สิ่งที่เราจะต้องแก้ตัวครั้งนี้

๑) รถเดินทางต้องเป็นรถธรรมดา เปิดกระจกรับลมได้

๒) เครื่องเสียงรถ ขอดี ๆ หน่อยเถอะ เสียงจากนักดนตรีและหมอลำ

 

จัดให้ค่ะ  รถมีเครื่องเสียงใหม่เอี่ยม เพียงแต่ว่าวันที่เราเดินทาง คนรถหนึ่งคนซึ่งใช้เครื่องเสียงเป็น ไม่ได้ไปเนื่องจากป่วย เจ้าของรถไม่รู้วิธีปรับจูนเครื่อง แต่ก็หยุดคณะศิลปวัฒนธรรรมไม่ได้

 

เราออกเดินทางกันตีสาม ที่ภายหลังคนขับบอกว่าเป็นเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไร คนกำลังง่วง ควรออกรถตอน สี่ทุ่ม หรือก็หกโมงเช้าไปเลย ......เอ๊ะ มันต่างกันอย่างไร

 

ที่บ้านสายรุ้ง ชัยภูมิ ไปทดลองเหยียบดิน สร้างบ้านดิน อากาศอบอ้าว ชาวบ้านทั้งเหนื่อยจากการนอนดึกและการเดินทาง ทำให้สมาธิที่จะฟัง จะดู จะทำน้อยไป ช่วงเหยียบดินตอนบ่าย ชาวบ้านบางคนหลบไปคุยกันเล่นและหยิบแคนพิณมาเล่น ก็เลยให้นักดนตรีมาเล่นเสพงันให้เพื่อนที่กำลังฉาบผนังบ้าน ทาสีบ้านไปก็ฟ้อนไปด้วย

 

รอนแรมผ่านเส้นทางที่แห้งแล้ง ร้อนผ่าวของช่วงรอยต่อระหว่าง แก้งคร้อ ชัยภูมิ ปากช่อง ไม่มีต้นไม้เลยในไร่นา พวกเราก็ได้มีโอกาสได้ฟังเพลง นิทาน กลอนที่แปลกแตกต่างออกไป ใครมีอะไรก็งัดมาพูดมาคุยกันในรถ  ดิฉันได้มีโอกาสได้ฟังการโต้ตอบกันของหมู่สมาชิก รวมทั้งได้ฟังทัศนะต่าง ๆ  ของชาวบ้าน ปนเปอยู่ในการโต้ตอบนั้น ก็ได้เพลิดเพลินไม่เคร่งเครียดมากนักกับการเดินทางที่ไม่รู้ว่าตนถึงตรงไหนแล้ว

 

คืนนั้นนอนที่ศาลาวัด บางคนก็ถนัดนอนสุมรวมกันใต้ต้นไม้ อากาศสดชื่น ลมพัดเย็นสบาย

 

ดิฉันตัดสินใจเหมารถสองแถวให้ชาวบ้านได้มีโอกาสขึ้นเขาใหญ่ เพราะวนอุทยานไม่อนุญาตให้นำรถบัสขนาดใหญ่ขึ้นเขาใหญ่เกรงจะไม่ปลอดภัย หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสให้ความเชื่อมั่นกับพวกเราว่า ถูกต้องแล้วที่ตัดสินใจให้ชาวบ้านได้มีโอกาสขึ้นเขาใหญ่

 

ไม่ผิดจากคำพูดของท่าน  ชาวบ้านมีปฏิกิริยาและปฏิสัมพันธ์กับเขาใหญ่อย่างยิ่ง พวกเขาตื่นเต้น ร้องบอกกันลั่น ชี้มือชี้ไม้ เมื่อเห็นกวาง เก้ง สัตว์ป่าตัวเล็กบางตัวที่ยังคงเพลิดเพลินกับการเล็มหญ้าอยู่ชายป่า อย่างสบายอารมณ์ในธรรมชาติของเขา  มันพิเศษที่ได้เห็นสัตว์อยู่ในที่ของเขา ตามธรรมชาติของเขา มันดูมีศักดิ์ศรี สง่างามและนุ่มนวล ตามแบบของเขา

 

ชมพิพิธภัณฑ์นิดหน่อย ๆ   แต่ละคนก็เร่งเร้าอยากเดินป่าเส้นทางที่เห็นใกล้ ๆ อุทยาน

 

ได้มาเห็นต้นไม้ใหญ่ ๆ  เหมือนได้มาเยี่ยมพ่อหาแม่เลย มันสบาย เย็น    (แม่แก้ว)

เข้ามาถึงเขตเขาใหญ่แล้วมันเปลี่ยนไปเลย อากาศเย็นจ้อย ๆ  (บุญเที่ยง)

ชาวบ้านเข้าไปแล้วเขารู้จักต้นไม้มากมาย ชี้ชวนกันดู แล้วก็คุยกันว่า ต้นนั้น ต้นนี้ ใช้ทำนั่น ทำนี่ บ้านเรามี ไม่มี เก้าไม่รู้จักสักต้น   (น้องเก้า บอ. มธ.)

พี่ตุ๊ที่นี่เขาไม่รับคนทำงานเหรอ ไม่อยากกลับบ้านแล้ว ถ้ามีงานให้ทำจะอยู่ที่นี่เลย (วิเชียร)

มาถึงแล้ว มีทุกข์ ไม่สบายใจมันหายไหมดเลย มันสวางในใจ (แม่กัณหา)

 

ชาวบ้านลึกซึ้งกับธรรมชาติมากกว่าที่เราคาดเดาได้ ไม่เพียงแต่รู้สึกสบาย และธรรมชาติงดงาม แต่เป็นความรู้สึกที่ย้อนอดีตที่ตนเองเคยเห็น ในอดีตนั้นมีปู่ย่าตายาย ความอุดมสมบูรณ์ มีสัมพันธภาพที่อบอุ่นในชุมชนประกอบกันมาเป็นชุด และไม่ใช่แค่ความรู้สึกแต่เป็น การสัมผัสได้ในอายตนของพวกเขา

 

ดิฉันตั้งใจว่าจะหาโอกาสให้ชาวบ้านได้มานอนพักแรมอยู่ในป่าใหญ่แห่งนี้สักครั้งหนึ่ง ให้สมใจอยาก

 สวนสมุนไพรของชาวดงบัง ฉะเชิงเทรา ก็อลังการ เป็นแปลงงดงาม ไปด้วยพันธุ์สมุนไพรต่าง ๆ  จนอยากฝันว่า ถ้าชาวบ้านมีแบบนี้ละก็...สุดยอด 

อิทธิพลของศิลปวัฒนธรรม ได้แสดงพลังของมันอย่างเต็มที่ในคราวนี้ เดิมเราเล่นสนุกสนานในกลุ่มของเรา คราวนี้เราเลือกใช้ดนตรีของเราสื่อความขอบคุณและความระลึกถึงก่อนอำลาและต่อด้วยการฟ้อนกับเพลงเต้ยอันเร้าใจนั้น ผู้คนที่อยู่ในบรรยากาศก็ร่วมฟ้อนกันอย่างลืมตัว แม้แต่ในโรงพยาบาลอภัยภูเบศรก็มีคนวิ่งจะมาดูดนตรี.....ไม่เคยมีใครมาเล่นดนตรีในโรงพยาบาล !!!!

 ขากลับเที่ยวนี้ พวกเราบรรเลงดนตรี ทั้งร้อง ทั้งลำ จนเครื่องเสียงพังไปเลย.....นับว่าเป็นคุณภาพที่รับประกันได้ประการหนึ่ง.....