุกวัน  ทำจนเกิดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร 3.        กิจกรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์ กิจกรรมนี้  เกิดจากการใช้เวลาว่างในคาบอิสระให้เกิดประโยชน์  นักเรียนในแต่ละห้องจะช่วยกันคิดผลงาน  สิ่งประดิษฐ์  โดยมีครูที่ปรึกษาเป็นผู้ให้คำแนะนำ  นักเรียนจะรวมกลุ่มกัน คิด  ฝึก  ทดลองทำ   ปรับปรุงผลงาน  นำเสนอผลงาน  ครูที่ดูแลกิจกรรมนี้ได้แก่ ครูฝ่ายปกครอง  ครูฝ่ายวิชาการ  คณะกรรมการนักเรียนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลการนำเสนองาน  ในแต่ละปีการศึกษา  เมื่อใกล้สิ้นภาคเรียนฝ่ายปกครองจะกำหนดวันที่นักเรียนแต่ละห้องจะนำเสนอผลงาน  โดยจัดในลักษณะของการนำเสนอโครงงาน  ทุกห้องจะนำผลงานที่ตนเองคิด  ประดิษฐ์ นำแสดง  สาธิต  โรงเรียนจะแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียน  ครู  เป็นผู้ประเมินผลงาน  และให้รางวัลสำหรับห้องที่ชนะการประกวด  ห้องที่ชนะการประกวด  จะได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการนำเสนอผลงานในงานมหกรรมปฏิรูปการศึกษา  กิจกรรมนี้นอกจากนักเรียน  และครูที่ปรึกษาจะเกิดความใกล้ชิดกันแล้ว  ยังก่อให้เกิดความรัก  ความสามัคคี  การรักการทำงาน  ตลอดทั้งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับนักเรียน  สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนกับสองกิจกรรมที่กล่าวถึงคือ  การลงมือทำทุกคน  ในช่วงเวลาเดียวกัน  จัดและประเมินผล  ปรับปรุงงานอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง

การดำเนินงานกิจกรรมนักเรียน  โรงเรียนให้นักเรียนเป็นผู้จัดการ  บริหาร  บริการ  โดยมีประธานหรือหัวหน้า  มีคณะกรรมการคิดวางแผนการทำงาน  ดำเนินงานตามกระบวนการ โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง  นักเรียนและผู้ปกครอง  ชุมชนจะทราบผลการดำเนินงานทุกกิจกรรมเมื่อมีการประชุม  และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุม  โรงเรียนนำมาปรับปรุงกิจกรรมในปีการศึกษาต่อไป 

ผลการดำเนินงาน

และเมื่อพิจารณาตามตัวชี้วัดด้านกระบวนการ และด้านผลลัพธ์  พิจารณาเปรียบเทียบได้ดังนี้ ด้านกระบวนการกิจกรรมหลากหลายสนองจุดเน้นของโรงเรียนและความต้องการของผู้เรียน คิดเป็นร้อยละ 100  ให้ส่วนของจัดกิจกรรมแล้วบรรลุวัตถุประสงค์ หรือไม่คิดเป็นร้อยละ 95 ความต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 100  การให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและออกแบบคิดเป็นร้อยละ 95 กระบวนการวัด /ประเมินผลสำเร็จ ตลอดทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน นำมายกตัวอย่างแสดงให้เห็นภาพการดำเนินงาน ในบางกิจกรรม เท่านั้น เนื่องจากกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนมีจำนวนมากในแต่ละปีการศึกษา ทุกกิจกรรมมีกระบวนการวัด และประเมินผล ในรูปแบบเดียวกัน  แต่เจาะลึก  ตามแต่ละสภาพจริงของกิจกรรม

ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้ผลการดำเนินงานได้ดีนั้นอยู่ที่  ภาวะผู้นำ  วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร  การดำเนินการการตามระบบที่มีการบริหารจัดการ ติดตามงานที่ดี  การร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ  มีความรับผิดชอบในภาระหน้าที่ของครู นักเรียน  การให้ความร่วมมือสนับสนุนของชุมชนผู้ปกครองนักเรียนที่ประสานสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมส่งผลให้เกิดความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ดังคำกล่าวชื่นชมของ คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา  เมื่อครั้งตรวจราชการที่โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์ ในวันที่    1 พฤศจิกายน  2546   ......เป็นโรงเรียนที่มีผลงานดีเด่นในการปฏิรูปการศึกษาและประทับใจในบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น  สะอาด  งดงาม  เป็นแหล่งเรียนรู้และครูที่พูดไม่ได้  ความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของของประชาชนทุกหมู่เหล่า  สภาพที่ได้เห็นสะท้อนถึงความเป็น ผู้บริหารมืออาชีพ  ที่บริหารโรงเรียนได้ตามหลักการ โรงเรียนเป็นฐาน  ได้สมบูรณ์ที่สุด  ใน ส่วนนักเรียน ที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุย  แต่ละคนมีความสุภาพ  แจ่มใส  กล้าแสดงออกมีความสามารถในด้านต่าง ๆ ในระดับมาตรฐานสากล........                      นอกจากนี้โรงเรียนยังเป็นแหล่งวิทยาการ  แหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชน  สถานศึกษาและองค์กรภายนอกอื่น ในการศึกษาด้านการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา  การบริหารจัดการ  กิจกรรมนักเรียน  งานชุมชนสัมพันธ์ และด้านอื่น ๆ       ปัจจัยแห่งความสำเร็จ                 การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง  ให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์คือ  เก่ง  ดี  มีสุข  ซึ่งโรงเรียนใช้เป็นกิจกรรมเป็นสื่อนวัตกรรมจนประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง  เป็นไปตามที่สังคมและชุมชนคาดหวังไว้นั้น  มีปัจจัยเกื้อหนุนการดำเนินงาน  แยกได้ดังนี้ ด้านการประเมินผล นำผลการประเมินมาปรับปรุงการปฏิบัติงาน ได้แก่ 1.        ผู้บริหาร   กำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง  มีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ  ใช้หลักการบริหารจัดการตามกระบวนการระบบคุณภาพ (PDCA)  มีการประชุม  นิเทศ  ติดตามผลทุกระยะ   ใช้ภาวะผู้นำและหลักการมีส่วนร่วม  ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครูและบุคลากรในโรงเรียน  ให้ขวัญและกำลังใจกับครู นักเรียน  มีการสรุป  รายงานผลทุกสิ้นภาคเรียน 2.         ครูและบุคลากรทุกคน   ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับนักเรียนตั้งแต่เริ่มวางแผน  การกำกับดูแล  ควบคุม  และเป็นที่ปรึกษา  ทำตัวเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน  รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำเนินกิจกรรมด้วย ด้านระบบที่เกื้อหนุนกัน 3.        ระบบชุมชนสัมพันธ์   ให้การสนับสนุนงบประมาณ  เช่นการระดมทรัพยากร จัดทำผ้าป่าเพื่อการศึกษา อย่างน้อยสองปีต่อครั้ง และต่อเนื่อง  แรงงาน ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในโรงเรียนเช่น  บ้านพักครู  โรงเรือนชั่วคราว  คอกเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น  และสร้างขวัญกำลังใจ  รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนด้วย  วัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีความพร้อม  และเพียงพอ  จัดไว้ในสถานที่ที่สะดวกในการใช้งานอย่างทั่วถึง 4.        ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  ในส่วนของการจัดครูที่ปรึกษา  และการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครูกับนักเรียน  การลงทำงานร่วมกับนักเรียนทุกกิจกรรมที่โรงเรียนจัด    การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล  และการเอาใจใส่ให้ความสนใจอย่างทั่วถึง  เอื้อต่อการดำเนินงานระบบกิจกรรมนักเรียนอย่างยิ่ง ด้านการรายงานผลและการประชาสัมพันธ์

5.        การประกวดแข่งขัน   และการโชว์ผลงานของนักเรียน  โรงเรียนได้กำหนดให้มีการประกวดแข่งขันผลการดำเนินงานของนักเรียนแต่ละห้อง  ทำให้เกิดเป็นแรงกระตุ้นให้นักเรียนได้ตั้งใจในการทำงานตามแผนการดำเนินงานของกิจกรรมมากยิ่งขึ้น  รวมถึงการนำเสนอผลการดำเนินงานของกิจกรรมที่นักเรียนได้ร่วมต่อเพื่อนร่วมโรงเรียนและชุมชน

บทเรียนที่ได้รับ                 จากการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนโดยผ่านระบบกิจกรรมนักเรียน  โดยผ่านการวิเคราะห์ความต้องการของนักเรียนและแนวนโยบายการบริหาร  จุดเน้นและวิสัยทัศน์ของโรงเรียน  ผ่านขั้นตอนการประชุมจนเป็นที่เข้าใจตรงกันในแนวทางการดำเนินงานของครูและบุคลากรในโรงเรียน  การเข้าร่วมกิจกรรมสม่ำเสมอ  การติดตามประเมินผลเป็นระยะ  ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี  มีความรับผิดชอบ   สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีส่วนร่วมในการการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ศิลปวัฒนธรรม  ดนตรี  กีฬา  ศิลปะ ตลอดจนสามารถคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์  และประเมินค่าได้ตามความคาดหวังของโรงเรียนและชุมชน                 การทำงานที่ผ่านมาของ  โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์  เช่น  กิจกรรมทำความสะอาด  กิจกรรมคาบสมาธิ  หรือกิจกรรมอื่นใด  พบว่าหากทุกคนเข้าร่วมปฏิบัติเหมือนกัน  และมีความเข้าใจในเป้าหมายที่ตรงกันแล้วจะสามารถดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ ได้จนเกิดผลสำเร็จ  จะไม่เกิดความแปลกแยกทางความคิด  และเกิดเป็นพลังสามารถผลักดันการทำงานของโรงเรียนให้สำเร็จได้ทุกเรื่อง                 การพูดคุยกันด้วยเหตุผล   ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่  โดยไม่ถือเรื่องคุณวุฒิ   วัยวุฒิเป็นสำคัญแล้วก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ตรงกันและทำงานด้วยความสุข  เพราะอย่างน้อยส่วนหนึ่งของการทำงานนั้นตนเองก็ได้เป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนด  หลังจากที่โรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์  ได้ดำเนินการพัฒนาระบบกิจกรรมนักเรียนจนประสบผลสำเร็จ    โรงเรียนพบว่าสิ่งที่พึงระวังในการดำเนินงานคือ 1.        ถ้าหากนโยบายและวิธีปฏิบัติไม่ชัดเจนและต่อเนื่องจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในองค์กร  เพราะการให้นักเรียนลงมือทำเองนั้นไม่ได้หมายความว่า  ปล่อยให้นักเรียนทำงาน หรือดำเนินกิจกรรมตามลำพัง  หากเกิดปัญหาครูทุกคนที่รับผิดชอบจะต้องคอยให้คำปรึกษา  มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมนั้น ๆ อย่างชัดเจน  และเข้าใจในนโยบายของโรงเรียนอย่างแจ่มแจ้งว่าโรงเรียนมีเป้าหมายอะไร 2.        การให้นักเรียนดำเนินงาน  ถ้าหากนักเรียนไม่เข้าใจในเป้าหมาย  นักเรียนจะมีความรู้สึกว่า งานมาก  งานหนัก  เหมือนกับไม่ได้เรียนหนังสือ  แต่แท้จริงการทำงาน  ทำกิจกรรมคือการเรียน (ภาคปฏิบัติ) ไปพร้อม ๆ กัน  ดังนั้น  ผู้บริหาร  ครูจะต้องสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองให้เข้าใจ 3.        การดำเนินการจัดกิจกรรม  จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี  จนกลายเป็นวิถีชีวิต ปัจจุบันและกลายเป็นวัฒนธรรม  เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ดีติดตัวนักเรียนอย่างถาวร  ถ้าหากทำบ้างไม่ทำบ้าง  จะทำให้ไม่เกิดคุณลักษณะที่ดีที่ถาวร  ดังนั้นผู้บริหารและครู  จะต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง  เพราะการทำงานหรือกิจกรรมดังกล่าว  ยังต้องอาศัยหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา  ซึ่งโรงเรียนศิลาทองพิทยาสรรค์ใช้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่   ขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  เสียสละ  มีวินัย  ใฝ่เรียนรู้   สู้งาน   เข้ามาเป็นหลักยึดในการทำงาน แนวทางการพัฒนากิจกรรมนักเรียนในอนาคต   นอกจากมุ่งพัฒนานักเรียนด้านการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์  โดยใช้กิจกรรมเป็นสื่อแล้ว  ยังมุ่งเน้นการพัฒนาจิตใจ  การสร้างจิตสาธารณะ  ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันและกัน  โดยการพัฒนาระบบกิจกรรม ในขั้นตอนของการจัดตั้งกลุ่ม (วางแผนระบบ) ให้มีการบูรณาการกับการเรียนรู้จากธรรมชาติ  และนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน