Diary ธรรมดา เราเขียนแล้วไม่อยากให้คนอื่นมาอ่านเพราะมันเป็นบันทึกส่วนตัว แต่เจ้าบล็อกนี่มันเป็น Diary สาธารณะซึ่งเมื่อเขียนบันทึกลงไปแล้ว คนอื่นก็จะเข้ามาอ่านได้ด้วย

    ผมได้มีโอกาสสนทนากับท่านอาจารย์ประพนธ์เล็กน้อยเรื่องการเขียนบล็อก ท่านบอกว่าเราสามารถสร้างบล็อก ซึ่งเปรียบเสมือน Diary ส่วนตัว ใครจะมีกี่เล่มก็ได้ แต่มันเป็น Diary IT ต้องมีคอมพิวเตอร์ ต้องมี Internet ถึงจะทำได้ (ถึงไม่มีของส่วนตัวแต่เป็นของส่วนรวมก็ทำได้) ที่ไหนมีเครื่องและมีสายต่อ Internet ก็ทำได้ทั้งนั้น

    Diary ธรรมดา เราเขียนแล้วไม่อยากให้คนอื่นมาอ่านเพราะมันเป็นบันทึกส่วนตัว แต่เจ้าบล็อกนี่มันเป็น Diary สาธารณะซึ่งเมื่อเขียนบันทึกลงไปแล้ว (เมื่อสั่งตีพิมพ์ทันที) คนอื่นก็จะเข้ามาอ่านได้ด้วย เป็นการ Share ประสบการณ์ หรือเล่าเรื่องประสบการณ์การทำงานของตนเองให้คนอื่นได้รับรู้ (แค่คิดให้ความรู้ก็เกิดความสุขแล้ว)  เผื่อว่าจะมีประโยชน์หรือมีประสบการณ์ที่ตรงกันบ้าง แล้วเราก็อาจได้เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันทางบล็อก หรือเราอาจรู้จักหรือถูกรู้จักจากท่านอื่นๆ ทางบล็อกของเรา รู้จักบล็อกก่อนรู้จักตัวนี่ดีนะครับ พอพบกันจะนึกชอบกันทันที เพราะถือว่าเป็นคนคอเดียวกัน (คอเดียวกันนี่น่าจะมีที่มาจากวงเหล้าหรือวงสุรานะครับ คอเดียวกันก็คือคอเหล้าหรือคอทองแดง แต่ในที่นี้ยืมคำมาใช้ ว่าคอเดียวกัน หมายถึง คนที่ชอบเรื่องเดียวกันคือ "เรื่องการเขียนบันทึกลงบล็อก" ครับ)

     
 

   อย่างผมไปร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้ ดังภาพ ได้พบกับท่านอาจารย์หมอวิจารณ์, ท่านอาจารย์ประพนธ์ ท่านก็รู้จักผมทางบล็อกมาก่อน ก็เหมือนจะรู้จักกันมานาน และก็เกิดความเมตตา เข้ามาสนทนา วิสาสะ

     

    เดี๋ยวนี้การเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือในการเขียนบล็อก คือ Gotoknow สำหรับคนบางพวก ก็ไม่ใช่เรื่องยาก คือ พวกนิสิต นักศึกษา ที่ได้มีพื้นฐานคอมพิวเตอร์มาพอสมควร ขอให้มีคนสอนสักครึ่งชั่วโมงหรือ 30 นาที ก็พอใช้งานได้ (แม้แต่เด็กประถมก็ยังใช้งานได้)

   อุปสรรคคงไม่ใช่เครื่องมือหรือ Gotoknow แต่อยู่ที่ว่าไม่มีอะไรจะเขียน เพราะเขียนไม่เป็น และในชีวิตก็ไม่เคยได้เขียน

   ผมอยากจะบอกว่า ถ้าไม่เริ่มต้นมันก็ไม่มีวันจะเขียนได้ ดังนั้นขอให้เริ่มต้น แล้วจะเริ่มต้นอย่างไรดี ผมเห็นด้วยกับอ.จันทวรรณ อย่างยิ่ง ที่อยากให้บล็อกมีการแยกประเภทเพื่อง่ายต่อการสืบค้นในอนาคต แต่ผมคิดว่าส่วนนี้มันเป็นอุปสรรคต่อการเขียนบันทึก เพราะว่าใครจะมีเรื่องจาก Tacit Knowledge มาเขียนได้ทุกวัน เมื่อเขียนบ้างไม่เขียนบ้าง ไม่มีเวลาว่างบ้าง มันก็จะขาด ๆ หาย ๆ นาน ๆ เข้า ก็เลิกเขียนไปเลย

   แต่ถ้าบางคนเป็นโรคติดบล็อกขึ้นมา (อันดับ 1-10 ของบล็อกที่มีบันทึกมากที่สุดนี่ เป็นกันทุกคน โดยเฉพาะ อันดับ 1-5 นี่เป็นกันใหญ่เลยครับ) แล้ว หยุดเขาไม่อยู่จริง ๆ

   แต่ถ้าสังเกตดูให้ดีจริง ๆ แล้ว ใน คนที่เขียนบันทึกได้มากนี่ จะมีอยู่บล็อกเดียวที่เขียนบันทึกแทบจะทุกวัน ดังนันผมจึงมีความเห็นอย่างนี้ครับ

  1. เริ่มแรกเมื่อสร้างบล็อก ให้สร้างบล็อกในตัวตนของตัวเองอย่างที่เราเป็น (General) ก่อน เล่าประสบการณ์จากการทำงาน ทำนองเป็น Diary จดบันทึกการทำงานประจำวัน เมื่อเป็นโรคติดบล็อกแล้วเมื่อไหร่ สักวันหนึ่งเราค่อยมาเขียน "บล็อกเฉพาะทาง" (ยืมศัพท์แพทย์มาใช้) กันครับ จะมีกี่บล็อกก็ได้ ตอนนั้นค่อยว่ากัน
  2. ผมเห็นบล็อกเฉพาะทางหลายบล็อก ค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป (ไม่กลับเข้ามาเขียนอีก) นึกเสียดายครับ ดาวร่วงไปหลายดวง
  3. มีแนวทางที่ทางสถาบันการศึกษาหลายสถาบัน เริ่มสร้าง "บล็อกทั่วไป" คือเมื่อสร้างบล็อกแล้วมีอะไรก็เขียนไปก่อน ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในส่วนของอาจารย์ที่ต้องส่งนักศึกษาไปฝึกสอนที่โรงเรียน เพื่อให้ติดตามการนิเทศก์ได้ง่ายขึ้น ก็ใช้ gotoknow เป็นเครื่องมือ ให้นักศึกษาได้เขียนบล็อกบันทึกการทำงานฝึกสอน ประจำวันไปทำนองเป็น Diary ส่วนตัว อาจารย์ก็ติดตามอ่านที่ห้องทำงานได้เลย และก็สามารถใช้ส่วนนี้เป็นส่วนในการให้คะแนนได้เลยครับ (ผมคงจะคิดไม่ผิดนะครับ แต่ผมยังไม่ทราบว่าเป็นอาจารย์ท่านใด ช่วยเข้ามาลปรร.กันนะครับ เผื่อผมจะได้เอาวิธีการของอาจารย์ไปใช้บ้างครับ คือ ถึงแม้ผมไม่มีนักศักษาฝึกสอน แต่ผมมีนิสิตฝึกงานครับ)
  4. ถ้านักศึกษาไปฝึกสอน แล้วไปอยู่ห้องคอมพิวเตอร์ แล้วไปสอนนักเรียนให้เขียนบล็อกกันอีก คราวนี้จะมีบันทึกของนักเรียนขึ้นมาอีก อาจารย์จันทวรรณ (คุณธวัชชัยด้วยเดี๋ยวน้อยใจที่ไม่เอ่ยถึง) คงต้องขยายอายุ (ให้ลดอายุผู้ใช้งานลง) ของผู้เข้ามาใช้บริการ gotoknow ลงมาบ้างแล้วครับ (ไม่ทราบว่าเป็นไปได้หรือเปล่า)
  5. ผมสงสัยมานานแล้ว อยากถามผู้ควบคุมระบบว่า เนื้อที่ในการจัดเก็บบันทึกในบล็อก ถ้าให้บล็อกละ 30 ล้าน.....(จำหน่วยไม่ได้) แล้วทุกบล็อกใช้เนื้อที่เต็ม จะมีบันทึกได้ Maximum เท่าไหร่ หรือไม่มีข้อจำกัด (อาจขยายได้ในอนาคต) แล้วต่อไปจะมีนโยบายล้าง"บล็อกขยะ" หรือไม่ (ประเภทมาทดลองระบบ 1-2 บันทึก แล้วก็จากไป) (ข้อนี้เดาว่าคงยังไม่ตอบเพราะเป็นเรื่องอนาคตเอามากๆ เนื่องจากตอนนี้ประกาศนโยบายเก็บรักษาบล็อกเอาไว้ก่อน )
  6. ลืมไปสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ (ส่วนใหญ่เท่าที่สังเกต มี 2 วงใหญ่ๆ คือวงการสาธารณสุข และวงการการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียน ต่อไปก็อาจเป็นวงการปกครองท้องถิ่น) อยากจะมีบล็อกของตัวเองแต่ยังไม่มีใครสอน ก็ขอให้ไปหาหน่วยประกันคุณภาพฯ ของท่านเป็นอันดับแรกครับ เพื่อช่วยกันต่อไป
  7. ช่วยกันให้ความเห็นต่อไปครับ................