เป็นธรรมชาติของคนจริงๆที่จะได้รับคำติเตียนว่า  " ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
เมื่อวานนี้ครูอ้อยทำหน้าที่ครูเวรประจำวัน  ครูอ้อยเดินตามตึกที่ได้นับมอบหมายให้ดูแล  หมายถึง  ชั้น 2 ของตึกกาญจนาภิเษก  ซึ่งประกอบด้วยห้องพิเศษต่างๆ  ตั้งแต่ห้องศิลปศึกษา    ห้องการงานพื้นฐาน ฯ  ห้องคณิตศาสตร์  ยาวตลอดมาจนถึงห้องพยาบาล 
ตอนเดินผ่านห้องคณิตศาสตร์  เห็นนักเรียนอยู่ในห้องคณิตศาสตร์  กำลังเล่นเกมคณิตศาสตร์อยู่จำนวนหนึ่ง  ยังดีใจที่นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างกัน 
พอออกจากห้องคณิตศาสตร์  ก็เดินมาถึงห้องพยาบาล  เข้าไปทักทายกับครูประจำห้องพยาบาลแบบครึ่งตัว ว่า  " นานแล้ว..ไม่ได้มาห้องนี้
เจ้าของห้องก็ตอบตัดบทว่า  อย่าอยากมาเลย เพระห้องนี้เป็นห้องเชื้อโรค 
ครูอ้อยก็เลยบอกว่า  มันก็เป็นห้องที่จำเป็นสำหรับ  คนจำนวนหนึ่งที่  " ไม่เห็นโลงศพ  ไม่หลั่งน้ำตา
แบบเมื่อสองสามปีก่อนที่ครูอ้อยเป็นหวัดติดต่อกันเป็นเวลายาวนานมาก  ครูอ้อยไม่ยอมไปหาหมอ  เพราะเชื่อว่า  แค่เป็นหวัดเอง  จึงรักษาตัวเองด้วย  ยาสามัญประจำบ้าน  บรรเทาอาการไป 
แต่เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ในร่างกายมากและนานจนเกินไป  อาการของครูอ้อยย่ำแย่  ยังไม่อยากไปหาหมออีก  จนไม่ไหวแล้ว  จึงมานอนพักที่ห้องนี้   ตอนเย็นครูอ้อยจึงไปคลีนิค 
เดินผ่านห้องพยาบาลจึงใจแป้ว  ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ