ภาคเช้าของวันที่สอง (วันที่ 30 ต.ค.48) มีกิจกรรมที่ปฏิบัติเป็นธรรมเนียมของการประชุมฯ ทุกครั้ง คือ การคัดเลือกสถานที่จัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งต่อไป ซึ่งจะต้องกำหนดไว้ล่วงหน้า 2 ปี เพื่อจังหวัดเจ้าภาพจะได้มีเวลาเตรียมการอย่างครบถ้วน โดยการประชุมฯ ในปี 2549 จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา และปี 2550 กำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรี ทั้ง 2 จังหวัดจึงนำข้อมูลข่าวสารมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อแสดงให้ที่ประชุมเห็นถึงความพร้อมอย่างเต็มที่ ในช่วงนี้มีการปิดท้ายกันอย่างเอิกเกริก ครึกโครมจากทีมงานที่เตรียมการกันมาล่วงหน้า ด้วยพิธีการมอบธงสัญลักษณ์เจ้าภาพครั้งต่อไปให้กับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

ก่อนเวลา 10.00 น. ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เดินทางมาถึงที่ประชุมฯ เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีปิดการสัมมนา วาระสำคัญในช่วงนี้เป็นการนำเสนอผลการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศโดยท่านเลขาธิการหอการค้าไทย นายดุสิต นนทะนาคร ได้นำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการของทั้ง 3 กลุ่ม และมอบ สมุดปกขาว ให้กับนายกรัฐมนตรี สาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านที่สนใจ Download ไฟล์ที่ใช้นำเสนอได้ที่ เว็บไซท์ของหอการค้าไทยตาม URL ดังนี้ http://www.thaiechamber.com/Staticweb/datastatic/seminar23/seminar23.html

      

และแล้วก็มาถึงวาระสำคัญที่หลาย ๆ คนตั้งใจฟังอย่างเต็มที่เพื่อทราบทัศนะเกี่ยวกับการบริหารประเทศในช่วงสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสังคม ผมจะไม่รายงานรายละเอียดเรื่องที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ท่านที่สนใจติดตามอ่านได้จากเว็บไซท์ของสื่อมวลชนต่าง ๆ หรือที่ผมขอแนะนำ คือ เว็บไซท์ของหนังสือพิมพ์มติชน มี URL ดังนี้http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0112311048&day=2005/10/31

ผมมีข้อสังเกตว่า ทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร พูดในที่ประชุมของหอการค้าไทย เนื้อหา, คำพูดที่ใช้, ศัพท์ภาษาอังกฤษต่าง ๆ จะพรั่งพรูออกมาเต็มที่ คล้ายกับว่ากำลังพูดอยู่กับเพื่อนสนิทมิตรสหายที่มีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน ท่าทีและบรรยากาศในการพูดจึง เต็มที่" และ มีชีวิตชีวา กล้าที่จะท้าทายนักธุรกิจไทยแบบตีแสกหน้าว่ากันตรง ๆ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ผู้ฟังต้องการ ถ้าจะโยงวิธีการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่นายกรัฐมนตรีใช้ให้เข้ากับเทคนิคของการสร้างสรรค์เรื่องเล่าแบบสปริงบอร์ด ผมพบว่า ตรงเกือบทุกขั้นตอน หรือนายกทักษิณ อ่านหนังสือ Squirrel Inc. ของ Stephen Denning แปลเป็นฉบับภาษาไทยชื่อหนังสือ บริษัทกระรอกน้อยจำกัด ผมขอนำเสนอบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ที่ผมคิดว่าตรงกับวิธีการที่นายกฯ นำมาใช้

  • ผู้นำพึงกำหนดแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปปฏิบัติใช้ในองค์กร
  • ผู้นำพึงกำหนดสถานการณ์ (ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกองค์กร, ชุมชน หรือกลุ่ม) ที่เคยทำการเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จทั้งหมดหรือบางส่วน
  • ผู้นำต้องเล่าสถานการณ์จากมุมมองของตัวเอกเพียงตัวเดียว ซึ่งมีลักษณะร่วมกับผู้ฟังที่เป็นเป้าหมาย
  • เรื่องเล่าต้องสร้างความชัดเจนด้วยการระบุเวลาและสถานที่เกิดเหตุการณ์
  • ในการเล่าเรื่อง ผู้นำต้องแน่ใจว่าเรื่องที่เล่าสามารถแสดงให้เห็นแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าจำเป็นให้อนุมานแนวคิดจากเรื่องเล่าได้ด้วย
  • เรื่องเล่าต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากปราศจากแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลง
  • เรื่องเล่าต้องไม่มีรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง
  • เรื่องเล่าต้องจบอย่างมีความสุข
  • ผู้นำพึงเชื่อมโยงเรื่องเล่ากับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงด้วยวลีจะเป็นอย่างไรถ้า...หรือลองคิดดูว่า...

เมื่อนายกฯ กล่าวปาฐกถาเสร็จสิ้นก็มีการมอบประกาศเกียรติคุณดีเด่นด้านจรรยาบรรณของหอการค้าไทยให้กับองค์กรธุรกิจที่ผ่านการประเมินด้านจรรยาบรรณ และแล้วก็ถึงเวลาปิดการประชุม พบกันใหม่ปีหน้า 2549 ที่จังหวัดนครราชสีมา

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันแล้ว คณะของพวกเราชาวชุมพรทั้งหมดก็ได้เดินทางไปนมัสการพระพุทธชินราชอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลายคนในคณะยังไม่มีโอกาสมากราบไหว้บูชา การดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งถือว่าเป็นแขกบ้านแขกเมืองของจังหวัดพิษณุโลกทำได้ดีมาก ทั้งในเรื่องที่จอดรถ การช่วยเหลือให้คำแนะนำ จนได้เวลาประมาณ 13.30 น. ก็ถึงเวลาที่พวกเราได้เดินทางกลับถึงชุมพรเมื่อเวลา 01.30 น. ของวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.48 ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงเต็มก็ถึงบ้านของเราโดยสวัสดิภาพ.

          

บทความนี้มีทั้งหมด 6 ตอน ดังนี้

- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (1)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (2)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (3)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (4)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (5)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (6)