GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ราศีสิงห์ : ธรรมชาติของราชสีห์

ราศีสิงห์

สิงห์ ซึ่งในคำไทยมักจะยกย่องว่าเป็นเจ้าแห่งสัตว์บกจึงให้เกียรติ์เรียกว่า ราชสีห์ ...เกียรติศัพท์ของราชสีห์มีมากมาย ดังนั้น การแปลความหมายของราศีนี้จึงไม่ยากนัก...

เคยแปลในคัมภีร์บาลีว่า ราชสีห์จะนอนหลับในถ้ำเป็นเวลาเจ็ดวัน หลังจากตื่นขึ้นมา ก็จะตรวจดูสถานที่นอน ถ้ามองเห็นว่าที่นอนของตนมีร่องรอยไม่สวยงามหรือเกิดความสกปรกบางอย่างเกิดขึ้น ราชสีห์ก็จะเศร้าหมองใจด้วยความดำริว่า พญาสัตว์เช่นเรามีกิริยาที่ไม่สมควรยามนอนหลับ แล้วก็จะลงโทษตัวเอง โดยการยอมอดอาหารแล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อไปอีกเจ็ดวัน...

ดังนั้น คนในราศีนี้จึงมีความทรนง องอาจ รักเกียรติ ศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างสูงสุด ...นี้เป็นจุดเด่นของคนในราศีนี้ ...

ราชสีห์เป็นสัตว์ที่มีกรงเล็บและคมเขี้ยวเป็นอาวุธ มีกำลังมาก และวิ่งได้เร็ว... สัตว์ที่ใหญ่กว่า เช่น วัว หรือช้าง ราชสีห์ก็สามารถล้มได้...ดังนั้น คนในราสีห์นี้จึงเป็นผู้มีอำนาจ เป็นที่เกรงขามของคนอื่นๆ ในหมู่คณะ...

บางครั้งจุดเด่น เมื่อมองในมุมกลับก็อาจกลายเป็นจุดด้อยได้เช่นกัน ...ดังเช่นมุมมองของ มาเคียวเวลลี ( Machiavelli บิดาแห่งปรัชญาการเมืองสมัยใหม่) บอกว่า ผู้ปกครองต้องมีความเป็นอยู่ทำนองเดียวกับราชสีห์ผสมกับสุนัขจิ้งจอก นั่นคือ สามารถทำให้เป็นที่เกรงขามต่อคนอื่นๆ หรือขู่คนอื่นได้ เช่นเดียวกับราชสีห์... และจะต้องฉลาดเจ้าเล่ห์ รู้เท่าทัน ไม่เสียรู้ผู้อื่นเหมือนสุนัขจิ้งจอก (เพราะสุนัขจิ้งจอกไม่ติดบ่วง แต่ราชสีห์ติดบ่วง) ...นั่นคือ คนในราศีนี้บางครั้งก็อาจโง่ เสียรู้ผู้อื่นได้ง่ายๆ ทำนองเดียวกับสุนัขจิ้งจอก....

อนึ่ง ใน หิโตปเทศ ก็ได้เปรียบเทียบไว้ว่าสุนัขจิ้งจอกฉลาดกว่าราชสีห์ ดังโศลกตอนหนึ่งว่า

...ผู้ใดมีปัญญา ผู้นั้นมีกำลัง กำลังของผู้ไร้ปัญญาจะมีอำนาจแต่ที่ไหน ดูเอาเถิด ราชสีห์ผู้ประมาทมัวเมาแล้ว ยังถูกสุนัขจิ้งจอกสังหารเสียได้...

สรุปว่า คนในราศีนี้ รักเกียรติยศ มีอำนาจ แต่ค่อนข้างถูกหลอกได้ง่าย...ทำนองนี้  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ราศีสิงห์
หมายเลขบันทึก: 75088
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

นมัสการพระคุณเจ้า อีกครั้งหนึ่งค่ะ

  • ไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในราศีใดกันแน่ (เกิด 15 สิงหาคม) บางครั้งก็เหมือนปู ตามที่ท่านบอกว่า....คนในราศีกรกฎ มักจะมีรูปร่างเตี้ย มีกล้ามเป็นมัดๆ ทำนองพวกมะขามข้อเดียว ...บางคนว่าจะมีหน้าแบนๆ เพราะปูจะตัวแบนๆ ...นี้ เป็นการแปลความหมายรูปลักษณ์ของคนในราศีนี้จากรูปลักษณ์ของปู ....และ....ปูมีเปลือกหรือกระดองแข็งๆ แต่ก็ไม่แข็งนัก และต้องลอกคราบอยู่เสมอ ...นั่นคือ คนในราศีนี้ มีจิตใจแข็งนอกอ่อนใน และบางเวลาอาจใจน้อยอ่อนแอ (เทียบกับเวลาปูลอกคราบ) ...
  • บางครั้งก็เป็นสิงห์โต คือ ....ดังนั้น คนในราศีนี้จึงมีความทรนง องอาจ รักเกียรติ ศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างสูงสุด ...นี้เป็นจุดเด่นของคนในราศีนี้ ...
  • แต่ที่โดนใจที่สุดก็คือ  สรุปว่า...คนในราศีนี้ รักเกียรติยศ มีอำนาจ แต่ค่อนข้างถูกหลอกได้ง่าย....ทำนองนี้
  • ^_____^

อาจารย์ lioness

ตำราในการแบ่งช่วงของราศี อาจแตกต่างกันบ้าง นั่นมิใช่เป็นปัญหา ...

มีการนำระบบแสงและรังสีมาใช้อธิบายเพื่อแก้ปัญหานี้ได้ เช่น เราเกิดราศีกรกฎคาบเกี่ยวราศีสิงห์ ก็จะได้รับอิทธิพลทั้งสองราศีใกล้เคียงกัน คล้ายๆ กับ แม้จะยังมาไม่ถึงหรือกำลังจรจากไป แต่แสงหรือรังสีก็สะท้อนหรือส่องมาถึงแล้ว หรือค่อยๆ พร่ามัวลงไป...ทำนองนี้

ตัวอย่างก็เช่น เมื่อลูกน้องเห็นหัวหน้ากำลังเดินเข้ามา เราก็จะเกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ทั้งๆ ที่ท่านยังมาไม่ถึง....หรือบางครั้งเมื่อลูกน้องรู้ว่าหัวหน้าอยู่ห้องข้างๆ ลูกน้องก็จะมีปฏิกิริยาบางอย่าง ทั้งๆ ที่ท่านก็ไม่เห็นว่าเป็นอยู่อย่างไร...นี้เป็นตัวอย่างเชิงบวก เข้ากำลังจะเข้ามาถึง ...

ส่วนตัวอย่างเชิงลบ คือกำลังจะจากไปก็เช่นเดียวกัน เช่น หัวหน้ากำลังจะเกษียนหรือย้ายตอนสิ้นเดือนนี้ ลูกน้องก็จะมีปฏิกิริยาบางอย่าง ทั้งๆ ที่ท่านยังไม่หมดอำนาจ...ทำนองนี้

โหราศาสตร์มีระบบและวิธีหลากหลาย ซึ่งอาตมาก็เป็นเพียง นักศึกษาวิชาโหราศาสตร์สมัครเล่นเท่านั้น

เจริญพร

  • เป็นความรู้ใหม่เกี่ยวกับศาสตร์นี้ ว่ามีการนำระบบแสงและรังสีมาใช้อธิบายในการแบ่งช่วงของราศี และพระอาจารย์ได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ชัดเจนมาก
  • ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกชมรมนักศึกษาวิชาโหราศาสตร์สมัครเล่นด้วยคนนะคะ เพราะโหราศาสตร์ในแง่มุมที่พระอาจารย์นำเสนอมานี้ ยังไม่เคยรู้มาก่อนเลย
  • ขอบพระคุณค่ะที่ให้ความกระจ่าง

อาจารย์ lioness

อาตมาก็ไม่เคยได้ศึกษาเรื่องระบบแสงและรังสี นะครับ... เพียงแต่พอทราบว่า มีการศึกษาแขนงนี้ด้วย เท่านั้น...

เจริญพร

กราบนมัสการ

หนูตามมาอ่านเรื่อง แสง แลระงสี

ซึ่งท่านยกตัวอย่างได้เห็นภาพมาๆ

แต่หนูอ่อนด้อยด้วยปัญญา หนูจึงไม่สามารถเชื่อมโยงมาวิเคาะถึงราศรหนูได้ (หนูเกิด 5 ธํนวาคม)

หนูก็เลยสรุปว่า หนูจะมีลักษระบางอย่างเหทือนคนราศีพิจิก และราศีธนู ใช่มั้ยคะ

ไม่มีรูป

กาเหว่าค่ะ

 

ประทานอภัยด้วย ที่เพิ่งมาตอบเพราะเพิ่งเห็น...ส่วนความเข้าใจของคุณโยมนั้น อาตมาเห็นสมตามนั้น...

เจริญพร

ผมเกิด 12 กย. ไม่ทราบว่าราศีใด แต่ทำไมในใบดวง บอกว่าลัขณาสถิต ราศีกรกกฏ ประกอบด้วยสุมโณฤกษ์น่ะครับ ไม่ทราบความหมายครับขอความกรุณา พระอาจารย์ด้วยครับ

ไม่มีรูป นนท์


การจัดราศีนั้น จัดได้หลายแบบ ถ้าเอาดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์ ๑ ปี ก็มี ๑๒ ราศี (ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลกใช้เวลาหนึ่งปีตามนัยโหราศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์ก็บอกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบใช้เวลาหนึ่งปี... ก็ทำนองเดียวกัน ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตการณ์)

เอาดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ ๑ เดือน มี ๑๒ ราศี เพราะดวงจันทร์หมุนรอบโลกใช้เวลา ๑ เดือน

และถ้าเอาโลกเป็นเกณฑ์ ๑ วัน มี ๑๒ ราศี เพราะโลกหมุนรอบตัวเองใช้เวลา ๑ วัน

ตามหนังสือทั่วไปมักเอาวันและเดือนเกิดเป็นหลัก แล้วจัดแบ่งเป็น ๑๒ ราศี... ส่วนการวางลัคนานั้น เอาโลกเป็นเกณฑ์ วันหนึ่งจึงมี ๑๒ ราศี ดังนั้น จึงแตกต่างกัน... (ปัญหานี้ คนถามเยอะ เคยตอบหลายครั้งแล้ว แต่ค้นไม่เจอว่าตอบไว้ที่ไหน จึงตอบใหม่)

ส่วน สมโณฤกษ์ อยู่ในเรื่องฤกษ์ทั้งเก้า ลองค้นในอินเทอร์เน็ต มีผู้อธิบายไว้เยอะแยะ...

เจริญพร

มาติดตามอ่านค่ะ เพราะเกิดราศรีนี้ค่ะ พระอาจารย์

ดูจะเหมือนค่ะ

Pแก้ว..อุบล จ๋วงพานิช

 

ไม่ได้เขียนนานแล้ว เมื่อมีผู้มาเยี่ยมมาถามก็ต้องตอบไปตามที่เห็นสมควร....

โหราศาสตร์นะ มิใช่ชีวิตจริง นิยาย ก็มิใช่ชีวิตจริง... ชีวิตจริง จริงๆ ยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ...

หลวงพี่ก็ไม่ค่อยเชื่อ มิใช่พระหมอดู เรียนไว้คุยเล่นๆ เป็นอาหารสมองเท่านั้น...

เจริญพร