ได้เข้าไปอ่านบทความของคุณเปลวสีเงินในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับประจำวันที่ 31 มกราคม 2550  เลยอยากให้เพื่อน ๆ ได้เข้ามาอ่านบ้าง...

"คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" หรือ คมช.ประชุมระดับแกนนำกันพร้อมเพรียงวานนี้ การประชุมบ่อยๆ ประชุมพร้อมกันและเลิกพร้อมกัน

พระพุทธองค์ตรัสว่า  นี่คือ  ๑ ในอีกหลายหัวข้อที่บ่งถึง "ความแข็งแกร่ง" ขององค์กร-ของหมู่คณะนั้นๆ
ถ้าเป็นในสมัยที่มีการศึก-การสงครามชิงบ้านชิงเมืองกัน ท่านก็บอกว่า บ้านเมืองใดที่หมู่มุขอำมาตย์ยังหมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
ใครก็จะมารบหักชิงเอาบ้าน-เอาเมืองไม่ได้  เพราะยังสามัคคีกันเหนียวแน่นดีอยู่!
แต่ผมฟัง "พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด" โฆษก คมช.แถลงหลังการประชุมแล้วก็ไม่แน่ใจว่า   การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุม "ประแป้ง-แต่งตัว" เสริมบทให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ?
หรือเป็นการกอดเข่าเจ่าจุกประชุม "ปรับทุกข์" กัน   ด้วยความไหวหวั่นกับความเคลื่อนไหวในตลาดข่าวสารโลกของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"?
ตามที่แถลง ก็เห็นมีแต่ "ความเป็นเลิศ" ของ พล.ต.อ.โกวิท ในด้านฝีมือดมตามตูดโจร   และเรื่องความคืบหน้าใน "ความล้มเหลว" ของการทำคดี "บึ้มกรุงเทพฯ" เมื่อ ๓๑ ธันวา.
ซึ่งเป็นผลงานที่ คมช.ดูจะปลาบปลื้ม   ถือเป็นการได้หน้า-ได้ตาในการ "อุ้มพวก" เอาการอยู่!
แต่ที่สะดุดหู-สะดุดใจผม ไม่ใช่ประเด็นนี้ จะเป็นประเด็นไหน เรื่องอะไรนั้น ผมขอยกประโยคที่ พ.อ.สรรเสริญแถลงมาให้อ่านกันก่อน ดังนี้
"ทั้งนี้หลังจากศึกษาแล้วพบว่า   อดีตนายกฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ   และจากนั้น  มีบทความตีพิมพ์ในนิตยสารต่างประเทศ ๓ ฉบับ ที่ทราบคือ หนังสือพิมพ์ เอเชี่ยน วอลล์สตรีท เจอร์นัล หนังสือพิมพ์อีโคโนมี และหนังสือพิมพ์นิวสวีก โดยวิพากษ์วิจารณ์การบริหารด้านเศรษฐกิจของอดีตนายกรัฐมนตรี   และเปรียบเทียบกับระบบเศรษฐกิจพอเพียงว่า
ระบบทักษิโณมิกส์ ได้รับความเชื่อมั่น   เชื่อถือจากประเทศต่างๆ มากกว่า  เพราะได้รับการพิสูจน์แล้ว  การวิพากษ์วิจารณ์ว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ยังไม่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ   และคงมีประเทศไทยประเทศเดียว  ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง   และไม่ทราบรายละเอียดความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง
ซึ่งเรื่องนี้ คมช.มองว่า  มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยทั้งโดยรวม  และเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่หวังดีของอดีตนายกฯ ทักษิณ"
ผมขอจับประเด็น "เป็นความเข้าใจ" เอาตามที่ท่านแถลงนะครับ   ก็คงสรุปได้ว่าท่านต้องการบอกประชาชนให้ทราบว่า  พ.ต.ท.ทักษิณไปให้สัมภาษณ์นิตยสารเหล่านั้น โจมตีนโยบาย "เศรษฐกิจพอเพียง"
และบังอาจยกระบบ "ทักษิโณมิกส์" ของตัวเองขึ้นมาเปรียบเทียบ "นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง" ให้บรรดานิตยสารฟัง  เพื่อเอาไปเขียนรายงานว่า
"ทักษิโณมิกส์ดีกว่า   เหนือกว่านโยบายเศรษฐกิจพอเพียง   ได้รับการยอมรับ ได้รับความเชื่อถือจากประเทศต่างๆ มากกว่า เพราะเป็นระบบที่ผ่านการพิสูจน์ให้เห็นผลมาแล้ว
ผิดกับนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง  มีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่ยอมรับ ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่ให้การยอมรับ"
ครับ..นี่คือประเด็นที่ผมบอกว่าสะดุดหู-สะดุดใจ  และตรงนี้ทาง  คมช.ประชุมกันแล้ว  มีความเห็นร่วมกันว่า 
พ.ต.ท.ทักษิณ  จงใจให้สัมภาษณ์กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเศรษฐกิจโดยรวม  นับว่าเป็นความไม่หวังดีต่อบ้าน-ต่อเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ!
และที่ผม "เดาใจ" คมช.อย่างหนึ่ง ซึ่งทาง คมช.อาจนึกอย่างนั้น แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ปรากฏ ก็คือ
"ไม่พอใจอย่างมากที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ในเชิง "ไม่เคารพ" แถมดูแคลน "นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง"
และบังอาจยกระบบทักษิโณมิกส์  คือ  "ตัวเอง" ขึ้นเหนือนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นแนวทางตามพระราชดำริของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
ผมคงไม่มีความเห็นอะไร "เฉพาะจุด" นี้ แต่อยากจะบอกกว้างๆ ตามนัยของโลกที่กว้างว่า
๑.อย่าไปให้ความสำคัญกับทักษิณมากนัก     วันๆ มีแต่ชื่อทักษิณออกจากปาก คมช.นั้น  แสดงว่าลึกลงไปในใจ "ชื่อของคน-เงาของไม้" มันยังใหญ่ มีอิทธิพลกดทับจิตใจ "ขี่กันไว้" ขั้นหนึ่ง
ยังไม่ทันรบก็ "แพ้ใจ" เขาไปแล้ว!
๒.เรื่องนโยบาย  เป็นเรื่องของทฤษฎี เป็นเรื่องการคิดค้นด้วยปัญญาเลิศของแต่ละมนุษย์เพื่อมนุษยชาติ    ถือเป็น "สมบัติสากล" ไม่มีทฤษฎีไหนผิด แต่ที่เห็นว่าผิด เพราะคนที่นำไปใช้-ใช้ผิดเอง
ผิดอะไร?
ผิดกาลเทศะ  ผิดสถานที่  ผิดบุคคล ผิดโอกาส ผิดภูมิประเทศ ผิดที่คนนำไปใช้ยังไม่เข้าใจ ยังเข้าไม่ถึง และยังทำไม่ถึง "แก่น" ของทฤษฎีนั้นๆ
๓.เรื่องทฤษฎี หรือนโยบาย ต้องแยกออกจาก "ความเป็นบุคคล" เพราะนี่คือ "สมบัติปัญญาสากล" เพื่อมนุษยชาติ ไม่ผูกขาดเพื่อชาติใด-ชาติหนึ่ง ฉะนั้น ต้องไม่อยู่เหนือการวิพากษ์-วิจารณ์
นั่นคือ อย่านำทฤษฎีหรือนโยบายใดๆ ไป "ใส่พาน" ไว้กราบไหว้
ต้องนำมา "ใส่ใจ" แล้วนำไปปฏิบัติ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม!
และเมื่อปฏิบัติแล้ว   เป็นเรื่องแน่นอนที่จะต้องมีเงื่อนไข-แง่มุมใหม่ๆ เกิดเป็นมุม "วิพากษ์-วิจารณ์" เพื่อแตกปัญญา   นำไปสู่การพัฒนาที่สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ
๔.นโยบาย "เศรษฐกิจพอเพียง" ก็เช่นกัน   เพื่อการตั้งสติ-ดำรงทิศทางในการรับรู้ "ให้ถูกทาง" เราต้องมองแยก-คิดแยก-ปฏิบัติแยก ออกจากกัน ระหว่าง
"ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง"
กับ..
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นานาอารยประเทศในโลก ยอมรับและชื่นชมในพระอัจฉริยภาพหลายๆ ด้านของพระองค์  รวมทั้ง "ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง" นี้ด้วย
คอยดูเถอะ   ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงนี้   สุดท้ายของ "สงครามบริโภควัตถุ"
โลกจะต้องหันกลับมาตั้งต้นเพื่อดำดงเผ่าพันธุ์แห่งมนุษยชาติกันใหม่ด้วย..ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง!
ระบบทุนนิยม   วัตถุนิยม สังคมนิยม ประชาธิปไตยนิยม อะไรต่างๆ นานานั้น  มันไม่ใช่ระบบ  "ดั้งเดิมแท้"  ของมนุษยชาติ  มันเป็นระบบปรุงแต่ง แต่งรส แต่งสี แต่งกลิ่น มันก็ไปกันได้ "หายคัน" พักหนึ่งเท่านั้น
แล้วก็ต้องหมุนกลับมาตั้งต้นตรงจุดเดิมกันใหม่  คือ "จุดอมตะ" ของมนุษยชาติ นั่นคือ
ระบบ "ธรรมนิยม" หรือพูดให้ยาวครบประโยคก็คือระบบ "สูงสุดคืนสู่สามัญ"
"สามัญ" นั่นคืออะไร..ก็คือ "ธรรมชาติ" นั่นเอง!
วงรอบ "จิตเดิมแท้" ของความเป็นมนุษย์และสัตว์  จะเคลื่อนมาบรรจบเป็นวงแหวนแห่งวัฏฏะ   กับภาวะ "เป็นอยู่จริง-มีอยู่จริง" อันเรียกว่า "ภาวะธรรมชาติ" ณ เอกภพหนึ่งๆ
เช่นนี้แล้ว  จะไปนอนสะดุ้งจนเรือนไหวทำไมกับ "ไอ้ลูกอ๊อด" ที่หางยังไม่งอก แล้วเที่ยวยกทฤษฎี "ทาสทุนตะวันตก" คือระบบทักษิโณมิกส์ไปเบ่งพองอยู่ริมทุ่ง-ริมหนองให้เป็นที่ทุเรศ สมเพชเวทนาของปัญญาชนชาวโลกเขา!
นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง นั้น เป็น "คัมภีร์กู้โลก" ในอนาคตอันใกล้ไปแล้ว   สหประชาชาติได้แปลเป็นภาษาต่างๆ เพื่อเผยแพร่ให้สังคมที่ไวต่อ "ทิศทางใหม่" ของโลก  นำไปปรับใช้เพื่อ "ความอยู่รอด" ในยุควิกฤติข้างหน้าไปแล้ว
ผมจึงว่าโลกนี้กว้าง ฉะนั้น เราอย่าเอาทางแคบมาใช้ ให้ทักษิณเขาพูดไปว่าระบบทักษิโณมิกส์เขาวิเศษ   เราก็ยกตัวอย่างอันเป็น "ความสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว" ให้ชาวโลกเขาเห็นซี
ความอัปยศอดสูที่  "สนามบินสุวรรณภูมิ" นี่ไง  คือ ๑ ใน ๑๐๐ ความบัดซบจาก "ระบบทักษิโณมิกส์" ที่ต่างประเทศเชื่อมั่น!
เราควรรู้นะครับว่า   โลกตอนนี้ถูกครอบงำด้วย "กลุ่มทุนโลก" แล้วสื่อต่างๆ อย่างที่ยกมานั้น ส่วนใหญ่คือสื่อของกลุ่มทุนที่ปั่นโลกอยู่
ตระกูล Rotschild
ตระกูล Warburg และ
ตระกูล Rockefeller
กลุ่มทุนยุโรปและสหรัฐ ๓ ตระกูลนี่แหละที่ "ปั่นโลก" อยู่ด้วยเศรษฐกิจระบบทุนนิยมภายใต้องค์กร  Council on Foreign Relations ด้วยเป้าหมาย "๑ โลก ๑ ระบบ และ ๑ คำสั่ง"
ทักษิณในระบบ "ทักษิโณมิกส์" เปรียบก็แค่ "หมาลากเลื่อน" กลางทะเลหิมะ แล้วเราจะมานั่งขยายให้เป็น "หมียักษ์" หลอกตัวเองอยู่แต่ละวัน..เพื่ออะไร?
ไม่ต้องไปสนใจที่สื่อต่างประเทศจะโปรทักษิณ  เพราะสื่อเหล่านั้นคือ "เครือข่าย" ของระบบทุนอยู่แล้ว  ในเมื่อทักษิณเป็นสมุนคอย "เปิดประตูบ้าน" ให้เขาเข้าครอบ    แล้วทำไมเขาจะไม่เลี้ยงทักษิณไว้ใช้   แล้วโจมตีนโยบาย "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่ขัดขวางระบบทุนสามานย์โดยตรงล่ะ   เป็นเรื่องที่ไม่ยากจะเข้าใจ ฉะนั้น..ควรเข้าใจซะ.