ดิฉันพักที่บ้านพ่อคำเดื่อง ที่บ้านโนนเขวา ก่อนที่จะไปร่วมงานมหาชีวาลัย ของครูบาสุทธินันท์

เราไปถึงบ้านพ่อคำเดื่องเย็นวันที่ ๑ มืดแล้ว อากาศเย็นเฉียบ ต้องรอถึงรุ่งเช้าจึงได้เห็นภาพอันเต็มตาเต็มใจ

หมู่ต้นไม้ที่เป็นราย ได้ ของจริงของเกษตรกร ได้แสดงตัวเองตามศักยภาพของเขาแน่นขนัดในสวน สมควรแล้วที่ใครไม่ทราบเคยเล่าให้ฟังว่า มีคนเดินหลงทางเข้าไปถึงนาพ่อคำเดื่อง พอไปเห็นก็ถึงกับอุทาน
“นี่มันไม่ใช่สวน ไม่ใช่นา แต่เป็นอาณาจักร เป็นพระราชวังของเจ้าผู้ครองนครเลย”
ก็ไม่ไกลจากความเป็นจริงเลย

เที่ยวนี้อาจารย์ทนายที่ไปกับดิฉันก็รำพึง
“ มันคลับคล้ายคลับคลา จะเป็นวัดป่ายังไง ยังงั้น”
แม็ค ลูกชายพ่อคำเดื่องหัวเราะแล้วว่า
“ มันก็คงไปในรอยนั้นแหละครับ ”

ไปเห็นนาห้วยพ่อคำเดื่องทีไร ก็จะทำให้เรารู้สึก อือม์  กลับไปบ้านต้องรีบไปปลูกต้นไม้แล้ว ช้าไม่ได้ เกิดแรงบันดาลใจทุกครั้ง เกิดความรู้สึกใหม่กับสิ่งที่เคยเห็นนั้นขึ้นมาทุกครั้ง พร้อมกับนึกพิศวง ชีวิตมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งสามารถเนรมิตต่าง ๆ  สิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในไร่นาได้เพียงเพราะจิตใจที่หลุดจากกระแสเกลียวแห่งการวิ่งหาเงิน

“ ผมเคยเป็นสุดยอดของการนำหน้าผู้คนในทางกระแสหลัก ผมเป็นคนแรกที่มีรถไถเดินตาม ผมเป็นคนแรกที่ปลูกอ้อยในหมู่บ้าน และเป็นคนแรกที่เป็นหนี้ธกส. แล้วก็ล้มคว่ำไม่เป็นท่าเพื่อที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุดก่อนเพื่อน”

ครั้นพ่อหลุดออกมาได้พ่อก็นำหน้าผู้คนอีกเช่นเคยในการทิ้งเงิน การสร้างสวรรค์ในไร่นา การสร้างชีวิตที่เป็นของตนเอง เข้าสู่การเรียนรู้ที่ลุกโพลงไม่รู้จบ

เหมียว ลูกสาวคำเดื่อง ผู้สร้างสรรค์สวนของตนเองได้งดงาม หลากหลายไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ ผู้ที่สมัยดังเด็กเคยน้ำตานองหน้าเมื่อถูกพ่อบังคับให้รดน้ำต้นไม้ที่ปลูกไว้ ระยะทางยาวเป็นกิโลเป็นปี สองปีทุกข์คับแค้นใจเหลือเกิน ปรารภกับดิฉันว่า
“ อีพ่อ ยิ่งแก่ ยิ่งขยัน ทำงานมากกว่าเดิมอีก”
 
ขณะที่พ่อคำเดื่อง ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขยัน เพียงแต่ทำงานไปนิด ๆ หน่อย ๆ  ช่วยเหลือให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของตนเอง ได้แสดงศักยภาพของเขาออกมา

“ เม็ดมะม่วงไม่ใช่จะน่าอัศจรรย์ใจกว่าวชิปหน่วยความจำทั้งหลายในคอมพิวเตอร์หรือ คุณตุ๊ลองคิดดูพอเราเอาเม็ดมะม่วงลงดิน เม็ดเล็ก ๆ แล้วสิ่งที่ไหลออกมาจากเม็ดหนึ่งเม็ดนั้น กลายเป็นต้นใหญ่โต แตกแขนง แล้วผลของมะม่วงก็ทยอยหลั่งไหลออกมาเต็มต้นไม่รู้จบ เป็นปี ๆ  สิบปี ยี่สิบปี หลั่งไหลออกมา แล้วแต่ละลูกที่ไหลออกมานั้นก็สามารถที่หลั่งไหลผลมะม่วงอื่นๆ   ออกมาได้อีกไม่รู้จบต่อเนื่องไป  ใยไม่ใช่ความอัศจรรย์ที่แท้จริง  ผมไม่เคยนึกพิศวงความสามารถของเครื่องมือเทคโนโลยีทั้งหลายเลย ตั้งแต่ได้เข้าใจเม็ดมะม่วงนี้ ”

“ การเรียนรู้ของคนเราถ้ามันได้เข้ามาในแนวทางที่ไม่ใช่เพื่อเงินแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะสร้างอะไรขึ้นมาใหม่เลย แต่มันเป็นเรื่องที่มันมีอยู่แล้วรอเราอยู่ทุกคน ขอเพียงให้เรามาให้ถูกทาง ผมไม่เคยต้องทำอะไรฝืดฝืนมาก ผมไม่เคยต้องมีความคิดไว้ก่อนล่วงหน้า แต่พอลงมือทำไปแล้วองค์ประกอบตัวอื่นก็จะเข้ามาประกอบให้เราต้องเดินทางไปนาแนวนี้ และผลของมันก็รอเราอยู่”

เป็นอีกที่หนึ่งที่ดิฉันจะต้องพาชาวบ้านมาอีก หลังจากที่พามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี ๔๓