GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ออมทรัพย์สัจจะของชุมชน

กลุ่มคนที่มา ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน.....กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีพลัง เป็นผู้จัดการของครอบครัว

        ทุกวันที่ 5 ของเดือน ชุมชนที่นี่ จะมีการออมทรัพย์สัจจะ

เดือนละ 20 บ. ใครมีมากก็ฝากมาก ปีนี้ มีสมาชิกเพิ่มจำนวน

มากขึ้นเป็นเด็กๆของแต่ละบ้าน ที่พ่อแม่ นำเงินมาฝากให้ด้วย

 เพิ่มจำนวนเงินฝาก เยาวชนบางคนไปทำงานที่ กรุงเทพฯและ

กลับมาอยู่บ้าน มีเงินฝาก ได้ สองหมื่นบาท พ่อแม่ก็เป็นปลื้ม

ลูกวัยรุ่นรู้จักออมและวันนี้ กรรมการ กองอีกกองก็ทำงานอยู่ด้วย

 คือ กองทุนเงินล้าน

     ส่วนมากเป็นแม่บ้าน ที่มาทำหน้าที่ฝาก / กู้  คนที่ยื่นเรื่องกู้ วันนี้

ก็เยอะ  ยี่สิบราย แม่บ้านบางคนกู้ 1,000 บ. บางคนก็ 2,000 บ.

-10,000 บ.  กิจกรรมการออม และรู้ผลกู้ ให้กู้  ก่อนเที่ยง

    ฉันก็ฝากที่นี่เหมือนกัน กู้บ้าง ชาวบ้านทุกคนจะถาม กู้ไปทำอะไร

ฉันหัวเราะ  นุกดีเวลาคุยกับเพื่อนบ้าน  คุยกันกับกลุ่ม แม่บ้าน

 หลายๆคน  แลกเปลี่ยน ทุกข์สุข    เล่าชีวิตคนในครอบครัว

ปัญหาของแต่ละคน  ภาวะการเงิน ความเดือดร้อน ใครอยู่บ้าน

ใครอยู่ กรุงเทพฯ ทำงานที่ไหน เล่าเรื่อง  สุขภาพ เจ็บปวดที่ไหน

 กินยาอะไร ไปหาหมอที่ไหน.....หรือ บางที แม่บ้านก็เอาเครื่อง

สำอางมาขาย  บางคนก็เอาขนมทำเองมาขาย   ......

         รรยากาศแม่บ้านแบบนี้ น่าสนใจ เรามีห้องสมุด อยู่ใกล้ๆ

เปิดไว้ ไม่ค่อยมีผู้ใหญ่เข้าไปใช้ มีแต่เด็ก-เยาวชน บางที อาจจะ

คัดหนังสือเฉพาะแม่บ้านมาไว้ ให้อ่าน / ดูรูป กันบริเวณนี้  หรืออาจ

จะชวนให้มีการมาแลกเปลี่ยนสินค้า พืชผัก ที่ผลิตเอง มากขึ้น ฉัน

คิดๆแต่ยังไม่ได้ลองแลกเปลี่ยน

          ฉันเดินไปนั่งคุยกลุ่มหนึ่งและย้ายไปเรื่อยๆอีกกลุ่มหนึ่ง

ไปนั่งดู พี่พินิช กำลังเลาะเปลื่อกฝักคูณ ข้างในสีเขียวตัดเป็นแว่นๆ

เอาไว้กินกับหมาก .....ถ้าเราต้มแล้วมันจะให้สีอะไรนี่  ฉันคุยเรื่อง

 สีย้อมผ้าฝ้าย....ไม่รู้เลย....น่าลองดูนะพี่พินิช  ฉันเชียร์พี่.....

   

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การออมของชุมชน
หมายเลขบันทึก: 76517
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • มาขอบคุณ
  • จำได้ว่าที่จันทบุรี
  • มีหลวงพ่อนาน ทำได้ผลดีมาก

สวัสดีคุณขจิต      ที่สุรินทร์ ก็มี หลวงพ่อนาน ด้วยคะ

ที่ ต. ท่าสว่าง เมือง สุรินทร์  เด็กรักป่า ไปอาศัย ตั้งเป็นโรงเรียนเด็กรักป่า  อยู่   5 ปี ค่อยย้ายมาที่

ต.สำโรง   ท่านเด่นเรื่อง เกษตรธรรมชาติ ปลูกข้าวปลอดสารเคมี เป็นที่เคารพรักของนักพัฒนา และบุคคลทั่วไป