คำกล่าวนี้ผมได้มาจากการฟังการบรรยาย ของ ศ. ดร. อภิชัย พันธเสน ปรมาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ของไทย ที่มหาชีวาลัย สวนป่าสตึก เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

  

ท่านเป็นผู้รู้ลึกซึ้งถึงระบบเศรษฐศาสตร์ และแต่งหนังสือ พุทธเศรษฐศาสตร์ ที่อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างแนวคิดตะวันออกและแนวคิดตะวันตกในการพัฒนา

  

พอได้ฟังผมก็เลยลองคิดต่อ ในลักษณะการหาเหตุผลดูว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบคิดที่ทำให้ ความเห็นแก่ตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และพัฒนาอยู่ได้ นั้น เกิดขึ้นมา และตั้งอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

  

ประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่า สาเหตุที่ทำให้แนวคิดแบบ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ดังกล่าวอยู่ได้ ก็น่าจะเป็น

   

·        ทรัพยากรพื้นฐานยังไม่จำกัดมาก จนการเห็นแก่ตัวมากๆของคนบางคน ไม่ทำให้คนอื่นๆถึงกับเดือดร้อนมากนัก

 

·        แต่ถ้าจะเดือดร้อนบ้าง ก็ยังมี

 o       สวัสดิการสังคม ช่วยเหลือ สนับสนุนคนที่ด้อยโอกาส ตามแบบแนวคิด รัฐสวัสดิการ ของ สังคมนิยม

 

o       การขยายฐานทรัพยากร ของตนเอง โดยการล่า อาณานิคมในทุกรูปแบบ ที่ทำให้ฐานทรัพยากรกว้างขวางขึ้น

 

·        มีระบบกฎหมาย ที่เอื้อต่อการจัดระเบียบสังคมที่เป็นธรรม คนด้อยโอกาสก็ยังสามารถที่ จะดำรงชีวิตขั้นต่ำอยู่ได้

  

แต่เมื่อเรานำระบบทุนนิยม มาใช้ในบริบทของไทย ที่ระบบสวัสดิการ และการควบคุมดูแลของภาครัฐ ยังอ่อนแอ และเป็นระบบการดูแลกันในระดับสังคมอย่างหลวมๆ

ทำให้ชาวบ้านที่ด้อยโอกาส บางคน บางกลุ่ม อยู่ในภาวะที่คับขัน ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากระบบที่มือใครยาว สาวได้สาวเอา

คนที่เก่งกว่ากลับเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าตลอดเวลา 

 

เพียงแต่เรายังโชคดีอยู่บ้าง ที่เรายังมีจุดแข็งในระดับครัวเรือน และญาติพี่น้อง จึงยังทำให้ระบบสังคมของเรา ไม่ถึงกับล่มสลาย

  

แต่ในปัจจุบัน สถาบันทางครอบครัว และระบบเครือญาติ เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ ด้วยแนวคิดที่จะเลียนแบบระบบตะวันตก ในทางระบบทุนนิยม แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา 

แต่กลับไม่เลียนแบบในระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งทางกฎหมายและระบบสวัสดิการ จึงทำให้ปัญหากำลังเกิดและขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

  

การหันกลับมาพัฒนาระบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ จึงเป็นเส้นทางที่สำคัญ ที่จะต้านกระแส และแก้ไขปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี

  

แต่แนวคิดของระบบสนับสนุน โดยเฉพาะข้าราชการส่วนใหญ่ก็กลับมองว่าเป็นเรื่องที่ทำจริงไม่ได้ ที่ทำกันอยู่ตอนนี้ก็เพียงทำตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้เสียมากกว่า

  

จึงทำให้ดูเสมือนว่ากำลังทำ แต่ก็มีแรงต้านอยู่ในใจกันเป็นส่วนใหญ่

  

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทำให้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย

  

แม้ใครจะเดือดร้อนอย่างไร คนกลุ่มนี้ก็ยังได้รับเงินเดือนเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมจากการให้โบนัสของระบบ แทนการลงโทษที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปัญหาของชาติ

  

ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็คงจะหวังพึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้ หรือถ้าจะพึ่งก็ต้องปรับระบบการให้รางวัลและการลงโทษกันใหม่

  

แบบเดิมนั้นมีแนวโน้มสนับสนุนคนที่ไม่สนใจความเดือดร้อนของสังคมมากกว่า

  

ผมก็ได้แต่สะกิด นั่นแหละครับ แต่หนังเขาหนากันมากเหลือเกิน จนผมไม่รู้จะสะกิดตรงไหน และแรงขนาดไหนจึงจะรู้สึกครับ 

คนที่พอจะรู้สึกช่วยหาวิธีสะกิดต่อได้ไหมครับ