GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (4)

เมื่อถึงเวลาที่การประชุมได้เริ่มขึ้น ท่านประธานหอการค้าไทย นายประมนต์ สุธีวงศ์ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นการแถลงนโยบายการบริหารงานในปี 2549 พร้อมกันไปด้วย ขอสารภาพตามตรงว่า ด้วยความกังวลในภารกิจที่จะต้องนำเสนอในอีก 1 – 2 ชั่วโมงข้างหน้า ทำให้ผมไม่มีสมาธิในการรับฟังสิ่งที่ท่านประธานหอการค้าไทยพูดได้อย่างต่อเนื่อง แต่มีอยู่ประเด็นหนึ่งซึ่งชัดเจนและตรงกับความรู้สึกของผมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ คือ ท่านประธานหอการค้าไทยได้ให้หลักการไว้ว่า ในการร่วมงานกับภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ถ้าหอการค้าจังหวัดมีความเห็นร่วมกันว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม สร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นต่อสังคม เราจะต้องยืนยันชัดเจนเพื่อให้การ “สนับสนุน” อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่า ไม่มีเหตุผลสมควร ท่าทีของหอการค้าก็จะต้อง “คัดค้าน” ท้วงติงด้วยความชัดเจนในเหตุและผลอีกเช่นกัน จนในที่สุดถ้าเรื่องราวต่าง ๆ ดำเนินการไปจนมีผลต่อสาธารณชน ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบ หอการค้าก็จะต้องกล้าที่จะ “ขัดขวาง” อย่างเต็มที่ เพราะเราคือองค์กรอิสระ ประกอบด้วยอาสาสมัครในระดับเจ้าของกิจการที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ฝังลึกอยู่ในตัวตน (Tacit Knowledge) มีภารกิจและหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค

ก่อนเวลา 10.00 น. เล็กน้อย ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ได้เดินทางเข้ามายังห้องประชุม พิธีการกล่าวต้อนรับ, กล่าวรายงาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก ก็ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้นและเข้าสู่วาระของการเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ ในช่วงเวลาดังกล่าวบรรยากาศหน้าเวทีค่อนข้างแออัดไปด้วยผู้สื่อข่าวทั้งจากสื่อมวลชนในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมแทบจะมองไม่เห็นตัวบุคคลที่อยู่บนเวที ผมขอสรุปเป็นบทเรียนว่า ในการจัดการประชุมระดับนี้เวทีจะต้องยกสูงพอสมควร หรืออาจจะแยกส่วนของสื่อมวลชนให้ทำการถ่ายภาพ บันทึกเสียงอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ทำงานได้สะดวก โดยไม่กีดขวางการมองเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม

สาระที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้นำเสนอเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ท่านผู้อ่านสามารถติดตามอ่านได้จากเว็บไซท์ของหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ เกือบทุกฉบับ ที่ผมได้อ่านแล้วพบว่าสรุปได้ดีพอสมควรเป็นบทความจากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2548 หน้า 2 เรื่อง ผ่าน "วาระเจ๊ง" มาแล้ว "อย่ากลัว" "สมคิด" ร่ายมนต์กล่อมหอการค้า มี URL ให้ไปติดตามอ่านได้ที่ http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01p0108301048&day=2005/10/30

 

จากนั้นก็เข้าสู่วาระของการมอบรางวัลหอการค้ายอดเยี่ยม ซึ่งผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ทำหน้าที่นำเสนอแนวทางการปฏิบัติงานประกอบสื่อ PowerPoint

เนื้อหาที่ผมรายงานมีดังนี้
กราบเรียน ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กระผม นายไอศูรย์ ภาษยะวรรณ์ ในนามของคณะกรรมการคัดเลือกหอการค้ายอดเยี่ยม ประจำปี 2548 ขอนำเสนอสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

โครงการคัดเลือกหอการค้ายอดเยี่ยม เป็นโครงการต่อเนื่องที่หอการค้าไทยดำเนินการสืบเนื่องมากว่า 15 ปี ปัจจุบันหอการค้าไทยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผล โดยใช้หลักการประเมินผลองค์กรแบบสมดุล หรือ Balanced Scorecard เป็นแนวทางปฏิบัติ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนให้หอการค้าจังหวัดพัฒนาระบบการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ ตามแนวทางที่รัฐบาลได้นำมาใช้ในการบริหารประเทศ

ปัจจุบันหอการค้าจังหวัดทั้ง 75 แห่ง มีวิสัยทัศน์และพันธกิจ 5 ประการ ที่จะเป็นสถาบันตัวแทนของภาคธุรกิจเอกชนที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุด

ตัวชี้วัดสำคัญ หรือ KPI ได้ถูกกำหนดและให้ค่าระดับคะแนน ครอบคลุม 4 มิติของการบริหารองค์กรเชิงยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์ตามพันธกิจ, การบริหารการเงิน, การบริหารงานภายใน และมิติด้านนวัตกรรม ร้อยรัดเชื่อมโยงเป็นเหตุปัจจัยที่จะนำไปสู่การบรรลุผลตามวิสัยทัศน์และพันธกิจทั้ง 5 ประการ ในลักษณะของ แผนที่กลยุทธ์ หรือ Strategy Map

ในขั้นตอนของการคัดเลือกหอการค้ายอดเยี่ยม มีการสำรวจและวัดผล 3 วิธี คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากระบบรายงาน, การสำรวจความคิดเห็น Opinion Survey และการตรวจประเมิน ณ หอการค้าจังหวัดต่าง ๆ โดยคณะกรรมการหอการค้าไทยจากส่วนภูมิภาค นำมาวิเคราะห์และจัดอันดับเพื่อใช้ในการประกาศเกียรติคุณหอการค้ายอดเยี่ยม และใช้เป็นแนวทางในการยกระดับการบริหารหอการค้าจังหวัดในโอกาสต่อไป

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ มีผลคะแนนแตกต่างกันไปอันเนื่องมาจากประสิทธิภาพในการบริหารงาน, สภาวะเศรษฐกิจ, ที่ตั้งและขนาดของจังหวัด ทั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการจะต้องมุ่งเน้นเพื่อยกระดับการบริหารงานในปี 2549 ได้แก่ การสร้างขีดความ สามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอกชน, การทำงานของคณะกรรมการสาขาธุรกิจ และการสร้างกิจกรรมใหม่เพื่อพัฒนาองค์กร เช่น การจัดการความรู้

ผลการจัดอันดับทั้ง 75 จังหวัด แสดงออกมาเป็นแผนภูมิ ดังนี้ (Slide 6) โดยคณะกรรมการได้พิจารณาตัดสินหอการค้ายอดเยี่ยม 10 แห่ง, หอการค้ามาตรฐาน 18 แห่ง ทั้งนี้ หอการค้ายอดเยี่ยมจะขึ้นรับรางวัลจาก ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณขององค์กรในลำดับต่อไป

ขอกราบขอบพระคุณ.

ในการรายงานผมใช้ Slide ที่สร้างจากโปรแกรม PowerPoint 6 Slide ได้รับการสะท้อนว่า ครบถ้วน ชัดเจน และกระชับเสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดเพียง 3 นาที หอการค้าจังหวัดหลายแห่งเมื่อเจอหน้ากันก็ขอให้ผมช่วยส่งเนื้อหาและไฟล์ที่นำเสนอไปให้ ผมตอบรับด้วยความยินดีเพราะนี่คืออีกโอกาสหนึ่งในการ “บริหารเครือข่าย”

จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนของการมอบรางวัลหอการค้ายอดเยี่ยมประจำปี 2548 และรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ผมมีรูปมาฝากครับ

บทความนี้มีทั้งหมด 6 ตอน ดังนี้

- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (1)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (2)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (3)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (4)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (5)
- ไปสัมมนาหอการค้าฯ ที่เมืองสองแคว (6)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): หอการค้า
หมายเลขบันทึก: 7591
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอแสดงความชื่นชมต่อคุณไอศูรย์ด้วยครับ ที่ทำหน้าที่ได้อย่างดียิ่ง   และให้ความสำคัญต่อ KM ด้วย

วิจารณ์