อุบาสก อุบาสิกา

BM.chaiwut
อุบาสกและอุบาสิกา

บริษัท ๔ กลุ่มคนในพระพุทธศาสนา ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ซึ่งชาวพุทธฯ โดยมากก็พอรู้... โดย อุบาสก ใช้สำหรับฝ่ายชาย เรียกกันสั้นๆ ว่า ประสก (ปักษ์ใต้ลดเหลือ สก พยางค์เดียว) ส่วน อุบาสิกา ใช้สำหรับฝ่ายหญิง เรียกกันสั้นๆ ว่า สีกา ...

อุปาสก และ อุปาสิกา แปลว่า ผู้นั่งใกล้ หมายถึง ผู้นั่งใกล้พระสงฆ์ หรือ ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย นั่นเอง...โดยแยกศัพท์ออกมาเป็น อุปะ บทหน้าแปลว่า ใกล้ ....ผสมกับ อาสะ รากศัพท์แปลว่า นั่ง ...ส่วนที่เหลือเป็นปัจจัย (อุปะ+อาสะ+ก = อุปาสก) ...(อุปาสก+อิกา = อุปาสิกา)

วจนัตถะ รตนตฺตยสฺส สมีเป อาสตีติ อุปาสโก วา อุปาสิกา วา ผู้ใดย่อมนั่งใกล้พระรัตนตรัย ดังนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า อุบาสก หรือ อุบาสิกา (ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย)

นัยความหมายข้างต้น อาจขยายความต่อไปได้ว่า ...ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ก็คือชาวพุทธฯ นั่นเอง ...ผู้นั่งใกล้พระสงฆ์ คือผู้อุปฐากบำรุงพระสงฆ์หรือพระศาสนา ..ส่วนความหมายเชิงลึกขึ้นไป หมายถึง ผู้มีคุณธรรมใกล้เคียงพระอริยสงฆ์...เป็นต้น

คำสอนในพระพุทธศาสนาได้จำแนกคุณสมบัติของอุบาสกและอุบาสิกาไว้ ๕ ประการ คือ

๑. ถึงพร้อมด้วยศรัทธา

๒. มีศีลบริสุทธิ์

๓. เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว

๔. ไม่แสวงหาบุญนอกพระพุทธศาสนา

๕. บำเพ็ญบุญอยู่ในบวรพุทธศาสนา

....เรื่องคุณสมบัติของอุบาสกและอุบาสิกานี้ ผู้เขียนค่อยเปิดประเด็นคุยในบันทึกสนทนาธรรมต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าเรื่องภาษาบาลี

คำสำคัญ (Tags)#อุบาสก#อุบาสิกา

หมายเลขบันทึก: 76136, เขียน: 03 Feb 2007 @ 19:16 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 14:20 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

นมัสการครับหลวงพี่
ไม่มีคำที่กล่าวถึงผู้นั่งไกลหรือครับ

นายบอน

5 5 5.......คำถามเยี่ยมเลย

ไม่เคยเจอ จ้า (ไม่ยืนยันว่ามีหรือไม่)

แต่มีคำว่า เดียรถีย์  หรือ อัญญเดียรดีย์ ที่ใช้เรียกลัทธิหรือศาสนาอื่น...

อีกคำที่พอนึกออกก็คือ มิจฉาทิฎฐิก์ 

เจริญพร

เพิ่งรู้ว่าสีกามาจากคำใด....5555

แต่ก่อนเข้าใจผิดไปมาก...ขออภัยสีกาทั้งหลาย...อิอิ

 

แต่เอ...พระอาจารย์ครับ....ผมมิใช่พระแล้ว....จะให้เรียกประสก กับ สีกาได้หรือไม่ครับ...หรือให้เรียกเฉพาะพระเท่านั้น...

คุณโยมขำ...

ถึงวันจันทร์ โยมขำก็มา....

มาคุยภาษาไทย ดีกว่า นะครับ คุณโยม..

"....ผมมิใช่พระแล้ว....จะให้เรียกประสก กับ สีกาได้หรือไม่ครับ...."

ข้อความนี้ คุณโยมลองอ่านดู...จะรู้สึกว่าผู้อ่านเค้าไม่เข้าใจ...

ใครเรียก ? ...

.หมายถึง คุณโยมเรียกใครบางคนที่เป็น ประสก หรือสีกา...?

หรือ คุณโยม ได้รับคำสั่งจากใครบางคนให้เรียกประสกกับสีกา ?

เจริญพร

อาการยอกย้อนเช่นนี้...บ่งบอกว่าพระอาจารย์หายจากอาการป่วยแล้วแน่นอน...55555

 

ฆารวาสเช่นผมเนี่ย...หากพบว่าใครนั่งใกล้พระรัตนตรัย...ผมจะเรียกเขาว่า ประสก...สีกา....ได้หรือไม่ขอรับ....พระคุณเจ้า....

 

พระอาจารย์เรียกกระผมว่า...โยม....เรียกตัวเองว่า อาตมา...หมายความว่าฉันใด...

ไฉนไม่เรียกผมว่า ประสก....อิอิ

คุณโยมขำ..

ยังไม่หาย ยัง ป่วย อยู่ (ป่วย ภาษาพระเรียก อาพาธ)... เป็นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่หายเลย นี้ ก็พิมพ์ไปพราง ไอบ้าง เช็ดน้ำมูกบ้าง...

นามนาม คือ ชื่อที่ใช้เรียกแทน คน สัตว์ ที่ สิ่งของ ...เป็นต้น 

สรรพนาม คือ ชื่อที่ใช้เรียกแทนนามนาม ทำให้มีความไพเราะ ไม่ซ้ำซาก...

ชื่อ มีหลากหลาย เรามักจะใช้ตามความเหมาะสม หรือตามความพอใจ...

นอกประเด็น ใน คัมภีร์ธัมมปทัฎฐกถา อาตมาเคยเถียงอาจารย์ในคำว่า ตุ ซึ่งท่านแปลว่า ก็ ...โดยอาตมาบอกว่าคำนี้ ไม่มี...แต่ท่านอาจารย์บอกว่า มี ...อาตมาก็เลยไปเปิดดูหนังสือไวยากรณ์ ปรากฎว่า มี จริงๆ..

คัมภีร์ธัมมปทัฎฐกถา มี ๘ เล่ม ใช้ ตุ ศัพท์ คำเดียว (คัมภีร์นี้เป็นหลักสูตร ปธ. ๒-๓ หมายความว่า ใครเป็นท่านมหาฯ จะต้องแปลคัมภีร์ ๘ เล่มนี้มาแล้ว นั่นคือ แปล ๘ เล่มนี้ได้)

แต่พอมาเจอ คัมภีร์มังคลัตถทีปนี ..เจอแต่ ตุ เกือบทุกหน้าเลย บางหน้าอาจมีมากกว่าสิบคำ 5 5 5

ความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้ใช้

ความพอใจ ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้ 

เจริญพร

 

 

vut
IP: xxx.121.79.12
เขียนเมื่อ 

แล้วอุบาสิกาแก้ว บวชทดแทนคุณพ่อ แม่ ได้เหมือนกับที่บวชพระรึเปล่าคับ

ท่านอาจารย์ ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ลูกผู้ชายก้อไม่ต้องบวชแล้ว ใช่มั๊ยคับ...

ให้ลูกผู้หญิงบวชทดแทนคุณพ่อ แม่ ก้อได้ อ่ะสิคับ...

แน
IP: xxx.47.150.158
เขียนเมื่อ 

๔.ไม่แสวงหาบุญนอกพระพุทธศาสนา

๕. บำเพ็ญบุญอยู่ในบวรพุทธศาสนา

น่าจะต่อเติมเข้ามาทีหลังครับ เพราะพุทธศาสนานี้เป็นสากล พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ต้องมีเมตตาแม้แต่คนนอกศาสนาพุทธนะครับ สัตว์ทั้งหลาย....... ก็รวมไปทั้งหมดแล้วนี่ครับ

ขอฟังความเห็นด้วยครับ

แน
IP: xxx.47.150.158
เขียนเมื่อ 

เรื่อง การเป็นอุบาสก อุบาสิกาคืออย่างไร หรือแค่นับถือ

พระสุตตันตปิฎก เอกนิบาต-ทุกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 333

เพื่อความเป็นผู้ฉลาดในเรื่องของอุบาสก พึงทราบข้อ

เบ็ดเตล็ดในที่นี้ดังนี้ว่า อุบาสกคือใคร เหตุไรจึงเรียกอุบาสก อุบาสกมี

ศีลเท่าไร มีอาชีวะอย่างไร มีวิบัติอย่างไร มีสมบัติอย่างไร. บรรดาบท

เหล่านั้น บทว่า โก อุปาสโก ได้แก่ คฤหัสถ์บางคนที่ถึงสรณะสาม. สมจริง

ดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนมหานามะ บุคคลเป็นอุบาสกด้วยเหตุใดแล บุคคล

เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์

เป็นสรณะ ดูก่อนมหานามะ บุคคลย่อมเป็นอุบาสกด้วยเหตุเพียงนี้แล.

ถามว่า เหตุไรจึงเรียกอุบาสก แก้ว่า เรียกว่า อุบาสก เพราะนั่งใกล้

พระรัตนตรัย คือเรียกเขาว่า อุบาสก เพราะนั่งใกล้พระพุทธเจ้า เรียก

ว่าอุบาสก เพราะนั่งใกล้พระธรรม พระสงฆ์. ถามว่า อุบาสกมีศีล

เท่าไร แก้ว่า มีเจตนาเครื่องงดเว้นบาป ๕ ข้อ. อย่างที่ตรัสว่า ดูก่อน

มหานามะ ด้วยเหตุใดแล อุบาสกเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นผู้งด

เว้นจากอทินนาทาน จากกาเมสุมิจฉาจาร จากมุสาวาท จากการดื่มน้ำเมา

คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ดูก่อนมหานามะ อุบาสก

ย่อมมีศีลด้วยเหตุเพียงนี้แล. ถามว่า มีอาชีวะอย่างไร แก้ว่า ละเว้น

การค้าขายที่ผิด ๕ อย่าง เลี้ยงชีพโดยธรรมโดยเหมาะสม. สมจริงดังที่

ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การค้าขาย ๕ อย่าง อุบาสกไม่พึงกระทำ

๕ อย่างอะไรบ้าง คือขายศัสตรา ขายสัตว์ ขายเนื้อ ขายน้ำเมา ขาย

ยาพิษ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การค้าขาย ๕ อย่างเหล่านี้แล อุบาสกไม่

พึงกระทำ. ถามว่า มีวิบัติอย่างไร แก้ว่า ศีลวิบัติและอาชีววิบัตินั้น

แหละ เป็นวิบัติของอุบาสก. อีกอย่างหนึ่ง กิริยาที่เป็นเหตุให้อุบาสกนี้

เป็นผู้ต่ำช้า มัวหมอง เลวทราม แม้นั้น พึงทราบว่า เป็นวิบัติของ

อุบาสกนั้น.

---------------------

แนครับ อาจารย์สอนที่มจร.เชียงใหม่ครับเป็นอุบาสกครับ

30แน


ขออนุโมทนาอย่างยิ่ง ที่อาจารย์แนช่วยค้นมาให้อ่าน...

เจริญพร