เล่าเรื่องกลางปีที่แล้วคะ  ไปเข้าสัมภาษณ์เพื่อขอรับทุนยากดภูมิคุ้มกัน
กับมูลนิธิโรคไต ที่ ร.พ.ศิริราช   ไปรอบแรก 1 ครั้ง พบคุณหมอใหญ่ที่เป็นกรรมการ คุยพร้อมกับ พี่น้องผู้เปลี่ยนไตใหม่ และเดือดร้อน เรื่องยากดภูมิคุ้มกัน ที่มี ราคา

แพง เกินกว่า ที่จะหาซื้อได้ทุกเดือน คุณหมอท่านใจดี อารมณ์ดี คุย ไม่ให้คนไข้เครียด

ทำงานอะไร ครับ  คุณหมอว่า

รับจ้างครับ     คนไข้ตอบ

อ้อ ..รับจ้างนี่ต้องให้รายละเอียดด้วย...คราวที่แล้ว มีคนไข้

มาสัมภาษณ์ บอกว่า อาชีพรับจ้าง ...มือปืนรับจ้าง  ...กลัวกันทั้งห้อง....

  คุณหมอ พูดแล้วหัวเราะ

อยากจะบอกว่า ให้ทำใจ เวลาเราขอทุนยา มูลนิธิโรคไต ปีนี้ เราหา

เงินได้น้อยมาก และต้องแบกรับภาระ ดูแลผู้ป่วยฟอกเลือดอยู่ 2,000

 กว่า ราย   และต้องแบ่งงบมาดูแลผู้ป่วยหลังเปลี่ยนไตด้วย  ซึ่ง เรา

อาจจะให้ได้ไม่ครบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องแบ่งๆ กันไป   ผมว่า เราต้อง

ช่วยกัน  อาชีพ ต้องทำให้มากกว่า หนึ่งอย่าง  ...หาอาชีพเสริม......

ก็อยากให้ทำใจ....ในเรื่องการขอทุน       คุณหมอ อธิบาย

    คนไข้ที่นั่งอยู่ในห้องกับฉัน ส่วนมากมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ ...

รับจ้างเข็นรถ  ช่างตัดผม  ชาวนา  ขายของ  ....ฉันรู้สึกว่าตัวเอง

เป็นส่วนเกิน ของห้องนี้

      11 ตุลา  เราก็ไปเข้าสัมภาษณ์ อีกรอบ   เข้าไปทีละคน พบ

แพทย์หญิง สองท่าน   ท่านถามฉันเรื่องงาน ที่  กลุ่มเด็กรักป่า  บอกว่า

 ท่านจำได้  ตอนที่ ฉันมาขอรอบแรก  ในการ เข้าโครงการปลูกถ่ายไต

ใหม่ ในโครงการช่วยเหลือของมูลนิธิโรคไต ตอนปี 45   ถามรายได้  

งานที่ทำ   และเปอร์เซ็นต์ในการช่วยเหลือตัวเอง กรณีที่ขณะนี้ มีคน

ไข้มากมาย ที่รอขอทุนยา กดภูมิคุ้มกัน

ฉันนิ่งคิด..ว่าจะตอบอย่างไรดี  ทำไมเราต้องขอ 

ทำไมต้องแย่งทุนยากัน

 และฉันจะช่วยเหลือมูลนิธิโรคไต ให้มีทุนช่วยคนยากไร้ได้ไหม.............

  ....ก็....ถ้าคนอื่นเดือดร้อนมากกว่านี้ และทุนมูลนิธิน้อย

  ก็ให้คนอื่นก่อนก็ได้คะ  .........   กว่าที่ฉันจะพูดได้

ฉัน ออกมานอกห้อง  ผู้ป่วยที่นั่งรอ ก็มองฉันเป็นตาเดียวกัน

 เหมือน อยากจะรู้ว่า เขาถามอะไร  ฉันกับสามีก็เข้าไปทักทาย

เล่าในสิ่งที่ คนไข้อยากรู้ และอยากให้กำลังใจ