ดิฉันชอบปลูกต้นไม้ แม้ว่าหลาย ๆ อย่างที่ดิฉันปลูกนั้น…ตาย ปลูกผัก ผักก็ไม่ขึ้น เป็นก้านยาวเฟื้อย แล้วก็ล้มไม่งาม เอาพวกหัวใต้ดินมาปลูก วางเอาดินกลบไว้ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง ตอนที่วางกลบไว้นั้น ก็คิดว่าจะจำไว้ว่าปลูกหัวนี้ชื่ออะไร แต่กว่ามันจะขึ้น ดิฉันก็ลืมหมดว่า ใบแบบนี้คือต้นอะไร ที่พอจะจำได้คือ ข่า กับ กระชาย และตอนนี้ก็จำได้เพิ่มขึ้น คือ ขิง

เมื่อมันตายเสียส่วนมาก ดิฉันก็หันมาฟูมฟักต้นไม้ที่มันงอกเอง  ดูแลให้มันโตไม่ตัดทิ้ง แม้ว่าจะเป็นไม้ใหญ่  ต้นไม้ที่ชอบบ้านดิฉันมากที่สุดคือ ลำใยงอกได้งอกดี ไม่ว่าจะขว้างเม็ดไปทางไหน มะขาม กระทกรก ระกำ มะละกอ ชะพลู ข่อย

แต่ช่วงแรก ๆ ที่ดิฉันกลับมาอยู่ที่บ้านที่มีมากคือ ผักโขม มะเขือเทศลูกเล็ก ๆ  ใส่ส้มตำ มะเขือคาย กระเพรา

ช่วงแรกของบรรดาสัตว์ คือหอยทากตัวใหญ่ ต่อมากลายเป็นตัวเล็กเปลือกบาง ๆ แมงลิ้นหมา กิ้งกือ ปาดหรือกบไม่แน่ใจ ตัวสีอ่อน รูปร่างเพรียวลมยาวสวย กระโดดสูง และปลวกและงู  ตัวที่เป็นแชมป์คือ กิ้งกือ  เยอะมาก มาก มาก ตราบเท่าทุกวันนี้ วันดีคืนดีเธอก็เข้ามาสำรวจในบ้านที่ดิฉันอยู่ด้วย

เวลารดน้ำต้นไม้ก็เป็นอีกเวลาที่ดิฉันมีความสุข เว้นแต่ว่า เหนื่อยจากกิจกรรมอื่น ๆ มาก็ไม่สนุกเท่าไร รดน้ำต้นไม้แล้วก็เพลิน ดูต้นไม้ ต้นนั้น ต้นนี้ ที่มันซุกซ่อนอยู่ในสวน เวลาผ่านไปไม่รู้ตัวเลย

เวลากลางวันก็งามไปอีกแบบหนึ่ง แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นจังหวะจังหวะ หรือการมองทะลุผ่านใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงา โผล่ไปสู่บริเวณที่สว่างกว่า เห็นใบไม้ล้อไหวกับแสงมีชีวิตชีวาดี บางครั้งให้ความรู้สึกว่า เหมือนไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อน

ส่วนช่วงรอยต่อระหว่างค่ำห้า หกโมงเย็น ไปถึงมืด เรามัวแต่ทำอย่างอื่น ความมืดก็ทำหน้าที่ของเขา มารู้ตัวอีกทีก็มองเห็นเส้นใบไม้ไม่ชัดซะแล้ว เคยคิดที่จะเฝ้าจับตามอง ตอนไหนนะที่มันเริ่มมืด....

พอมองออกไปนอกบ้าน และรอบบ้านแสงสว่างมากมาย ดิฉันถือโอกาสไม่เปิดไฟ  เราจะได้อยู่ในโลกของเราและสังเกตดูบรรยากาศรอบบ้านและอาศัยแสงไฟจากพวกเขาไปด้วย

ดิฉันนั่งซุ่มในบ้านในความมืด ดิฉันเห็นความเคลื่อนไหวภายนอก แต่คนภายนอกมองไม่เห็นดิฉัน ที่รู้เพราะว่าดิฉันเคยมองจากนอกบ้านเข้ามาในบ้าน สายตาจะปะทะต้นไม้ ซ้อนรับสายตาของคนเอาไว้ ทำให้ไม่เห็นผู้คนในบ้านนอกจากต้นไม้และหมา

มีคนบอกว่า เขากลัวบ้านดิฉัน เพราะว่ามันรกเหลือใจ ต้นไม้เต็มไปหมด ที่จริงมันยังไม่เต็ม เพียงแต่ว่ามันมากกว่าบ้านอื่น ๆ  โดยทั่วไป อย่างไรก็ตามดิฉันดีใจที่เขาคิดอย่างนั้น

แสงสว่างที่มีอยู่บนท้องฟ้า รวมทั้งบางวันแสงจันทร์นวลที่สาดมาต้องใบไม้นั้น แสนจะอ่อนโยน เหมือนต้นไม้รับรู้ความอ่อนโยนนั้นได้ และใบไม้ก็เปล่งแสงสู่สายตาเราอย่างนุ่มนวลเช่นกัน

.....ดิฉันเดินไปมาในสวนที่บ้าน รดน้ำ ดึงสายยางย้ายจุดรดน้ำ ทางโน้นที ทางนี้ที บางทีรดน้ำเสร็จแล้วก็ถือโอกาสพรมน้ำหมักอีกเป็นรอบสุดท้าย อากาศจะสดชื่นเป็นพิเศษ แล้วถึงจะเดินเข้าบ้าน พอเปิดไฟส่งสว่าง วูบแรก....มันจ้าเข้าใส่ลูกกะตาและแสบสายตา มันแข็งกระด้าง .....ต้องปรับตัวอีกสักพัก   คิดเหมือนกันว่า จะลองไม่เปิดไฟแล้วใช้ตะเกียงน้ำมันพืชที่แม่ยุ่นทำมาฝากสักวัน...........ดิฉันเพี้ยนไปไหมคะเนี่ย.....