การสอบวัดความรู้เป็นวิธีการที่ดีวิธีการหนึ่งในการที่จะพิจารณาว่า ผู้เรียนมีความรู้มากน้อยเพียงใด ตรงตามมาตรฐานที่หลักสูตรได้ขีดเส้นไว้หรือไม่

   หากการสอบวัดความรู้ ผู้ที่มีความรู้จริงมาเข้าสอบก็จะเป็นการดีที่ทำให้กระบวนวิธีมีความน่าชื่อถือ แต่ถ้าผู้ไม่มีความรู้เข้ามาขอวัดความรู้โดยหากลวิธีเพื่อจะให้ผู้ตรวจสอบเข้าใจว่าตนมีความรู้ อันนี้น่าจะเป็นความเสื่อมของการสอบวัดความรู้

   ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษามาเป็นเวลาหนึ่ง หลายคนพบว่า ข้อสอบวัดความรู้ วัดได้เฉพาะความรู้บางส่วน โดยไม่สามารถวัดความรู้ทั้งหมดของแต่ละบุคคลได้ ในเรื่องนี้น่าจะมีวิธีการใดบ้างหรือไม่ในการที่จะดูให้ได้ว่าแต่ละบุคคลมีความรู้เพียงพอหรือไม่

   เกี่ยวกับความรู้ของการศึกษา เราจะพบว่า วิชาจำนวนมากที่ผู้เขียนหลักสูตรพยายามให้อิงกับสิ่งที่ตนถนัดมากที่สุด เพื่อให้ตนเองได้มีงานทำ ครั้นเมื่อผู้เรียนถูกผลิตออกไป วิชาจำนวนมากที่พยายามอยู่หลายปีนั้น มิได้เอื้อประโยชน์ต่องานที่ตนทำ เรื่องก็น่าจะมีวิธีการจัดการกับความรู้ของการศึกษา อนึ่ง ไม่ได้หมายความว่า ความรู้ที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์จะไม่มีประโยชน์ อย่างน้อย กว่าเขาจะเรียนวิชานั้นๆ ไปเขาต้องมีความพากเพียรพยายามพอสมควรกับการที่จะต้องผ่านในสิ่งที่เจ้าของวิชามอบให้เขา

   ผมมีความคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการสอบ อันที่จริงไม่อยากให้มีการจัดสอบความรู้ด้วยซ้ำไป ไม่ใช่เฉพาะกระบวนการเพื่อผ่านวิชาเรียน แม้แต่ในการเข้าทำงาน บางทีหน่วยงานไม่ได้สนใจคะแนนสอบด้วยซ้ำไป สิ่งที่เป็นหลักจริงๆ คือการสัมภาษณ์ หลายคนจึงตกสัมภาษณ์อยู่เป็นประจำ เพราะไม่ได้ไปเรียนวิธีการให้สอบสัมภาษณ์ให้ดี แต่นอนการไปเรียนคือการไปหากลวิธี ดังนั้น กลวิธีจึงไม่ใช่ความเป็นจริงที่แท้ในตัวเขา ซึ่งก็เหมือนกับนางเอกในละคร นอกจอเขาเป็นอีกคนหนึ่ง

   การสอบในบางครั้ง กลายเป็นช่องทางทำมาหากิน กลายเป็นช่องทางเพื่อฝึกฝนความอสัตย์ .................. น่าอนาถใจนักหากเป็นเช่นนี้