งานนอกเหนือจากการสอนจริงๆเชียว  ที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอย่าง.....ครูอ้อย  จะต้องมานั่งคิดที่จะสรรหาครูมาสอนวิชาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนในปีการศึกษาหน้า 
ซึ่งความจริงแล้วเกี่ยวกับครูอ้อยใหมนี่.. 
แต่คิดไว้ก็ดีนะ  เผื่อว่าเมื่อถึงเวลจะได้เรียกแผนการนี้มาใช้ทันทีแบบตำข้างสารกรอกหม้อไงล่ะ 
โบราณสอนไว้   ครูอ้อยยึดถือคำโบราณเสมอ  
คิดมานานแล้วด้วยว่า  หากครูในกลุ่มสาระฯ เกษียณอายุราชการไปติดต่อกันสองสามปีซ้อน  เป็นเรื่องให้หัวหน้ากลุ่มฯ  กลุ้ม  คือ  ครูอ้อยต้องคิดหนัก 
ความจริงแล้ว  ไม่ต้องคิดก็ได้  แต่คราวนี้  ครูอ้อยลองหัดคิด  คิดแบบแยบยลซิ  เผื่อว่า.....ถึงคราวจำเป็น.....จะได้ดึงเอาแผนการแบบแยบยลนี้มาใช้ทันที 
แผนการนี้มีอยู่ว่า.....  ต้องเรียกหาคนที่มีฝีมือ 
แล้วจะหาที่ไหนล่ะ....  ไม่ยากเลย  ก็ครูมีเยอะแยะในโรงเรียนนี่ล่ะ  ขอครูหญิงหรือชายก็ได้  อ่อนหรือแก่ก็ได้  ไม่ว่ากัน 
แต่ขอคนที่....มีจิตใจอยากจะมาอยู่กลุ่มนี้อย่างเต็มใจ  ครูอ้อยจะปิดประกาศรับอย่างเปิดเผย  ขอความจริงใจจากครูในโรงเรียน  มาอยู่กับครูอ้อย 
ช่างเป็นดาบสองคมที่จะฟาดฟันครูอ้อยเสียจริง  หากไม่มีใครมาเลยนี่.....น่าคิด.....
ครูอ้อยจะคิดมาก  เศร้าโศกเสียใจหรือเปล่า.....
ครูอ้อยจะตีอกฟกช้ำระกำทรวงหรือเปล่า.....
แล้วครูอ้อยจะทำอย่างไรต่อไป 
ครูอ้อยได้คุยกันกับเพื่อนแล้ว   แบบหยอกเล่นกับครูที่เรียนจบปริญญาตรีมาทางภาษาอังกฤษ   ปฏิกิริยาของเธอก็คือ  เธอส่ายศีรษะ    โบกมืออำลาอย่างสวยงาม  และพูดอย่างละล่ำละลัก  " ไม่เอานะ อ้อย  อย่ามาหาเรื่องนะ " 
อ้าว...ครูอ้อยคิด  ทำไมตอบมาแบบนี้  แถมยังตอบอีกว่า  " เราทำใจไม่ได้ที  เวลาสอนเด็กโต  แล้วพวกเขาไม่ฟัง  เราทำใจไม่ได้ "  เอ....เรื่องเดียวกันใหมนี่  ครูอ้อย งง...และ...เง็ง
ไม่ชอบเลย..ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนใจให้ชอบสิ..เป็นคำพูดสุดท้ายของครูอ้อยกับคู่สนทนานี้