เมื่อวานไปร่วมงานเลี้ยงแต่งานของหลานชาย..ในบรรยากาศแบบคอกเทล..
เจ้าภาพเชิญให้ไปร่วมงานตั้งแต่ ๔ โมงกว่า...กว่าจะกลับก็สองทุ่ม...ได้เห็นบรรยากาศ..แบบสวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีจัดดนตรีบรรเลง...มีห้อง VIP ให้ไปนั่ง มีการจัดอาหารเป็นโซนๆ อาหารมีหลายอย่าง...
- แบบเบาๆ เช่น ขนมไทย, เครื่องดื่ม เป็นต้น
- แบบหนักๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยว, สปาเก็ตตี้ เป็นต้น
พูดถึงการจัดเลี้ยง...๓ รูปแบบที่เคยพบเจอมาคือ โต๊ะจีน, บุฟเฟต์, คอกเทล ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
- โต๊ะจีน มีข้อดี เช่น มีอาหารหลายอย่าง, ไม่ต้องเดินไปตัก มีคนมาเสริฟ...แต่อาจมีอาหารบางอย่างที่เราไม่ชอบ (เราก็ไม่ตัก), การทานต้องรออาหารทีละอย่าง ต้องลุ้นว่าจะมีอาหารอะไรบ้าง และมักมีอาหารเหลือที่โต๊ะ
- บุฟเฟต์ มีข้อดี เช่น มีอาหารหลายอย่าง ให้เลือก ให้ตัก เลือกอาหารที่เราชอบ รวมทั้งสามารถเวียนมาตักได้อีกรอบ แต่อาจมีข้อเสียที่ต้องเข้าคิดกันยาว และบางครั้ง บางคนตักอาหารไปมากจนทานไม่หมดก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ
- คอกเทล มีข้อดี เช่น เดินไปรับประทานไป ทำให้สามารถทานได้มาก, มีอาหาร ขนมไทย ผลไม้หลายอย่างให้เราได้เดินเลือกรับประทาน มักมีของเหลือไม่มาก แต่บางครั้งอาหารและเครื่องดื่มอาจจัดน้อยเกินไป..ไม่เพียงพอต่อความต้องการ....
ในแง่ของแขกเหรื่อ...คงชอบโต๊ะจีนเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ บุฟเฟต์ และสุดท้ายคือ คอกเทล
แต่ในแง่ของผู้จัด ในด้านเศรษฐกิจ คงชอบคอกเทลมากที่สุด และย้อนกลับไปตามลำดับ
ส่วนผมชอบ คอกเทลน้อยที่สุดเหมือนกัน...แต่เมื่อวานถ้าไม่เน้นการรับประทาน...ผมกลับชอบบรรยากาศแบบคอกเทลมาก...คือเราสามารถเดินชมบรรยากาศของสวน..พร้อมๆ กับได้ทานอาหารไปด้วย และได้พูดคุยกับคนได้หลายสิบคน..เปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ...เพราะส่วนมากคนที่มางาน..ก็เป็นคนคุ้นเคยกันทั้งสื้น...เหมือนบรรยากาศของ UKM เลย (ต่างกันเพียงที่คนที่มาเขาไม่ได้รู้จัก KM)
เพราะอีกไม่กี่วันก็ถึงบรรยากาศของ UKM -9 แล้ว
อีกอย่างหนึ่ง ที่ผมต้องการสื่อ...คือ คุณอำนวย..ต้องรู้จักเลือกปรับเปลี่ยนบรรยากาศของการจัดงาน..ให้เหมาะสมกับเป้าหมายของการจัดงานให้มากที่สุด..โดยไม่มีรูปแบบการจัดที่ตายตัว..ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น
|
BeeMan |

การจัดงานเลี้ยง คอกเทล ถ้าเชิญแขกมา 50 คน ต้องใช้ พนักงาน กี่คน คะ