นี่แค่เป็น 1 ใน …. ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น ยังมีปัญหาอีกร้อยแปดพันเก้า ซึ่งมีผลกระทบกับทุกฝ่าย

30 บาทรักษาทุกโรค ดูจะเป็นโครงการที่คนไทยผู้ใช้บริการติดอกติดใจมากที่สุดของรัฐบาลก่อน แต่ดูเหมือนจะเป็นยาขมสำหรับผู้ให้บริการ  ผลกระทบจากโครงการนี้ โดยเฉพาะกับโรงเรียนแพทย์ อย่าง มอ. เรา ก็เป็นประเด็นที่ทำให้ได้ต้องพูดคุยกันอยู่เสมอๆ ในการประชุม

เมื่อวานก็การพาดพิงเรื่องนี้เล็กๆ ในการประชุมกรรมการชุดหนึ่ง

อาจารย์ท่านหนึ่ง บอกว่า ตอนนี้ มอ.ตั้งรับอย่างเดียว  คนไข้ไหลเข้ามาเยอะมาก  (เห็นด้วยค่ะ เห็นคนไข้และญาติที่ OPD แต่ละวันโดยเฉพาะวันจันทร์ มหาศาลจริงๆ  ทำเอาห้องแล็บพยาธิเองก็ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวดังที่คุณโอ๋เล่า (หรือบ่นนะ?) ให้ฟังบ่อยๆ)

อาจารย์ท่านนั้น บอกต่อว่า ตอนนี้สัดส่วนคนไข้ refer เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะโรคมะเร็ง จากเดิมประมาณ 60% เป็น 80-90%

และ ที่จริงคนไข้จำนวนไม่น้อย สามารถให้การดูแลได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เช่นผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย ที่ต้องการการรักษาแบบประคับประคอง  ไม่ต้องการการผ่าตัดใหญ่ หรือ ยาเคมีบำบัดแพงๆ แล้ว ผู้ป่วยน่าจะได้รักการดูแลใกล้บ้าน ไม่ต้องหอบอีรุงตุงนัง ทั้งคนไข้และญาติ    มอ.น่าจะช่วยสร้างเสริมศักยภาพเหล่านี้ให้โรงพยาบาลในภาคใต้ และ ทำให้เขาเป็นเครือข่าย ช่วยกันดูแลคนไข้ที่สมควรได้รับการรักษาใกล้บ้าน

แต่ผู้บริหารประธานในที่ประชุมท่านก็บอกว่า เรื่องการสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องยาก  ได้พยาบามแล้วระดับหนึ่ง ได้จัดอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานในรพ.อื่นๆ สามารถดูแลในบางโรคไปบ้างแล้ว  แต่ เขาก็ยังส่งมา เพราะมีสาเหตุหลายอย่างเช่น  ผู้บริหารบอกให้ส่งต่อ  เพราะในโรคซับซ้อน โรงพยาบาลมักขาดทุก (ได้เงินจากรัฐมากกว่าที่จ่าย) รักษาไปก็เข้าตัว ส่งต่อดีกว่า   

คำตอบทำเอาบรรยากาศในที่ประชุมตึงเครียดไปเลยค่ะ 

นี่แค่เป็น 1 ใน …. ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น  ยังมีปัญหาอีกร้อยแปดพันเก้า ซึ่งมีผลกระทบกับทุกฝ่าย

ไม่แน่ใจว่า เขียนบันทึกนี้เพื่ออะไร  แต่ได้ยินเรื่องทำนองนี้บ่อยๆ ไม่รู้จะช่วยอะไรได้

แล้วก็ไม่รู้จะฝากเรื่องนี้กับใครดี    อ้อ..นึกออกแล้ว ฝากอาจารย์หมอเต็มศักดิ์ หรือ อาจารย์หมอสมบูรณ์ ช่วยคิดและทำต่อแล้วกันนะคะ